ฮาชิย้ายออกมาอยู่คอนโดที่เพื่อนของเขาแนะนำให้เมื่อสามวันก่อน มันไกลจากที่มหาลัยและไกลจากที่บ้านของเขามาก ชายหนุ่มค่อนข้างสบายใจที่ได้ออกมาอยู่เงียบๆคนเดียว ไม่ต้องทนทำตามใจแม่เหมือนอยู่ในบ้านใหญ่
เขาทิ้งตัวเอนหลังลงบนโซฟา พลางนึกถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดเดิมๆที่ผุดขึ้นมาจนรู้สึกปวดหนึบเพราะความเครียดจัด
ฮาชิถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินออกไปสูดอากาศข้างนอกระเบียง ภายในชั้นที่เขาอยู่มันไม่ได้สูงมากนัก เป็นแค่คอนโดราคาถูกๆที่เขาเลือกมาแค่นั้น
ครืด!! ครืด!!~
เสียงสายเรียกเข้ามันทำให้คนร่างใหญ่ละสายตาจากท้องฟ้าที่อยู่ริมระเบียง แล้วเดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู แต่ชื่อนั้นมันกลับทำให้เขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะกดรับสาย
“มีอะไรครับแม่”
“ตั้งใจจะย้ายออกไปจริงๆหรอ?!”
“ผมอยากลองออกมาใช้ชีวิตคนเดียวดูครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“ในคอนโดราคาถูกแบบนั้นน่ะนะ”
“นี่แม่ ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าเลิกส่งคนมาตามผมซักที”
ฮาชิพูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที เขาเอนตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหัวเสีย พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ
ตั้งแต่พ่อเสียไป แม่ก็เอาแต่เจ้ากี้เจ้าการกับเขาตลอด ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ทั้งๆที่ธุรกิจที่บ้านก็มีคนรับช่วงต่อไปแล้วแท้ๆ ไหนจะเรื่องจับคู่หมั้นให้อีก
ชายหนุ่มได้แต่นั่งถอนหายใจออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เพราะมันเจอแต่ปัญหาที่ตัวเขาไม่ได้ก่อ ฮาชิคิดในหัวว่าต้องหาอะไรซักอย่างเพื่อระบายอารมณ์ตอนนี้
ขณะนั้นปลายนิ้วแกร่งก็เลื่อนหาชื่อเพื่อนคนสนิทก่อนจะกดโทรออก
โทร : อ๊อฟ
“ไปคลับกันไหม จองโซน vip ให้กูหน่อย”
(เห้ยชิ นี่มึงพูดจริงป่ะ มึงนี่นะจะเข้าคลับ)
“เออกูพูดจริงๆ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน”
(โอเคๆ ตามนั้นเพื่อน)
คลับแห่งหนึ่ง
อยู่ด้านบนสุดจะเป็นห้องวีไอพี ฮาชิมองลงมาข้างล่างพร้อมกับถือแก้วไวท์ราคาแพงยกขึ้นดื่มอย่างๆช้า เขาเห็นผู้คนด้านล่างที่กำลังบดเบียนกันเต้นอย่างเมามันส์ สำหรับเขาการได้ยืนดูอะไรแบบนี้มันก็ไม่เลวเหมือนกัน
“กูแปลกใจนะที่จู่ๆมึงบอกอยากจะมาที่ร้าน”
“อื้ม กูมีเรื่องเครียดนิดหน่อยว่ะอ๊อฟ”
อ๊อฟคือเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่รู้จักกันมานาน เขาเป็นเจ้าของคลับ และพ่อของเขากับพ่อฮาชิเคยทำธุรกิจด้วยกัน
“เรื่องอะไรอีกวะ หรือว่าห้องที่กูหาให้ ลูกคุณหนูแบบมึงนอนไม่ได้”
“ป่าว แม่หากูเจอแล้ว กูคงต้องย้ายออก”
ฮาชิบอกด้วยน้ำเสียงกดดัน เขาไม่อยากให้แม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตเขาตอนนี้ เลยคิดว่าจะหนีออกไปอยู่คนเดียวสักพัก
“มึงจะย้ายไปไหน”
“ยังไม่รู้ มึงหาคนมาอยู่แทนกูหน่อยแล้วกัน”
“เห้ย มึงอย่าพูดอะไรปุบปับแบบนั้นดิวะ มึงพึ่งย้ายเข้ามาอยู่วันนี้ แล้วจะย้ายออกพรุ่งนี้ มึงบ้าไปแล้วหรอ”
อ๊อฟพูดพร้อมกับมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ เขารู้ว่าฮาชิเป็นแบบนี้ตั้งแต่ยังเด็ก อยู่บ้านใหญ่ก็มักจะทำอะไรตามใจแม่กับป้าอยู่บ่อยครั้ง แต่พอโตมากลับกลายเป็นอีกแบบ
หลังจากขึ้นมหาลัย มันทำให้เขาเป็นคนที่เงียบขรึมและเดาความคิดได้ยาก แถมฮาชิก็แทบจะไม่เคยยิ้มเลย เขาจึงไม่รู้ว่าลึกๆแล้วเพื่อนชายของเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
“เอาเถอะ มึงหาคอนโดดีๆไว้ให้กูหน่อยแล้วกัน”
ฮาชิพูดพร้อมกับนั่งเอนหลังลงบนโซฟา เขามองแก้วไวท์ในมือนิ่งเหมือนคนกำลังใช้ความคิดอยู่
“หึ นี่กูเป็นเบ๊มึงตั้งแต่เมื่อไหร่”
“สรุปจะไม่ช่วย?”
