“คุณเมฆินทร์...” เขาเอ่ยเรียบ
“เรียกผมว่าเมฆดีกว่าครับท่าน” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ
“โอเคคุณเมฆ ผมเข้าใจว่าพ่อค้าหัวไวแบบคุณ น่าจะไม่ทำอะไรโดยไร้เหตุผล ผมอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมถึงเลือกเข้ามาถือหุ้นของเดอะวันกรุป ทั้งที่มีโอกาสอื่นอีกมากในตลาดที่ใหญ่กว่าเราและน่าจะทำให้คุณสนใจได้มากกว่า”
จักรินทร์ถามขึ้นอย่างไม่ลังเล เพราะในห้องนี้มีแต่คนที่พวกเขาไว้ใจทั้งนั้น และเขาก็มั่นใจว่าคนที่เมฆินทร์พามาด้วยย่อมเป็นคนที่อีกฝ่ายมั่นใจว่าจะไม่นำความลับใดๆ ไปเปิดเผยอย่างแน่นอน
เมฆินทร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงนิ่ง
“เพราะผมเห็นบางอย่างที่คนอื่นอาจไม่เห็นครับ”
“อะไรล่ะ?”
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมดุจใบมีดเฉือน
“เดอะวันกรุป...ไม่ได้มีแค่ตัวเลขในตลาดหุ้นที่น่าสนใจ แต่มี ‘หัวใจ’ ของธุรกิจที่อบอุ่นและจริงใจอยู่ในนี้ ผมอยากร่วมสร้างสิ่งนั้น ไม่ใช่แค่ร่วมสร้างกำไร”
จักรินทร์มองเขานิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนหัวเราะเบาๆ
“พูดเก่งไม่แพ้คนขายฝันเลยนะคุณเมฆินทร์”
“ผมไม่ขายฝันครับ” เมฆินทร์ตอบเรียบ แต่แววตาคมเหมือนจงใจ “แต่ผมซื้อความจริง”
บรรยากาศในห้องคล้ายหยุดนิ่งชั่วขณะ
จักรินทร์สบตาเขาอย่างท้าทายเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ
“ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงขึ้นชื่อว่าเป็นนักลงทุนที่ใครก็พูดถึง...เสือหนุ่มจากฮ่องกงสินะ”
“ผมแค่คนธรรมดาที่รู้จักเลือกเวลาเดิน และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรขยับครับ”
ประโยคนั้นทำให้จักรินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขายื่นมือให้ชายหนุ่มอีกครั้ง “งั้นก็ขอต้อนรับอย่างเป็นทางการครับคุณเมฆินทร์ หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวัง”
“ไม่มีวันครับ”
มือของสองนักธุรกิจจับกันแน่นหนึ่งคนคือเสือผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจค้าปลีก อีกคนคือเสือหนุ่มเลือดใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่สนามเดียวกัน
จักรินทร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มุมปากหยักยกยิ้มจางก่อนพูดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเดินทางกลับไปแล้ว
“เด็กคนนี้...น่าสนใจ”
“ท่านคิดว่าเค้ามีอะไรแอบแฝงรึเปล่าครับ?” ตรีภัทรที่ยืนข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ฉันมั่นใจว่ามีและฉันจะหาคำตอบให้ได้ ว่าสิ่งที่เค้าต้องการจากเรา...คืออะไรกันแน่”
เขามองออกไปนอกกระจกชั้นสามสิบ เห็นท้องฟ้าในกรุงเทพฯ ยามบ่ายที่เต็มไปด้วยหมอกควันและแสงแดดส่องจ้า ในใจกลับรู้สึกได้ว่าพายุลูกใหม่...กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้าแล้ว
เย็นวันนั้น ท้องฟ้าเหนือบ้านสิริวัฒนาแต้มด้วยสีส้มทองจากแสงอาทิตย์ยามลับขอบฟ้า ลมเย็นจากสวนหน้าบ้านพัดกลิ่นดอกมะลิและหญ้าสดเข้ามาในตัวบ้าน บรรยากาศอบอุ่นและเงียบสงบเหมือนทุกเย็นที่ผ่านมา หากแต่ค่ำคืนนี้กลับไม่เหมือนวันอื่น
เพราะแขกคนสำคัญที่จักรินทร์ตั้งใจเชิญมา...คือผู้ถือหุ้นคนใหม่ของเดอะวันกรุป
“ภัทร โทรยืนยันอีกครั้งนะว่าคุณเมฆจะมาจริงๆ” จักรินทร์พูดขณะนั่งจิบชาอยู่ที่ห้องรับแขก ส่วนภรรยาของเขานั้นกำลังดูแลความเรียบร้อยในห้องทานอาหาร
“ครับท่าน ผมโทรยืนยันแล้วครับ ลูกน้องเค้าบอกว่าอีกไม่เกินสิบนาทีจะถึง” ตรีภัทรบอก
“ดี” ชายสูงวัยพยักหน้าอย่างพอใจ “อยากเห็นเหมือนกันว่าถ้าไม่อยู่ในเวลางานแล้วเสือหนุ่มตัวนี้จะวางตัวยังไง”
“พ่อจะจับผิดใครอีกล่ะคะ” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังจากด้านหลัง
ลัลน์ลลิตเดินลงมาจากบันไดด้วยชุดเดรสสีอ่อนเรียบง่าย แต่กลับขับให้ผิวขาวเนียนดูอบอุ่นราวกับแสงเทียน
“พ่อไม่ได้จับผิดหรอกลูก แค่...อยากรู้จักผู้ถือหุ้นใหม่ให้มากขึ้น”
“พูดเหมือนจะสัมภาษณ์พนักงานใหม่มากกว่านะคะ”
“ก็พอๆ กันนั่นแหละ เสียดายที่ลูกไม่ได้เข้าประชุมวันนี้ด้วยนะลัลน์ พ่ออยากให้ลูกได้เห็นบางอย่างในตัวของคุณเมฆตอนที่อยู่ในห้องประชุม”
“ลัลน์มีประชุมกับทีมการตลาดค่ะเลยไปไม่ได้ แต่อีกเดี๋ยวถ้าเจอแล้วลัลน์จะช่วยจับผิดเค้าให้นะคะ คุณเมฆของพ่อน่ะ” เธอตอบเรียบๆ พลางยิ้มให้บิดาโดยไม่คิดอะไร
“บอกแล้วไงว่าไม่ได้จับผิด”
“ค่ะ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่” เธอบอกอย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้เลยว่า...อีกไม่กี่นาทีจากนี้ ชื่อของผู้ถือหุ้นคนนั้นจะทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
เสียงเครื่องยนต์รถหรูดังขึ้นหน้าบ้าน ตรีภัทรจึงได้ออกไปดูตามหน้าที่ก่อนจะกลับเข้ามาแจ้งอย่างสุภาพ
“คุณเมฆมาถึงแล้วครับท่าน”
จักรินทร์พยักหน้า “เชิญเข้ามาเลย”
ไม่ถึงครึ่งนาที ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มก็ปรากฏตรงประตูบ้าน เขาก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่ามั่นใจและรอยยิ้มบางๆ ที่ดูทั้งสุภาพและอันตรายในเวลาเดียวกัน
“สวัสดีครับท่าน ขอโทษที่มาช้า พอดีเจอรถติดยาวน่ะครับ”
เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้ลลิตาที่กำลังเดินมาสมทบหันไปมอง แต่สำหรับลัลน์ลลิตแล้ววินาทีที่สบตาเขาเหมือนโลกทั้งใบมันหยุดหมุนลงในทันที
ภาพระหว่างเธอกับเขาในคืนนั้นแล่นกลับเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงทุ้มที่เคยกระซิบใกล้หู กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย และสายตาคมดุที่เคยจ้องเธอในคืนนั้น... ทุกอย่างยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
“เชิญตามสบายนะคุณเมฆ ผมขอแนะนำคนนี้ลลิตาภรรยาของผม ส่วนคนนี้ก็ลูกสาวคนโตชื่อลัลน์ลลิต ยังมีลูกสาวคนเล็กอีกคนชื่อลักษิกา ว่าแต่ยัยลักไปไหนแล้วล่ะคุณ” จักรินทร์หันไปถามภรรยาคนสวย
“น่าจะอยู่ในครัวค่ะ ให้เด็กไปตามมั้ยคะ”