ตอนที่ 3 - ข้าศึกซ่องสุมกำลัง

1336 Words
ภายในค่ายทหารกองบัญชาการแห่งหนานฉิน กระโจมหลังใหญ่สุดที่ประดับด้วยธงลายมังกรอันสง่างาม เป็นที่พำนักของแม่ทัพใหญ่ผู้น่าเกรงขามนามว่า หม่าซื่อเถียว บุรุษร่างกำยำ ทรวดทรงหนาใหญ่ ผู้มีรสนิยมพิเศษในการเสพสมสตรีพรหมจรรย์ ในยามปกติ แม่ทัพหม่ามักจะใช้ให้เหล่าทหารออกไปสรรหาสตรีหน้าตาสะสวยและบริสุทธิ์ผุดผ่องมาบำเรอความใคร่ของตน พวกนางเหล่านั้นล้วนถูกคัดสรรมาอย่างดี ต้องมีรูปโฉมงดงาม มีผิวพรรณผุดผ่องดุจหยกเนื้อละเอียด และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นหญิงพรหมจรรย์ หากสตรีนางใดถูกแม่ทัพหม่าหมายตา ก็จะถูกนำตัวมาที่นี่เพื่อปรนนิบัติรับใช้ และเมื่อใดที่เขาเบื่อหน่าย สตรีเหล่านั้นก็จะถูกจำแนกแจกจ่ายไปยังนายกองหรือนายทหารคนอื่นๆ ให้อิ่มหนำสำราญ เป็นขวัญและกำลังใจในการฝึกต่อสู้ แต่หลายวันที่ผ่านมา ความกังวลเรื่องศึกสงครามทำให้เขาละเลยเรื่องราคะไปโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้แม่ทัพนายนี้ต้องขบคิดจนแทบไม่เป็นอันกินอันนอน คือการเฝ้าระวังว่า ยามใดกองทัพเป่ยฉินจะยกกำลังมาโจมตี เพราะ ณ เวลานี้ กองกำลังของฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งกว่ากองกำลังของเขาไปหลายขุม อีกทั้งกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ สร้างความหวาดหวั่นให้กับแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ไม่น้อย หากพลาดท่าพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเสียตำแหน่งแม่ทัพเท่านั้น แต่อาจจะต้องแลกด้วยชีวิตของตนเองและกำลังพลอีกนับไม่ถ้วน เขาจึงต้องวางแผนรับมืออย่างรัดกุม ทั้งการเสริมกำลังทหาร จัดเตรียมเสบียงอาหาร และซุ่มซ้อมรบอย่างหนัก เพื่อให้พร้อมรับมือกับการโจมตีของศัตรูได้ทุกเมื่อ ขณะที่หม่าซื่อเถียวยังคงขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่หน้ากระดานทรายอันเป็นแผนที่การศึก เสียงฝีเท้าม้าเร็วก็ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและรวดเร็วนั้นบ่งบอกถึงความเร่งด่วนของข่าวสารที่กำลังจะมาถึง เขาจึงรีบผุดลุกจากตั่งไม้ สาวเท้าออกไปรับสารจากแนวหน้าด้วยใจที่เต้นระทึกราวกับกลองศึก “คารวะท่านแม่ทัพ ข้าน้อยนำข่าวจากหน่วยสอดแนมมาส่งมอบขอรับ” ม้าเร็วกล่าวพลางยื่นม้วนกระดาษที่ผูกติดแน่นที่อานม้าให้แก่แม่ทัพใหญ่ ม้วนกระดาษสีขาวสะอาดตัดกับด้ายสีแดงที่ผูกไว้อย่างโดดเด่นราวกับหยดเลือดกลางผืนหิมะ หม่าซื่อเถียวรับม้วนกระดาษนั้นมาถือไว้ในมือ แววตาเคร่งเครียดจับจ้องไปยังม้วนกระดาษราวกับจะมองทะลุผ่านเข้าไปยังข้อความที่ซ่อนอยู่ภายใน ถ้อยแถลงที่อยู่ภายในอาจเป็นข่าวดีที่ทำให้สถานการณ์พลิกผัน หรืออาจเป็นข่าวร้ายที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกก็เป็นได้ หม่าซื่อเถียวไม่รอช้า รีบแกะปมเชือกสีแดงที่ผูกม้วนกระดาษ กางกระดาษแผ่นนั้นออก แล้วอ่านข้อความภายในอย่างละเอียดถี่ถ้วน คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ไล่อ่านตัวอักษรทีละตัว จวบจนถึงข่าวคราวบางอย่างที่ทำให้ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง “บัดซบ! เป่ยฉินมีกำลังพลมากกว่าสองแสนคนแล้วอย่างนั้นหรือ?” หม่าซื่อเถียวสบถออกมาอย่างเหลืออด เขาขยำม้วนกระดาษในมือแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน ก่อนจะปามันลงบนโต๊ะอย่างแรง ใจหนึ่งก็คิดโทษตัวเองที่ประมาทเกินไป ใครจะคาดคิดเล่าว่าเป่ยฉินจะสามารถรวบรวมกำลังพลได้มากมายถึงเพียงนี้ภายในเวลาอันสั้น กำลังพลสองแสนนายนั้น หมายถึงกองทัพที่มีขนาดใหญ่กว่ากองทัพของหนานฉินถึงเท่าตัว หากต้องเผชิญหน้ากันในตอนนี้ เขาไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร แต่ที่แน่ๆ คือกองกำลังของเขาที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนกำลังพล มีโอกาสที่จะเพลี่ยงพล้ำและพ่ายแพ้ต่อกองทัพเป่ยฉินได้อย่างง่ายดาย เหมือนฝูงแกะน้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าดุร้าย ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวกรองยังระบุอีกว่ากองทัพเป่ยฉินไม่ได้มีเพียงจำนวนที่เหนือกว่าเท่านั้น แต่ยังมีการฝึกฝนและเตรียมพร้อมมาอย่างดี มีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ และที่สำคัญที่สุดคือมีแม่ทัพที่มีความสามารถและประสบการณ์สูงคอยบัญชาการรบ นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากและอันตรายอย่างยิ่งสำหรับหม่าซื่อเถียว แม่ทัพใหญ่แห่งหนานฉิน ข่าวร้ายนี่ทำให้เขาครุ่นคิดอย่างหนัก หากต้องเผชิญหน้ากับกองทัพเป่ยฉินในตอนนี้ กองทัพของเขาคงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากอย่างแน่นอน “นี่เป็นเรื่องจริงหรือว่านี่เพียงกลอุบายลวงให้เราไขว้เขวกันแน่?” แม่ทัพหม่าพึมพำกับตัวเอง ด้วยยังคิดไม่ตก ทว่าแม้จะไม่แน่ใจว่าสารที่ได้รับเป็นความจริงมากน้อยเพียงไร แต่กระนั้นก็ไม่ควรประมาทอริศัตรู เพราะหากเป็นความจริง เขาต้องเตรียมการรับมืออย่างรัดกุมที่สุด ไม่เช่นนั้นหนานฉินอาจต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของเป่ยฉินในไม่ช้า “หากข้าเป็นแม่ทัพเป่ยฉิน ข้าจะ...” หม่าซื่อเถียวเริ่มคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากเขาเป็นฝ่ายศัตรู เขาจะใช้กลยุทธ์ใดในการโจมตี จะใช้จุดอ่อนใดของกองทัพเขาในการบุกเข้ามา เขาพยายามคิดหาทางรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทันใดนั้น หม่าซื่อเถียวก็ตวัดสายตาคมกริบไปยังขุนพลคนสนิทผู้ยืนอยู่ข้างกาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เจ้ารีบเรียกประชุมแม่ทัพนายกองทั้งหมด มาร่วมหารือที่กระโจมของข้าโดยด่วน!” “ขอรับ!” ขุนพลผู้นั้นยกมือขึ้นประสานรับคำสั่ง ก่อนจะหมุนกายจากไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปปฏิบัติตามคำสั่งของแม่ทัพใหญ่ในทันที เมื่อขุนพลคนสนิทจากไปได้ไม่นาน นายกองลาดตระเวน นามว่า หลี่เจี้ยนคุน ผู้มีหน้าที่ตรวจตราความเรียบร้อยรอบค่าย จึงเดินเข้ามาพร้อมกับสตรีนางหนึ่ง แม้ใบหน้าและร่างกายของนางจะเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน ทว่าก็ไม่อาจปิดบังความงามตามธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ได้ นางมีผิวพรรณขาวผ่อง ดวงตากลมโตเป็นประกาย ริมฝีปากอิ่มเอิบ และเรือนร่างอรชร แม้จะอยู่ในสภาพไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังคงความงดงามราวกับดอกไม้กลางพายุฝน “คารวะท่านแม่ทัพ ค่ำคืนนี้ข้าน้อยมีของกำนัลมามอบให้ท่านขอรับ” นายกองหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับมือหยาบกร้านที่ผลักตัวหญิงสาวผู้ถูกพันธนาการไว้ไปข้างหน้า ก่อนนางจะสะดุ้งเฮือก ก่อนเงยหงายใบหน้าขึ้นมองแม่ทัพใหญ่ด้วยแววตาหวาดกลัว หม่าซื่อเถียวเมื่อปรายตามองหญิงสาวแล้ว ก็รู้สึกพอใจในความงามของนางไม่น้อย นานเพียงใดแล้วที่เขาไม่ได้เชยชมสตรีงามเช่นนี้ ความรู้สึกหื่นกระหายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา แต่แล้วก็ต้องชะงักลง เมื่อนึกถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังอยู่ในภาวะคับขัน “นายกองหลี่ เจ้านำตัวแม่นางน้อยผู้นี้มาจากที่ใด” หม่าซื่อเถียวเอ่ยถามเสียงเรียบ “เรียนท่านแม่ทัพหม่า ข้าน้อยพบสตรีนางนี้ในป่าเปี้ยนจิ้ง นางเป็นบุตรหลานของชาวเป่ยฉินที่ล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนของเรา ข้าน้อยจึงจับตัวมาเป็นเชลย เผื่อว่าท่านจะ...” นายกองหลี่เว้นถ้อยคำหนึ่ง หวังให้ผู้เป็นนายเข้าใจความหมายโดยไม่ต้องเอ่ยให้มากความ แต่ทว่าหม่าซื่อเถียวกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับแบกรับภาระอันหนักอึ้งเอาไว้ อากัปกิริยานี้ทำให้นายกองหลี่ถึงกับงุนงงสงสัย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านแม่ทัพจึงไม่แสดงท่าทียินดีต่อของกำนัลที่ตนนำมาให้กันเล่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD