ปราณชนกพาลูกกลับมาถึงบ้าน เธอโล่งใจที่ไม่พบใครที่ห้องรับแขกเพราะยังไม่อยากตอบคำถามของใคร หญิงสาวพาลูกขึ้นห้องนอนเงียบๆ แล้วจึงหาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ลูก
เพราะว่าเลยเวลานอนของลูกมานิดหน่อย เธอจึงไม่ปลุกเด็กหญิงปราณณิชาขึ้นมาอาบน้ำอีก หลังจากที่เช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวแล้วเด็กหญิงก็หลับสนิท จากนั้นปราณชนกจึงได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง
เธอกดดูข้อความที่มีหลายคนทักมา และเลือกตอบเป็น บางคนก่อนในคืนนี้
‘น้องปรางเป็นยังไงบ้าง พี่เพิ่งรู้ว่าในงานมีเรื่อง ให้พี่จัดการให้ไหมคะ’ จิรกรที่ตอนนี้เป็นผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ของช่องทีวีดิจิทัลช่องเก้าหกส่งข้อความมาทางแอปพลิเคชันสีเขียว
ชายหนุ่มไม่ได้มาร่วมงานเพราะติดงานอื่นที่สำคัญกว่า แต่เพราะว่ามหาวิทยาลัยเจพีนอกจากเป็นสถาบันที่เขาเรียนแล้วยังเป็นธุรกิจของครอบครัวด้วย จิรกรจึงค่อนข้างใส่ใจกับงานและทุกกิจกรรมของมหาวิทยาลัยมาตลอดแม้ว่าเขาจะเรียนจบนานแล้ว
‘ไม่มีอะไรค่ะพี่จอม ปรางโอเค’ เธอพิมพ์ตอบให้รุ่นพี่หนุ่มสบายใจ
‘ไม่มีอะไรแน่นะปราง แต่ถ้าอยากจะเอาเรื่องเดี๋ยวพี่จัดการเรื่องกล้องวงจรปิดให้ได้ แล้วพี่จะเตือนเฮียแบงค์ด้วยรอบนี้พี่ว่าเขาทำเกินไปมาก’ ความจริงแล้วจิรกรห่วงทั้งปราณชนกและธิติ เขามองว่าทั้งคู่ยังรักกันแม้ในวันที่หญิงสาวเลือกที่จะหันหลังให้ แต่ด้วยสายตาของคนที่มองโลกแบบตรงไปตรงมามาตลอด ชายหนุ่มก็รู้ว่ามันยากมากที่จะทำให้สองคนนี้ได้หันกลับมาคุยดีๆ กันอีกครั้ง
‘ปรางคงไม่เอาเรื่องใครหรอกค่ะ ปรางกับลูกแค่ตกใจแต่ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านี้’ ปราณชนกยังไม่แน่ใจว่าถ้าบิดามารดาทราบเรื่องนี้ขึ้นมาพวกท่านจะว่าอย่างไร จึงพูดแบ่งรับแบ่งสู้ไว้ก่อน
‘แต่ยังไงก็คงต้องรอดูคุณพ่อค่ะ ถ้าไม่มีใครมาเล่าอะไรให้พ่อฟัง อาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น’ เธอพิมพ์ต่อ
‘โอเคครับ งั้นถ้ายังไงปรางส่งข่าวได้เลย พี่ประสานให้ได้ ทุกเรื่อง ส่วนวันนี้พักผ่อนนะครับ พี่ไม่รบกวนแล้ว’ จิรกรสรุปและขอตัวออกจากการสนทนาไป
บุรีมองดูลูกชายที่ถูกหามเข้ามาในบ้านตอนเที่ยงคืน เขารู้จากเพื่อนลูกแล้วว่าธิติไปก่อเรื่องอะไรบ้างในงานเลี้ยงรุ่นคืนนี้
“ขอบใจมากนะ แล้วนี่จะกลับกันไหวไหม นอนนี่ก็ได้นะลูก” หนุ่มใหญ่ถามอาทิตย์และธนนท์ที่ช่วยกันหิ้วปีกลูกชายมาส่งในบ้าน ตอนนี้ตัวก่อเรื่องมันก็หลับบนโซฟา ทิ้งไว้ท่าไหนก็หลับท่านั้นจนคนเป็นพ่อส่ายศีรษะไปมา
“ไม่เป็นไรครับพ่อ พวกผมไม่ได้ดื่มมาก ขับรถกลับบ้านสบาย” ธนนท์ตอบ
ก็แน่ล่ะสิ งานเลี้ยงรุ่นจะมีใครบ้างที่กะไปเมาแบบไอ้สิ้นคิดนี่ บุรีมองลูกชายคนโตแล้วคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไร
“งั้นก็กลับกันดีๆ ขอบใจมากลูก”
เขาขอบใจเพื่อนลูกอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปส่งสองหนุ่มขึ้นรถกลับไป เมื่อเดินกลับเข้ามาก็เห็นว่าภรรยากำลังจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้ลูกชายที่เมาหลับอยู่ที่เดิม
