EP.9:ของเล่นชิ้นใหม่

1077 Words
หลังจากคุณคลาสเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่าและความเย็นชา ฉันยืนอยู่กลางห้อง พยายามประมวลผลคำสั่งสุดท้ายของเขา "คืออะไร? สั่ง ๆ ๆ สรุปงานเราก็ต้องออกหรอ? นี่มันอะไรกันเนี่ยชีวิต!" ฉันพึมพำกับตัวเอง เสียงของฉันสั่นเครือไปด้วยความโกรธและความสิ้นหวัง ฉันยืนอยู่คนเดียวในห้องพักของเขา ความรู้สึกท่วมท้นไปด้วยความสับสนและความโกรธที่ถูกกดไว้ การลาออกจากงานหมายถึงฉันขาดรายได้หลักทันที และการย้ายมาคอนโดเขาหมายถึงฉันถูกกักบริเวณอย่างสมบูรณ์ เราต้องทำตามเขาใช่มั้ย เพราะถ้าเราไม่ทำ คนรอบข้างเราก็จะเดือดร้อน คำขู่ของเขาคือจุดอ่อนที่สุดของฉัน มันเป็นกุญแจสำคัญที่ล็อกอิสระของฉันไว้ คำขู่ของเขาไม่ได้ทำให้ฉันกลัวตัวเอง แต่ทำให้ฉันกลัวแทน กลัวความปลอดภัยของ บิว ฟ้า บาส และที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ที่บ้าน ฉันให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ ฉันไม่สามารถปล่อยให้คนที่รักต้องมาเสี่ยงเพราะฉัน เพื่อคนที่เรารัก และคนรอบตัวเรา... การยอมจำนนในครั้งนี้คือการเสียสละ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ "เอาว่ะ ไหน ๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ยอม ๆ ไปเถอะ มันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว" ฉันปลอบใจตัวเอง การยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้แลกมาด้วยความปลอดภัยของคนที่ฉันรัก มันคือข้อตกลงที่ฝ่ายฉันเสียเปรียบอย่างที่สุด แต่ก็เป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ หลังจากนั้นฉันก็กัดฟันเดินออกมาจากห้อง ด้วยร่างกายที่ยังปวดร้าวและหัวใจที่หนักอึ้ง ลงไปชั้นล่างของผับ บรรยากาศของผับตอนกลางวันแตกต่างจากกลางคืนโดยสิ้นเชิง มันเงียบสงบ แต่ความเงียบนั้นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง เมื่อมาถึงทางเข้าด้านหลัง ก็มีชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้มเดินมาหาและแนะนำตัวเองว่าเป็น มือขวาของคุณคลาส จะไปส่งที่คอนโด เขาคือ เจ หมวย: (ฉันพยายามเก็บความรู้สึกหวาดกลัวไว้และเปลี่ยนเป็นความเป็นมิตร) "พี่ชื่ออะไรค่ะ" ฉันเอ่ยถามชื่อเขา เพราะถ้าฉันต้องมาอยู่กับตาคุณคลาส ก็เท่ากับว่าฉันต้องเจอเขาอีกบ่อย เลยอยากผูกมิตรกับคนรอบตัวไว้ดีกว่า ฉันจะต้องหาพันธมิตร หรืออย่างน้อยก็หาข้อมูล มือขวา (เจ): "ชื่อเจครับ" หมวย: "หนูชื่อหมวยนะค่ะ" พี่เจ: "ครับน้องหมวย" (เขายิ้มเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขาสื่อถึงความเป็นมืออาชีพที่ซ่อนเร้นความเมตตา) "น้องหมวยนี่โชคดีนะครับที่นายดูห่วงขนาดนี้" พี่เจก็เป็นคนเฟรนลี่ และคุยได้โดยไม่เกร็งเหมือนกันนะเนี่ย แต่คำพูดพี่เจนี้เราขอเอะ!! ได้มั้ย โชคดีตรงไหน? โดนบังคับทุกอย่างเนี่ยนะ? หมวย: (ฉันหัวเราะฝืน ๆ) "โชคดียังไงค่ะ โชคร้ายนะสิไม่ว่า" พี่เจ: "555 น้องหมวยก็... มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนนะครับ" (เขาเปิดประตูรถยนต์หรูให้ฉันขึ้นนั่ง) หมวย: "แล้วเจ้านายพี่เขาเป็นคนยังไงค่ะ" (ฉันตั้งใจจะล้วงข้อมูลให้ได้มากที่สุด) ฉันต้องรู้นิสัยเขาถึงจะทำตัวอยู่ร่วมโลกกันได้ เพราะตอนนี้ฉันไม่ได้มีอิสระที่จะหนีแล้ว พี่เจ: "ถ้าบอกเป็นคนดีก็คงจะไม่เชื่อใช่มั้ยครับ 555" (เขาสตาร์ตรถและขับออกไป) หมวย: "ห้ะ!!! คนดี? คนแบบนั้นห่างไกลจากคำว่าคนดีเยอะค่ะ" (ฉันรู้สึกโล่งใจที่เขาไม่พยายามโกหก) พี่เจ: "555 ถูกครับ นายเป็นพวกบ้าอำนาจและเอาแต่ใจมาก" หมวย: "แสดงว่านายพี่เป็นคนเลวใช่มั้ยค่ะ?" พี่เจ: "ครับ ใช่ครับ แต่อาจจะเป็นคนดีก็ได้ถ้าได้น้องหมวยมาดัดนิสัย" หมวย: (ฉันรู้สึกประหลาดใจกับประโยคนี้) "ยังไงค่ะ" พี่เจ: "อยู่ไปนาน ๆ เดี๋ยวก็รู้เองครับ" (เขายิ้มอย่างมีเลศนัย แต่ดูจริงใจ) แล้วรถก็มาจอดอยู่หน้า คอนโดหรูหราแห่งหนึ่ง ที่มีความสูงเสียดฟ้า ฉันเลยลงจากรถ เดินตามพี่เจเข้าไป พี่เจพามาชั้นบนสุด ทั้งชั้นมีแค่ห้องเดียว พี่เจบอกชั้นนี้เป็นของคุณคลาส คือแบบจะรวยเกิ้นนน ความรู้สึกของฉันตอนนี้คือฉันกำลังถูกนำเข้าไปใน กรงทอง ที่ทั้งสวยงามและโดดเดี่ยว ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู แต่พอพี่เจเปิดประตูห้องให้เข้าไปแล้วต้อง ร้องโอ้โหหหหเลย ห้องโทนทึบสีดำ น้ำตาล และเทา ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราลงตัวกันที่สุด เพดานสูง และกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นวิวเมืองทั้งเมือง มันดูน่าเกรงขามแต่ก็สง่างาม มันสะท้อนตัวตนของเจ้าของอย่างชัดเจน พี่เจ: "เชิญพักผ่อนตามสบายเลยครับ ของ ๆ น้องหมวยแม่บ้านจัดการจัดเก็บเข้าตู้เรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ขอตัวก่อนนะครับ" (เขาแสดงความสุภาพอย่างเต็มที่) หมวย: "ค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะ" พี่เจยิ้มให้และเดินออกไป ในห้องนี้ก็เหลือแค่เราคนเดียว ความเงียบสงบที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างรุนแรง ฉันเดินดูนู้นนี่นั้นไปเรื่อย ๆ จนไปถึงห้องนอน มันเป็นห้องที่กว้างขวางมาก และมีเตียงขนาดคิงไซส์วางอยู่ตรงกลาง พี่เจบอกเสื้อผ้าอยู่ในตู้แล้ว ฉันเปิดดูเสื้อผ้าที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเรียบร้อย เสื้อผ้าของฉันเองถูกจัดแยกไว้อย่างดีข้าง ๆ เสื้อผ้าของเขาที่ถูกจัดเตรียมไว้ ฉันเข้ามาอยู่ในชีวิตเขาแล้วจริง ๆ ในฐานะอะไรก็ไม่รู้ที่เขาเรียกว่า "ของเล่น" และ "เมีย" ฉันตัดสินใจที่จะ ไปอาบน้ำดีกว่า ฉันเปิดน้ำอุ่นให้ไหลแรง ๆ และยืนอยู่ใต้สายน้ำ เพื่อพยายาม ล้างความเหนื่อยล้าและความสกปรกทางใจออกไปบ้าง เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จด้วยเสื้อผ้าที่สบายตัว ฉันก็มาทิ้งตัวลงนอนบน เตียงแสนนุ่ม เพื่อพักผ่อนสายตา ฉันไม่รู้ตื่นมาต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง ฉันคิดไปคิดมาจนหลับไป ปล่อยให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าพาฉันหนีไปจากโลกแห่งความเป็นจริงนี้ชั่วขณะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD