สามเดือนผ่านไป…
เสียงผู้คนในโรงอาหารยามเช้าดังจอแจจนแทบฟังไม่ออกว่าใครคุยอะไร
ถาดอาหารกระทบโต๊ะ เก้าอี้ลากเอี๊ยดอ๊าด เสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมรุ่นดังสลับกับเสียงประกาศของคณะ
แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น
มีนานั่งนิ่งอยู่มุมเดียวของโรงอาหาร จมอยู่ในโลกของตัวเองตามสไตล์เดิมที่ทุกคนคุ้นเคย
เธอก้มหน้ากับตำราแพทย์เล่มหนาที่ตั้งอยู่ตรงหน้า หนากว่าตึกทั้งหลังที่เธอต้องเดินไปเรียนเสียอีก
ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ไล่ตามตัวหนังสืออย่างตั้งใจ
ดวงตาที่ดูเย็นชาในสายตาคนอื่น กลับเป็นดวงตาที่กำลังวิเคราะห์สิ่งตรงหน้าด้วยความลึกซึ้ง
มีนา คชากร อายุ 20 ปี นักศึกษาแพทย์ปีสอง
ผู้หญิงเงียบ ๆ ที่ดูไม่สนใจโลก พูดน้อย ยากเข้าถึง ดูหยิ่งนิด ๆ ตามธรรมชาติ
อินโทรเวิร์ตจนเพื่อนบางคนยังไม่มั่นใจว่าเธอชอบใครเป็นพิเศษหรือเปล่า
แต่ไม่มีใครรู้ ว่าหลังจากเหตุการณ์ “คืนนั้น” กับใครก็ไม่รู้เมื่อสามเดือนก่อน
ทำให้บางอย่างในตัวมีนา…เปลี่ยนไป
ภายนอกเธอยังคงเหมือนเดิม นิ่ง เงียบ ไม่สุงสิงกับใคร สายตาลอยผ่านผู้คนเหมือนไม่คิดจะจดจำหน้าใครได้ด้วยซ้ำ
แต่ภายในหัวของเธอ
กลับไม่สงบอย่างที่ทุกคนเห็นจากภายนอก ทุกครั้งที่เธอพยายามจดจ่อกับตัวหนังสือ เงาแห่งความทรงจำคืนนั้นก็แทรกขึ้นมาช้า ๆ
ทั้งสัมผัสหนักแน่น กลิ่นอุ่น ๆ ที่ติดปลายจมูก เสียงทุ้มที่เธอไม่เคยเห็นหน้า และความรู้สึกร้อนวาบที่ไม่อาจลืมได้ง่าย ๆ
มีนากัดปลายดินสอเบา ๆ
หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
หลังคืนนั้นผ่านไป เธอพยายามลืม พยายามกดมันลง แต่กลับกลายเป็นว่า มันยิ่งฝังแน่นกว่าเดิม
จนสุดท้าย…
เธอก็เผลอค้นหาบางอย่างในอินเทอร์เน็ต กดลงตะกร้าโดยแทบไม่คิด และรอพัสดุส่งถึงห้องด้วยหัวใจสั่นประหลาด
แต่ความคิดฟุ้งซ่านของมีนาก็ต้องสะดุดลงทันที เมื่อเสียงแหลมจัดจ้านที่เธอคุ้นดีดังขึ้นจากด้านข้าง
“มีนา!”
เสียงนั้นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย คนเรียกคือ ขนม เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนที่เธอคบ
นิสัยแรง ตรง ขี้โวย ขัดกับชื่อหวาน ๆ สุดขั้ว แต่ก็เป็นคนเดียวที่กล้าเดินเข้ามาทักเธอได้ทุกเวลา
“อืม…”
มีนาตอบสั้น ๆ ตามสไตล์ ไม่ได้ผละจากตำราไปมากกว่าหนึ่งนิ้ว
ขนมวางถาดข้าวลงตรงข้าม เสียงดัง ปั้ง! แบบไม่สนใจใครโต๊ะข้าง ๆ
“มานานแล้วหรอ?”