“ปล่อยมันเถอะธีน่า มันกินได้จนขาดสติก็ปล่อยให้มันนอนบริจาคเลือดให้ยุงตรงนี้” เขาห้ามทันทีทำให้ธิชาชะงักมือ
“เฮียคะ... งั้นพาลูกขึ้นไปนอนบนห้องดีไหมคะ”
“มันโตแล้วธีน่า โตจนมีลูกจนไปทำให้ลูกเมียกลัวไปอีก” บุรีพูดตรงๆ ไม่ปิดบังทำให้ธิชาสีหน้ากังวลลงอย่างมาก นึกโกรธลูกชายขึ้นมาแต่เพราะความเป็นแม่จึงทำให้เธอยังคงห่วงมากกว่า
“แบบนี้คุณเล็กเขาจะว่าไงคะ เรื่องเก่าก็ยังแย่แล้วมีเรื่องใหม่อีก” เธอนึกไปถึงครอบครัวของปราณชนก อดีตว่าที่ลูกสะใภ้คงต้องโกรธอีกแน่ๆ จากวันนั้นเมื่อสามปีก่อนตอนงานแต่งล่ม
“ถ้าเฮียเป็นพ่อน้องปรางก็คงบอกได้เลยว่าปืนในมือสั่นริกๆ แทนที่จะทำตัวดีๆ ให้เมียเห็น ให้ลูกอยากเข้าหา นี่อะไรพังมันตั้งแต่วันแรก ไหนว่าอยากไปงาน อยากไปเจอหน้าหนูปรางแล้วมันไปเมาอะไรแบบนั้น”
บุรีพูดยาวเหยียด ก่อนจะตัดบทชวนเมียขึ้นไปนอน
“เราขึ้นนอนกันเถอะธีน่า ปล่อยมันไว้แบบนี้ล่ะเช้าค่อยว่ากัน” เมื่อบุรีว่าแบบนี้ธิชาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากเรียกเด็กให้หาที่ กันยุงไฟฟ้ามาเปิดให้ลูก แล้วเดินตามสามีขึ้นห้องนอนไป
หลังจากที่เด็กนำยากันยุงมาเสียบปลั๊กให้และปิดไฟบางดวงให้แสงสลัวลง เปลือกตาของคนเมาก็ลืมขึ้นช้าๆ พร้อมกับความคิด
‘นั่นสิ เขาทำบ้าอะไรลงไปวะ’ ชายหนุ่มลุกมานั่งอยู่ตรงนั้นอีกพักใหญ่ ก่อนจะล้มตัวลงนอนที่เดิมแล้วหลับไปจริงๆ
เช้ามืดวันต่อมาธิติลุกไปนอนต่อบนห้องเพราะว่าบรรดาสาวใช้แม่บ้านเริ่มมาทำงานของพวกเธอตามปกติ แต่ความที่เมื่อคืนไม่ได้อาบน้ำนอนทำให้เขาอยากอาบน้ำให้สบายตัวขึ้น
ชายหนุ่มถอดเสื้อออกแล้วมีภาพหนึ่งของปราณชนกลอยมาในความคิด ว่าเมื่อคืนเธอทำท่าเบือนหน้าหนีเมื่อเขาเข้าใกล้ ธิติเกิดนึกอยากรู้ว่าเธอเหม็นหรือรังเกียจจึงยกเสื้อขึ้นดม ก่อนจะรีบขว้างเสื้อทิ้งเพราะมันมีแต่กลิ่นเหล้าและบุหรี่
ปกติชายหนุ่มไม่ได้สูบบุหรี่ แต่เขาเริ่มสูบหลังจากที่ ปราณชนกหนีไปเมื่อสามปีก่อน เขาตามหาเธอไปทั่วแต่ไม่มีเบาะแสอะไร ผ่านไปหนึ่งปีหลังจากที่เขาเคลียร์งานและขายหุ้นบริษัทเอเจนซีให้จิรกรแล้ว เขาจึงตะเวนไปเมืองนอกตามเมืองที่เพื่อนสนิทเธอไปเรียนเพราะคิดว่าปราณชนกจะไปที่นั่นด้วยแต่ก็คว้าน้ำเหลวมาทุกที่ ความเครียดและผิดหวังทำให้เขาเริ่มสูบบุหรี่และนั่นทำให้เขาสูบมาตลอดสองปีที่ผ่านมา
‘เหม็นมาก ไม่ได้แล้วนี่กูเอาสภาพแบบนี้ไปให้ลูกเห็นได้ยังไง’ ชายหนุ่มด่าตัวเอง เข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กหญิงปราณณิชาจึงร้องไห้จ้าเมื่อเขาเข้าใกล้ และอีกเหตุหนึ่งคงเพราะแกคิดว่าเขาคุกคามแม่ของแกด้วยกระมัง ชายหนุ่มคิดในใจ
‘ไม่ไหวแล้ว จะต้องเลิกบุหรี่สักที’ ธิติบอกตัวเองอย่างจริงจัง
เขาหลับต่อไม่ลงจึงอาบน้ำแต่งตัวใหม่และลงไปข้างล่างเพราะว่าเริ่มหิว กระเพาะของเขามีอาหารตกถึงตั้งแต่มื้อเที่ยงเมื่อวาน ในงานเลี้ยงเขาก็ไม่ได้กินอะไรนอกจากยอดข้าวและหลบไปสูบบุหรี่ด้านนอกห้องจัดเลี้ยงมาหลายนาที