เขาพูดเสียงเข้มพลางเลิกคิ้ว และนั่นมันก็ทำให้อ๊อฟตอบตกลงอย่างง่ายดาย
“เออ เดี๋ยวกูหาให้”
อ๊อฟพูดพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ เป็นอีกครั้งที่เขาตัดสินใจช่วยเหลือฮาชิในยามที่ยากลำบาก เพราะตอนที่เขาไม่เหลืออะไรก็ได้เพื่อนชายคนนี้ช่วยเหลือครอบครัวของเขาไว้หลายอย่าง
“ผู้หญิงที่แม่มึงหาให้ ก็ออกจะสวย กูไม่เข้าใจว่า..”
“มึงหุบปากซะ!..”
ฮาชิกำแก้วในมือแน่น แววตาแสดงความโกรธออกมาอย่างชัดเจน เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เขาไม่อยากได้ยินหรือรับรู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวตัวเองอีก
“เออๆ งั้นมึงก็ดื่มไปเลย กูไปเช็คแขกก่อน”
อ๊อฟพูดจบก็ลุกขึ้นจากโซฟาก้าวเดินไปถึงหน้าประตู ก่อนจะหันหลังกลับมาพูดกับฮาชิ
“อย่าดื่มหนักจนเมาล่ะ กูบอกทุกอย่างเพราะเป็นห่วง”
ฮาชิพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเข้าใจแล้ว ก่อนประตูในห้องจะปิดลง
ความเงียบสนิทในห้องที่มีแต่เสียงน้ำแข็งกระทบกับแก้วเหล้า ความเครียดตอนนี้มันเริ่มได้รับการปลดปล่อย เขายกแก้วขึ้นดื่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนรู้สึกว่าเริ่มเมา แต่ก็ยังครองสติตัวเองไว้ได้อยู่
00.24 น.
หลังจากดื่มเสร็จเขาก็รีบขับรถกลับคอนโด เพื่อจะไปเก็บของย้ายออก ในหัวตอนนี้..มันรู้สึกโล่งมากกว่าเมื่อตอนเย็นมาก แต่ก็มีแว๊บหนึ่งที่นึกถึงใบหน้าสวยหวานขึ้นมาอย่างดื้อๆ
เวลาเที่ยงคืน..ฮาชิตวัดขาแกร่งลงจากรถ ก่อนจะตรงไปที่ลิฟต์ในคอนโด เขากดขึ้นไปบนชั้นห้า ซึ่งเป็นชั้นที่เขาพักอยู่ รอไม่นานลิฟต์ก็เปิดออก คนตัวใหญ่ก้าวขาเดินเข้าไปในลิฟต์อย่างมั่นคง แต่ใบหน้าหล่อยังแฝงไปด้วยความเย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม
ถึงแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาลืมเรื่องพวกนั้นไปพักใหญ่ๆ แต่พอเริ่มสร่างเมามันก็วนกลับมาฉายภาพซ้ำอีกอยู่ดี
ไม่นาน..ลิฟต์ก็เปิดออกอยู่ชั้นห้า ฮาชิรีบเดินตรงไปยังห้องของตัวเอง ก่อนจะรีบหยิบลูกกุญแจในกระเป๋ามาไขเข้าห้อง
ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เขายกดื่มไปหลายแก้ว มันทำให้ฮาชิรู้สึกเบลอและมองไม่เห็นช่องเสียบใส่กุญแจ จนมันกระเด็นหลุดมือฮาชิไปตกอยู่ที่พื้น
เขากำลังจะก้มลงไปเก็บ ทว่า กลับมีมือเล็กยื่นไปหยิบกุญแจขึ้นมาก่อน และส่งมันให้กับเขา
“นี่ค่ะกุญแจ..”
ฮาชิเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กอย่างถนัด ดวงตาเขาเบิกกว้าง ก่อนจะเอ่ยปากพูดเสียงเบา
“อะ..อลิซ..”