“เพิ่งมา…”
มีนาตอบเรียบ ๆ พลางพลิกหน้าหนังสือต่ออย่างตั้งใจ
ขนมมองหน้าเพื่อนตัวเองแล้วถอนหายใจยาว
“เธอนี่มัน… ชิลเกินไปแล้วนะ มีเรื่องเมาท์จะบอก!”
มีนากะพริบตาช้า ๆ ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น แต่เพราะเริ่มรำคาญเสียงดังในหัวตัวเองมากกว่า
“เราได้ข่าวมาว่า มี อาจารย์หมอคนใหม่ มาสอนด้วยนะ!”
มีนาหยุดปลายดินสอค้างไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบแบบไร้ความรู้สึกใด ๆ
“อ๋อ… อืม”
“โห…!” ขนมร้องออกมาเสียงดังจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง
“อะไรอ่ะ? ไม่ตื่นเต้นหน่อยเหรอ เขาว่าหล่อมาก! แต่หยิ่งชิบ… เหมือนพระเอกซีรีส์แนวหมอเลยนะ!”
มีนาเงยหน้าขึ้นแวบหนึ่ง สายตานิ่งเฉยจนแทบว่างเปล่า
“ทำไมต้องตื่นเต้นล่ะ… เขาก็เป็นอาจารย์ ยังไงก็ต้องเจอกันในคลาสอยู่แล้ว”
ขนมถอนหายใจแรงเหมือนคนหมดความหวังกับเพื่อนตัวเอง เธอเทศีรษะพิงเก้าอี้ก่อนจะเอ่ยถามแบบตรง ๆ ตามนิสัย
“ถามจริง… เคยมีแฟนป่ะ?”
มีนากระพริบตาช้า ๆ
สายตายังคงจดจ้องหน้าหนังสือเหมือนคำถามนั้นเป็นแค่เสียงรบกวนหนึ่งเดียวในโรงอาหาร
“ไม่อ่ะ”
“แล้วเคยแอบชอบใครไหม อย่างน้อยสักคน?”
มีนาหยุดคิดเพียงเสี้ยววินาที แต่สีหน้าไม่แสดงอะไรเลย
“ก็ไม่มีนะ เราไม่ได้สนใจเรื่องแบบนั้นอ่ะ”
ขนมทำหน้าหงิกทันที เหมือนคำตอบนั้นไม่แปลก…แต่ก็ยังทำใจรับไม่ได้
“อืม ก็จริง…” เธอพึมพำ
“แกนี่ไม่สนใจใครจริง ๆ มีคนมาจีบตั้งกี่คนก็ไม่เอา ไม่มอง ไม่คุย ไม่อะไรทั้งนั้น”
ขนมจิ้มช้อนลงในไข่ดาวอย่างหงุดหงิด ก่อนจะสรุปด้วยน้ำเสียงเซ็งจัด
“ไม่รู้จะหยิ่งไปถึงไหน!”
มีนาขยับริมฝีปากนิดหนึ่งเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็เลือกจะเงียบนิ่ง สายตาต่ำลงกลับไปที่ตำราอีกครั้ง
ทั้งที่ในหัว คำถามของขนมทำให้ภาพของคืนหนึ่งเมื่อสามเดือนก่อน…
แวบกลับเข้ามาอย่างควบคุมไม่ได้
เธอไม่เคยชอบใคร ไม่เคยสนใจเรื่องแบบนั้น ไม่เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนไหน
แต่ผู้ชายคนนั้น…
ชายไร้ชื่อในห้องมืดคืนนั้น
กลับติดอยู่ในหัวเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้นโดยไม่รู้เหตุผล
“คืนนี้ไปตี้ป่ะ กระหายเหล้าอ่ะ บาร์เปิดใหม่แถวทองหล่อเค้ามีดีเจดังมาจากเชียงใหม่ด้วยนะ!”
