อีกฟากหนึ่งของหน้าผา
“เจ้าทำแบบนี้ได้อย่างไรรุธิระ” รอยอินตวาดลั่น ร่างโปร่งแสงค่อยๆ ชัดขึ้นจนเห็นว่าเขากำลังบีบคอของดวงวิญญาณอีกตน ที่หน้าตาคล้ายกับอัครัชอย่างมาก
รุธิระฮึดสู้จนหลุดจากการจับกุมของรอยอินได้ในที่สุด
“เจ้ารู้ดีพอๆ กับข้า ว่าข้าทำไปทำไม บอกเลยว่าถึงวันนี้พลาด ข้าก็จะหาโอกาสทำใหม่ให้สำเร็จ ถ้าเจ้าคิดว่าจะขวางข้าได้ทุกครั้งก็ทำไป แต่เจ้าคงรู้แล้วว่าจะห้ามข้าเข้าใกล้นางไม่ได้อีกต่อไป” รุธิระหายวับไปหลังจากโต้ตอบ ทิ้งให้รอยอินหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ
“วันนี้ยังดีที่ท่านปลุกท่านอินทรตื่นทัน ข้าคิดว่าแม่หญิงจันทร์แรมไม่ควรอยู่ที่นี่นานกว่านี้” หนานเมืองที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
รอยอินถอนใจ “เรื่องมันเป็นแบบที่ไอ้รุธิระพูด ข้าห้ามมันเข้าใกล้แม่หญิงไม่ได้อีกแล้ว ตั้งแต่ที่นางเอาจี้นั่นไว้ใกล้ตัว”
พิมพิกาตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นอย่างไม่แน่ใจ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลางดึกคือความฝันหรือเรื่องจริง แต่เห็นว่าอัครัชทำท่าทางเป็นปกติเธอจึงคิดว่าตนเองอาจจะฝันไป
ทุกคนเตรียมตัวเก็บสัมภาระและเก็บเต็นท์เพื่อเดินทางกลับ พิมพิกาเองก็เช่นกัน โดยที่เธอและอัครัชจะเดินทางกลับเชียงใหม่ส่วนอุษมาและพิชญะจะกลับลำพูน
“ลงไปกินกาแฟกับของเช้าข้างล่างกันพิม หมอคิงหิวหรือยังคะ” อุษมาถามตามประสาพี่ใหญ่ที่เคยชินกับการดูแลทุกคน
“ครับพี่เอื้อ ลงไปกันเลยก็ได้ ผมเก็บของหมดแล้ว” อัครัชพับเต็นท์เก็บทั้งสองหลัง โดยที่ตอนแรกพิมพิกาก็พยายามจะช่วยเก็บของตัวเอง แต่ดูไปดูมาเธอจะทำให้มันยุ่งยากมากขึ้นเขาจึงบอกให้หญิงสาวถอยออกไปช่วยเก็บขยะใส่ถุงแทน
หนุ่มสาวสี่คนรับประทานอาหารเช้าด้วยกันจากนั้นขับรถตามกันออกไปโดยที่ไปแยกกันเมื่อถึงทางแยกฝ่ายหนึ่งจะต้องไปลำพูนและอีกคู่จะต้องไปตัวเมืองเชียงใหม่
“พิมนอนละเมอแบบเมื่อคืนบ่อยไหมครับ” อัครัชถามระหว่างอยู่บนรถ
“ไม่เคยเลยค่ะ” พิมพิกาตอบ “แสดงว่าเมื่อคืนพิมไม่ได้ฝันจริงๆ เหรอคะ”
“พิมอาจจะเหนื่อยเกินไปก็ได้ ไม่ต้องกังวลหรอก อย่าคิดมาก” แม้ว่าตัวเขาเองจะรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ปกติ แต่ความที่ไม่มีเหตุผลอะไรทางวิทยาศาสตร์มารองรับ ‘บางสิ่งที่ไม่ปกติ’ นั้น ก็ทำให้ชายหนุ่มเลือกที่จะปัดเรื่องนี้ตกไป โดยการทำให้หญิงสาวคลายกังวลลงด้วยเหตุของความเหนื่อยล้าทางร่างกาย
“ค่ะ ก็อาจจะเป็นแบบนั้น แต่ยังไงก็ขอบคุณพี่หมอนะคะที่ช่วยพิมเมื่อคืน” พิมพิกาพยักหน้าเห็นด้วย เหตุผลที่อัครัชพูดก็มีส่วน เธออาจจะเพลียมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้
