ผ่านไปนานร่วมสองชั่วโมงจนนับดาวหาวหวอด ๆ ส่วนผมก็นั่งไล่ยุงอยู่นอกหน้าต่างจนเนื้อตัวบวมแดงไปด้วยรอยยุงไม่ต่ำกว่าสามสิบที่ ได้ทีกัดกูยกใหญ่ ไม่ต่างไปจากแดกบุฟเฟต์เลยนะไอ้ยุงเหี้ย ผมมัวแต่ง่วนอยู่กับการตบยุงอยู่นาน หันมาอีกทีก็พบว่านับดาวหลับคาพับไปเป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่ทีวียังเปิดค้างเอาไว้อยู่ จานผลไม้ก็ยังไม่เก็บ และที่ทำให้ผมยังผละออกไปไม่ได้ก็เพราะยังได้ยินเสียงน้ำอยู่ “น้ำล้นไหมวะ” ด้วยความคาใจผมจึงเดินอ้อมไปที่ครัว พยายามสอดส่องดูตามรอยแตกของแผ่นไม้และได้เห็นว่าน้ำที่เปิดใส่ถังสีดำเอาไว้กำลังล้นจริง ๆ แม้ไม่ได้เปิดแรงมาก แต่ถ้าน้ำไหลทั้งวันทั้งคืนแบบนี้อาจท่วมครัวแน่ “อยู่คนเดียวยังสะเพร่าอีกนะ แบบนี้จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง” ผมบ่นอุบอย่างนึกปลง ก่อนจะเริ่มกวาดสายตามองหาหน้าต่างที่พอจะงัดออกได้ และในที่สุดก็สามารถแง้มหน้าต่างออกมาได้ในบานที่อยู่มุมด้านในสุด ผมทำทุกอย่างด้วยความระม