ขนมพูดพลางตักข้าวเข้าปากแบบไม่สนใจมารยาทใด ๆ
มีนากะพริบตาเล็กน้อย
“คืนนี้เหรอ?”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนเช็กตารางอ่านหนังสือ แต่จริง ๆ แล้วสายตาเธอไถลงไปดูข้อความแจ้งเตือนหนึ่งที่เธอรอคอยมาตลอดทั้งวัน
พัสดุของคุณกำลังจัดส่ง…
ใจเธอเต้นตึกตักทันที ของชิ้นนั้นที่รอคอยมานานเกือบสองอาทิตย์เครื่องสั่นแบบสอดเต็มระบบ มีรีโมทบลูทูธ 10 รูปแบบการสั่น แถมหัวหมุน 360° ได้ด้วย กำลังจะมาถึงวันนี้พอดี
มีนารีบกดปิดหน้าจอ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบที่เธอถนัดที่สุด
“เราไม่ว่างอ่ะ ต้องอ่านหนังสือ… โทษทีนะ”
ขนมชะงักไปหนึ่งวินาที
ไม่ใช่เพราะแปลกใจแต่เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าชวนยังไง มีนาก็ไม่ไป เธอจึงได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วเคี้ยวข้าวต่ออย่างปลง ๆ
มีนาก้มหน้ากลับไปหาตำรา
แต่ความจริงในหัวนั้นไม่เกี่ยวกับกายวิภาคหรือเนื้อหาการแพทย์เลยสักนิด
เธอรู้ดีว่าคืนนี้…
ไม่ใช่คืนสำหรับอ่านหนังสือ แต่เป็นคืนที่เธอจะได้เล่นกับของเล่นชิ้นใหม่ที่ชาร์จแบตเต็มเปี่ยม แถมเตรียมน้ำมันหล่อลื่นกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ น้ำอุ่น และผ้าปูกันเปื้อนไว้พร้อม
เพียงคิดถึงมันเท่านั้น ปลายนิ้วของเธอก็กำสันหนังสือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
สักพัก…
เสียงแจ้งเตือนไลน์ของมีนาและขนมก็ดังขึ้นพร้อมกัน ติ๊ง! มีนาเป็นฝ่ายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อน เธอไถดูหน้าจออย่างรวดเร็ว
เพียงเห็นหัวข้อข้อความ เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ยกคลาส…”
“หืม? อะไรนะ?” ขนมยังไม่เปิดโทรศัพท์ มัวแต่กินอยู่
มีนาจึงบอกแทน
“อาจารย์ขอยกคลาสน่ะ เพิ่งส่งประกาศในกลุ่ม”
ขนมชะงัก ช้อนค้างกลางอากาศ
“ห๊ะ! จริงดิ?”
“อืม อาจารย์เพิ่งไลน์แจ้งเมื่อกี้”
“แม่งง…” ขนมบ่นทันทีแบบคนหงุดหงิดจัด
“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ! จะได้ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นมาเช้าขนาดนี้!”
มีนายกน้ำขึ้นดื่มเงียบ ๆ ไม่ตอบอะไรทเพราะถึงจะยกคลาส เธอก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรเป็นพิเศษ
แค่…มีเวลาส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น
เธอเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าอย่างเรียบร้อย ก่อนเงยหน้าพูดเรียบ ๆ
“งั้น…เรากลับก่อนนะ”
ขนมทำหน้าเหมือนจะถามว่า จะรีบอะไรนักหนา? แต่พอเห็นสีหน้าเรียบเฉยแบบมีนา ก็รู้ว่าห้ามถามดีกว่า
“โอเค ๆ รีบไปเถอะ อินโทรเวิร์ตอย่างแกได้หยุดคลาสสวรรค์สุดแล้วมั้งเนี่ย”
ขนมหัวเราะเบา ๆ
มีนาเพียงแค่ยิ้มมุมปากจาง ๆ แทบมองไม่เห็น
ก่อนจะลุกขึ้น สะพายกระเป๋า และเดินออกจากโรงอาหารอย่างเงียบ ๆ
เพราะในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียว…
ของเล่นชิ้นใหม่…