และเธอไม่อยากเสี่ยงให้ลูกของตัวเองต้องถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลืมตา เพราะการเป็นคนที่ไม่ถูกเลือกมันเจ็บปวดยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น
เรื่องนี้เธอรู้ดีกว่าใคร...
แต่ถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะไม่ได้เลือกลูกสาวคนนี้
เธอก็จะไม่ทอดทิ้งลูกของตัวเองอย่างเด็ดขาด
เพราะเด็กคนนี้กำลังจะกลายเป็นโลกทั้งใบของเธอ...
มิรันตีก้มมองมือของตัวเองที่วางอยู่บนหน้าท้องอย่างแผ่วเบา ความกลัวในใจยังคงอยู่ แต่ท่ามกลางความกลัวนั้น กลับมีความรู้สึกอ่อนโยนบางอย่างก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เป็นความผูกพันที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
แม้จะไม่รู้ว่าเธอจะเป็นแม่ที่ดีแค่ไหน แต่เธอจะเป็นแม่ที่รักลูกสุดหัวใจและจะปกป้องเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด แม้เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหรือทำความรู้จักพ่อของตัวเองเลยก็ตาม...
แสงแดดยามเย็นคลี่ตัวลงช้าๆ เหนือหลังคาบ้านชั้นเดียวหลังเล็กที่มิรันตีคุ้นเคยตลอดหลายปี เธอเดินกลับเข้าบ้านด้วยก้าวที่หนักอึ้งกว่าทุกวัน ทั้งที่ร่างกายอ่อนล้าเหมือนเคยจากการทำงาน แต่สิ่งที่ถ่วงหัวใจของเธอไว้กลับไม่ใช่ความเหนื่อยล้า หากเป็นความจริงบางอย่างที่ไม่อาจซ่อนเอาไว้ได้อีกต่อไป
กลิ่นอาหารจากร้านตามสั่งหน้าบ้านลอยเข้ามาแตะจมูก ป้าของเธอกำลังยืนผัดกับข้าวอยู่หน้าเตาไม่ใช่เพื่อลูกค้าแต่เพื่อทำอาหารเย็นเอาไว้กินสองคนกับหลานสาวเพราะตอนนี้เป็นเวลาปิดร้านแล้ว
ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยตามวัยยังคงดูใจดีเหมือนทุกวัน เสียงตะหลิวกระทบกระทะดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยไม่มีใครรู้ว่าชีวิตของหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านกำลังยืนอยู่ตรงทางแยกที่อาจเปลี่ยนทุกสิ่งไปตลอดกาล
มิรันตียืนมองภาพนั้นอยู่นาน หัวใจบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่าไม่ว่ายังไง หน้าท้องของเธอก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ ความจริงนี้ไม่มีทางถูกปกปิดได้ตลอดไป ต่อให้เธออยากหนี อยากเลี่ยง หรืออยากรอให้พร้อมแค่ไหน สุดท้ายคนที่เธอรักและเกรงใจที่สุดก็ต้องเป็นคนที่รับรู้เรื่องนี้อยู่ดี
บอกวันนี้…หรือบอกวันไหนก็ไม่ต่างกัน
แต่ถ้าไม่บอก…เธอนั่นแหละจะยิ่งทรมาน
ความคิดนั้นทำให้เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ป้า มือเล็กสั่นน้อยๆ ขณะเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว
“ป้าคะ…”
ป้าชะงักมือ หันกลับมามองหลานสาวทันที เพียงสบตากันแวบแรก ท่านก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ดวงตาของมิรันตีแดงก่ำเหมือนคนกลั้นน้ำตาไว้นานเกินไป สีหน้าซีดเผือด และแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวทำให้หัวใจของคนเป็นป้าสะท้านวูบ
“เป็นอะไรลูก ทำไมหน้าตาไม่ดีเลย เหนื่อยมากเหรอ”
น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง แต่กลับยิ่งทำให้กำแพงในใจของมิรันตีพังทลายลง
เธอพยายามอ้าปากพูด แต่เสียงกลับไม่ยอมออกมา ริมฝีปากสั่นระริก น้ำตาที่กลั้นไว้มาทั้งวันเริ่มเอ่อคลอจนมองอะไรพร่าไปหมด หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนเด็กที่กำลังรอการตัดสินโทษจากผู้ใหญ่ ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบทลงโทษจะหนักหนาเพียงใด
“มีอะไรจะบอกป้าใช่มั้ย ไปเถอะ ไปคุยกันในบ้านดีกว่า” ป้าหันไปปิดเตา วางตะหลิวลงช้าๆ เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน ก่อนจะเดินนำเธอเข้าไปในบ้าน เธอเดินตามท่านเข้าไปอย่างช้าๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ในห้องรับแขกมือกุมกันแน่นบนตัก หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บ
“ป้าขาหนูขอโทษนะคะที่ทำให้ป้าผิดหวัง…ถ้าป้าจะโกรธ จะด่า หรือจะตบหนู หนูก็จะไม่ว่าอะไรเลยนะคะ”
เสียงของเธอสั่นเครือ พูดออกมาด้วยความกลัวที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต
ป้าชะงัก ดวงตาฉายแววตกใจอย่างไม่ปิดบัง
“พูดอะไรของหนูน่ะลูก ทำไมต้องพูดแบบนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นบอกป้าหน่อยสิลูก นี่ป้างงไปหมดแล้วนะ”
มิรันตีเงยหน้าขึ้นสบตาท่าน น้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสาย
“หนู…หนูท้องค่ะป้า…ท้องได้สองเดือนแล้ว คืนนั้นที่หนูบอกว่านอนค้างบ้านเพื่อนความจริงแล้ว...หนู...หนู...”
คำพูดขาดห้วงไป เสียงสะอื้นดังขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอก้มหน้าลงต่ำ ไหล่สั่นเทา เหมือนแบกรับความผิดทั้งหมดไว้เพียงลำพังมานานเกินไป
โลกทั้งใบเงียบงันลงในวินาทีนั้น...มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักขึ้นของผู้หญิงสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน
ป้านิ่งไปนาน...นิ่งจนมิรันตีใจหาย
เธอรอ...รอคำดุ...รอเสียงตำหนิ
รอแม้กระทั่งฝ่ามือที่อาจจะฟาดลงมาบนใบหน้าเพราะความผิดหวัง ทั้งยังเตรียมใจรับทุกอย่างเอาไว้แล้วแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิด
ป้านิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขยับไปนั่งลงข้างๆ เธอ มือที่หยาบกร้านจากการทำงานค่อยๆ ยกขึ้นอย่างช้าๆ แล้ววางลงบนศีรษะของหลานสาวอย่างแผ่วเบา นิ้วมืออุ่นลูบผมของเธออย่างอ่อนโยนราวกับปลอบเด็กเล็กที่กำลังร้องไห้
“ไม่เป็นไรนะลูก…” เพียงไม่กี่คำ แต่กลับทำให้มิรันตีร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น
“เดี๋ยวป้าจะช่วยเลี้ยงลูกของหนูเอง” น้ำเสียงนั้นหนักแน่นกว่าที่เคย “เรามีกันอยู่แค่นี้แล้ว จะให้ป้ามานั่งดุด่าหรือตบตีหนูแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ คนเราเกิดมาต่างก็เคยทำผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเมื่อเรารู้ตัวว่าทำผิดแล้วเราจะสามารถแก้ไขมันยังไงได้บ้างต่างหาก”
มิรันตีสะอื้นจนพูดไม่เป็นคำ เธอโผเข้ากอดป้าแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือไปทุกอย่างจะเป็นเพียงความฝัน