ใกล้มาถึงที่พักชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล เขากดรับทันทีเพราะว่ามันเป็นเบอร์ที่เขาให้ไว้ในกรณีฉุกเฉิน
“ครับ ผมอัครัช”
เขานิ่งฟังปลายสายพูดรัวเร็ว จนพิมพิกาเองก็หันมาสนใจอย่างอดไม่ได้ จนกระทั่งนาทีต่อมาชายหนุ่มรับคำสั้นๆ
“ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ คิดว่าไม่เกินสิบนาทีไปถึงครับ” แพทย์หนุ่มวางสายและหันมามองเพื่อนร่วมทริป
“พี่หมอเข้าไปดูคนไข้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพิมกลับเอง”
“พี่ไปส่งได้ครับ แต่ขอไปดูคนไข้ก่อนไม่นาน”
อัครัชยืนยัน เพราะการจะผ่าตัดต่อให้ฉุกเฉินแค่ไหนก็ต้องมีการเตรียมการตามขั้นตอนอยู่ดี และเขาเองก็ต้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน
“พิมรอพี่ที่นี่ก่อน ถ้าจะเข้าห้องน้ำก็ทางนั้น” เขาชี้มือไปอีกทางก่อนจะรีบออกไปพบทีมแพทย์ พิมพิกามองไปรอบๆ ห้องทำงานส่วนตัวของอัครัชอย่างพูดไม่ออก เมื่อเขาพาเธอเดินลิ่วๆ ตรงมายังแผนกจนค้านไม่ทัน
หญิงสาวรออยู่สักพักก็เริ่มอยากไปทำธุระ จึงเดินไปถามพยาบาลที่อยู่ด้านนอก
“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าห้องน้ำไปทางไหน”
“ทางนั้นเลยค่ะ เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายนะคะ ห้องน้ำผู้หญิงจะอยู่ขวามือค่ะ” พยาบาลสาวที่ประจำที่แผนกยิ้มให้พร้อมกับชี้ไปทางห้องน้ำหญิงที่เธอถามหา
“ขอบคุณค่ะ” พิมพิกายิ้มขอบคุณ
คล้อยหลังเธอบรรดาเจ้าหน้าที่ในห้องก็จับกลุ่มกันทันที ความที่อัครัชเป็นแพทย์หนุ่มหน้าตาดีที่เพิ่งย้ายมา ทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะได้รับความสนใจเสมอ
“คนนี้ใช่เจ้าของร้านอาหารที่ชั้นสองไหมเธอ”
“น่าจะใช่นะ เห็นว่าอาจารย์คิงเช่าบ้านเขาอยู่ด้วยนี่” อีกคนเสริมทำให้คนอื่นๆ พยักหน้าตาม
“จะว่าไปคุณเขาก็เหมาะสมกันดีจัง สวยหล่อเข้ากัน” สาวอีกคนเปรยแบบเป็นกลาง
“น่าจะรวยเหมือนกันด้วยล่ะเธอ”
“แหงล่ะ คนรวยก็ต้องคู่กับคนรวย เห็นอาจารย์คิงไหมล่ะสนใจคุณพิมจนออกนอกหน้า คงต้องมีใครผิดหวังแล้วล่ะ”
ตึง!!! เสียงแฟ้มที่ถูกวางกระแทกลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรง ทำให้กลุ่มเจ้าหน้าที่หยุดการสนทนากันอย่างตกใจ
“ขอโทษค่ะ หลุดมือ” โสมมาภาเอ่ยคำขอโทษทั้งที่ในใจเดือดปุดด้วยความโมโห
“ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะหมอโสม หมอต้องการอะไรหรือเปล่าคะ” เพราะว่าตอนนี้ไม่ใช่เวรของโสมมาภา พี่พยาบาลจึงถามอย่างเกรงใจ
“คือว่าโสมได้ยินว่ามีเคสด่วน เลยเข้ามาเผื่อมีอะไรให้ช่วยค่ะ ไม่ทราบว่าอาจารย์เข้ามาหรือยังคะ”
“อาจารย์คิงมาแล้วค่ะทีมของอาจารย์ก็พร้อมแล้ว ตอนนี้หมอโสมไปพักก่อนก็ได้นะคะ เพราะเดี๋ยวอีกไม่นานก็ต้องเข้าเวรช่วงเย็นนี่คะ” พี่พยาบาลขมวดคิ้ว ปกติทีมของสตาฟแต่ละคนจะไม่มีการช่วยงานข้ามทีมกัน เพราะแต่ละคนก็ต่างงานล้นมือโดยเฉพาะแพทย์ประจำบ้าน พอโสมมาภามาเสนอตัวถามเธอจึงค่อนข้างแปลกใจ
โสมมาภาเม้มปาก เธอยังไม่ทันพูดอะไรก็หันไปเห็นอัครัชเดินตรงเข้ามา ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยขณะที่เดินผ่านพวกเธอเข้าไปในห้องส่วนตัวก่อนจะเปิดประตูออกมาใหม่
“เตรียมผ่าตัดเลยใช่ไหมคะอาจารย์” เจ้าหน้าที่แผนกถาม
“ครับ ผมสั่งเตรียมแล้ว คุณประสานงานห้องผ่าตัดได้เลย เดี๋ยวผมไปเตรียมตัวแล้วจะเข้ามาอีกรอบ”
อัครัชสั่งงานให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกรายละเอียด เขาถามต่อ “แล้วอีกเรื่องมีใครเห็นคุณพิมไหม”
“คุณพิมเธอไปห้องน้ำค่ะ นั่นมาแล้ว”
ชายหนุ่มพยักหน้า เขามีสีหน้าโล่งใจเมื่อเห็นว่าพิมพิกาเดินกลับมาพอดี
“ไปกันครับพิม พี่ไปส่งพิมที่บ้านแล้วจะเลยไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย”
“ถ้าพี่หมอรีบ พิมไปเองก็ได้นะคะ”
ความจริงพิมพิกากำลังจะเดินลงไปที่ร้านของตัวเอง ให้พนักงานที่ร้านสักคนไปส่งเธอที่บ้าน เพราะเกรงใจคุณหมอหนุ่มที่ดูว่าเขาน่าจะมีภารกิจด่วน
“ถึงพี่อยู่ก็ต้องรอเวลาให้เจ้าหน้าที่เตรียมงานอยู่ดี ไปกันเถอะ ส่วนทางนี้ถ้ามีอะไรฉุกเฉินโทรตามผมได้เลยนะ” เขาสั่งงานอีกครั้งและแตะไหล่เธอเป็นเชิงให้ออกเดินไปด้วยกัน
โสมมาภามองตามอัครัชอย่างไม่อยากเชื่อว่าชายหนุ่มไม่ทักทายตนสักคำ เหมือนว่าเขาไม่เห็นว่าเธอยืนตรงนี้ด้วยอีกคน
“น่ารักจังเลย อาจารย์เรียกตัวเองว่าพี่กับคุณพิม” เดอะแก๊งกลุ่มเดิมกลับมาคุยกันต่อ มือก็ทำงานไปด้วยไม่ได้เสียสมาธิแต่อย่างใด
“เนอะ ไม่ได้ยินกับหูฉันจะไม่เชื่อเลยเธอ” อีกหนึ่งสาวเห็นด้วย ทำตาลอยเมื่อนึกถึงบทสนทนาของอัครัชและสาวสวยเมื่อครู่
“ไม่นึกว่าพวกพี่จะชอบนินทาอาจารย์กันนะคะ” โสมมาภาขัดคอเสียงห้วน ทำให้สาวๆ ทำหน้าตกใจ
“อุ๊ย ไม่ใช่นะคะหมอโสม” กลุ่มสาวๆ พยาบาลรีบอธิบาย
“พวกพี่แค่เชียร์อาจารย์กับคุณพิมเฉยๆ เห็นว่าสวยหล่อเหมาะสมกันค่ะ ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลย”
โสมมาภาเม้มปาก เหวี่ยงสายตามองพี่ๆ พยาบาลอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ ไม่พูดอะไรอีกก่อนที่เธอจะเดินออกจากแผนกไป ทำให้กลุ่มสาวพยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่นมองตามอย่างไม่เข้าใจ
“หมอโสมเขาเป็นอะไรของเขา เมนส์มาเหรอ”