ธิติคนใหม่ที่แย่กว่าเดิม

1303 Words
ปราณชนกอุ้มลูกมาที่โต๊ะของเธอ หญิงสาวซื้อบัตรสองใบสำหรับให้ลูกนั่งด้วยโดยเฉพาะ ภายใต้ท่าทางที่นิ่งเฉยเธอรู้ดีว่า ใจตัวเองยังสั่นไหวรุนแรงเวลาที่ได้มาอยู่ในสถานที่เดียวกันกับผู้ชาย คนนั้น... ธิติ พ่อของเด็กหญิงปราณณิชานั่นเอง “ไหวไหมปราง” กนธิชาถาม “เราโอเค ไม่ต้องห่วงนะ” เธอวางตัวเด็กหญิงลงบนเก้าอี้ระหว่างที่นั่งของเธอกับกนธิชา เพื่อนในโต๊ะคนอื่นๆ พากันทักทายแม่หนูน้อยอย่างเอ็นดู ไม่มีใครรื้อฟื้นเรื่องเมื่อสามปีก่อนขึ้นมา เพราะเกือบทุกคนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ความน่ารักของเด็กหญิงทำให้ความตึงเครียดที่ก่อตัวเมื่อครู่ละลายหายไป รวมถึงความเครียดของปราณชนกด้วย หลังจากที่เธออึดอัดเพราะรู้ว่าธิติมองมาตลอดเวลาเป็นเวลาราวสามสิบนาที แต่พอหันไปด้านหลังอีกทีไม่เห็นว่าเขานั่งที่เดิมหญิงสาวจึงถอนใจโล่งอก “เออ ปรางรู้ยังว่าพี่แบงค์เขาไม่ได้ทำเอเจนซีแล้วนะ” พัชชาว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟังก็ลืมทุกครั้ง จนเห็นหน้าธิติคืนนี้จึงนึกออก “ไม่รู้ แล้วเลิกทำไมล่ะ” ปราณชนกจำได้ว่าเขารักบริษัทนั้นมาก น่าจะมากกว่าเธอด้วยซ้ำ “ก็ตั้งแต่ที่เธอล่มงานแต่งเพราะเรื่องมาจากความวุ่นวายของผู้หญิงพวกนั้น ตานี่คงรู้สึกผิดล่ะมั้งฉันก็ไม่แน่ใจนะเห็นพี่อาทิตย์เขาพูดอยู่แต่ก็ฟังผ่านๆ ว่าหลังจากนั้นประมาณปีหนึ่งเขาก็ขายหุ้นบริษัทต่อให้พี่จอม” ปราณชนกคิดตาม แต่ก็ไม่พูดอะไร ในอดีตเธออาจจะไม่ชอบคนที่ทำงานของเขาบ้างเป็นบางคน แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นอยากให้เขาเลิกทำงานนี้ แต่ก็นั่นล่ะ... ตอนนี้เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว มือเล็กๆ ของลูกสะกิดทำให้เธอหลุดจากภวังค์ “มี้ขา...” เด็กหญิงทำท่าแปลกๆ เธอจึงขมวดคิ้ว “ขาลูก ปวดฉิ้งช้องเหรอคะ” เธอเดาจากท่าทางนั้น เด็กหญิงปราณณิชาพยักหน้าเธอจึงลุกขึ้นจากโต๊ะ “ไปห้องน้ำกันค่ะ แม่พาไป” ปราณชนกพาลูกไปเข้าห้องน้ำ เธอทำธุระให้ลูกแล้วถือโอกาสเติมหน้าให้ตัวเองไปพร้อมกันด้วย ลูกสาวตัวน้อยพยายามจะปีนมองมารดาในกระจก “อะไรคะ หนูยังแต่งไม่ได้ค่ะลูก” เธอหัวเราะเมื่ออุ้มร่างเล็กขึ้นมา เด็กหญิงใช้นิ้วจับไปตามแก้มของมารดาแล้วเอามาแปะแก้มตัวเอง เธอเข้าใจทันทีว่าเด็กน้อยต้องการอะไร “เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ไปซื้อเครื่องสำอางของเด็กมาให้ดีกว่านะคะ รอได้ไหมคะคนสวย” ปราณณิชาพยักหน้า ยิ้มรับหน้าบานเมื่อได้ยินคำว่าคนสวย เด็กหญิงส่งเสียงหัวเราะขณะที่มารดาอุ้มพาออกจากห้องน้ำ แต่แล้วปราณชนกก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนที่มายืนรอ ธิติดีดบุหรี่ทิ้งหลังจากที่เขาเห็นสองแม่ลูกออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มรีบเดินมาดักหน้าพวกเธอ ขณะที่ปราณชนกถอยกรูด “คุณจะทำอะไร ถอยไปนะ” แววตาของเธอจริงจังและว่างเปล่า ธิติเสียความมั่นใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อยากจะนับเมื่อเห็นแววตาของปราณชนก เขาคอแห้งเพราะอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ได้อยากให้เรื่องของเราลงเอยแบบนี้ “ปราง พี่ขอโทษ... ปรางหายไปไหนมาตั้งนาน พี่คิดถึงปรางกับลูกมากนะ...” เขาจับต้นแขนที่กำลังอุ้มลูกไว้จนปราณชนกเบี่ยงตัวหนีท่าทางคุกคามนั้น เด็กหญิงที่เธออุ้มอยู่ก็รับรู้ความรู้สึกของแม่ได้เธอจึงเริ่มร้องไห้ “ปล่อยค่ะ อย่าทำแบบนี้ลูกตกใจ” ปราณชนกพยายาม แข็งขืนแต่ธิติไม่ฟัง กลิ่นบุหรี่และเหล้าโชยออกมาจากตัวเขาจนเธอต้องเบือนหน้าหนี “พี่ขออุ้มลูกได้ไหมปราง พี่อยากเห็นลูกชัดๆ ลูกเราชื่อ...” เขายังพูดไม่จบ ธิติก็เซเพราะถูกดึงตัวออกไปอย่างแรง “ไอ้เหี้ยแบงค์ มึงถอยไปไกลๆ น้องกับหลานกูเลยนะ” ปริญโผล่มาจากไหนไม่รู้ เขากระชากธิติมาอีกทางแล้วดึงคอเสื้อมาชกหน้าอย่างอดใจไม่ไหว “น้องปรางเป็นไงบ้างครับ ตกใจไหม” ภูวิชเพื่อนของปริญที่มาด้วยกันประคองปราณชนกไม่ให้ล้ม “ไม่เป็นไรค่ะพี่แซม ขอบคุณนะคะ” ปราณชนกกอดปลอบลูกที่กอดคอเธอแน่นอย่างตกใจ “มึงปล่อยเมียกูเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ห่าแซม” เสียงของธิติยังตะโกนมาก่อนที่เขาจะถูกปริญกระชากกลับไป ตอนนั้นเพื่อนของธิติก็เริ่มได้ยินเสียงแล้ววิ่งออกมาดูเช่นกัน ธนนท์กับอาทิตย์รีบออกมายืนข้างเพื่อน คุมเชิงไม่ให้ปริญทำร้ายร่างกายธิติอีก “แซม มึงไปส่งน้องกับหลานกูที่บ้านที” ปริญตะโกนบอกเพื่อน ฝ่ายธิติได้ยินแบบนั้นก็ฮึดฮัดแต่อาทิตย์ดึงไว้ “ไอ้ปริ๊น มึงจะกีดกันกูก็ไม่ว่า แต่มึงจะเอาน้องมึงใส่พาน ยกให้เพื่อนมึงเหรอ” ธิติเหมือนจะสติหลุดเมื่อเห็นปราณชนกอุ้มลูกเดินออกไปกับ ภูวิช และตามด้วยเพื่อนๆ ของเธอส่วนหนึ่งเช่นกัน เขาจะเดินตามแต่ปริญก้าวมาขวางไว้ “มึงอาจจะไม่อายเพราะอะไรก็แล้วแต่นะ บ้านมึงอาจจะรวยมากจนไม่ต้องแคร์ใครก็ได้ แต่บอกเลยว่าสิ่งที่มึงทำอยู่คนบ้านกูไม่เคยสั่งสอนมา ขอบใจมึงมากที่วันนี้มึงทำตัวแย่ๆ ให้น้องกูเห็นว่าคนดีๆ ปกติกับหมาบ้าน่ะมันต่างกันยังไง” ปราณชนกอุ้มลูกที่ร้องไห้ไม่หยุดมาถึงลานจอดรถโรงแรม เธอหันไปมองเพื่อนที่หยิบกระเป๋าวิ่งตามมาด้วย “ขอบคุณพี่แซมมากนะคะ เดี๋ยวปรางกลับกับเพื่อนได้ค่ะ” ภูวิชมองตามสายตาเธอ เขาพยักหน้าเข้าใจเมื่อเห็นกนธิชากับพัชชา “พวกเรากลับกันได้ใช่ไหมคะ งั้นพี่ส่งแค่นี้นะ” “กลับได้ค่ะ ขอบคุณพี่แซมมากนะคะเดี๋ยวกอหญ้ากับพายดูแลเพื่อนต่อเอง” สามสาวและหนึ่งเด็กน้อยขึ้นรถที่ภูวิชยืนรอส่ง จนรถยนต์คันนั้นวิ่งออกไปจากเขตโรงแรมชายหนุ่มจึงเดินกลับเข้าไปในงาน “มันยังไงกันน่ะปราง” กนธิชาเป็นฝ่ายถามส่วนพัชชาทำหน้าที่ขับรถ “ฉันเจอเขารออยู่ที่หน้าห้องน้ำน่ะ เหมือนจะเมาด้วยทั้งกลิ่นบุหรี่เหล้าหึ่งไปหมด เขาจะมาขอคุยด้วยแต่น้องปายตกใจ ฉันเองก็ ไม่อยากคุยเขาก็ดึงแขนไว้พอลูกร้องก็พอดีที่พี่ปริ๊นมา แล้วก็อย่างที่เห็นน่ะ” ปราณชนกเล่าคร่าวๆ รวบรัดตัดความในหนึ่งนาทีเพราะเธอรู้สึกเหนื่อย ทั้งเหนื่อยและอายกับเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปจะมีข่าวซุบซิบอีกไหมเธอก็ไม่รู้ “บ้าบอมาก ฉันไม่คิดว่าตานั่นจะเป็นขนาดนี้ ทำให้มันวุ่นวายให้เรื่องมันแย่ไปหมด แทนที่จะสำนึกผิด” พัชชาบ่นบ้าง “แล้วถ้าพ่อแกรู้ ปรางเอ๊ย... ฉันไม่อยากนึกภาพเลย อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง” พัชชายังบ่นต่อส่วนกนธิชายักไหล่น้อยๆ “ก็ช่วยไม่ได้ไหมทำตัวเองชัดๆ แทนที่จะทำให้ลูกรักนี่อะไร ทำให้น้องปายกลัวไปอีก”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD