เช้าวันนี้ มิรันตีนั่งอยู่ในห้องตรวจของคลินิกใกล้บ้าน มือเล็กกำชายเสื้อแน่น ขณะสายตาจับจ้องไปที่จอมอนิเตอร์สีเทาดำ เสียงเครื่องอัลตราซาวนด์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แพทย์หญิงวัยกลางคนเลื่อนหัวตรวจไปมาอย่างตั้งใจ สีหน้าเรียบสงบ แต่แววตากลับดูพิจารณาอะไรบางอย่างนานกว่าปกติ
“คุณแม่คะ…”
เสียงนั้นทำให้หัวใจมิรันตีเต้นแรง เธอกลืนน้ำลาย ยิ้มบางๆ อย่างประหม่า
“ค่ะคุณหมอ…ลูกของมี่เป็นยังไงบ้างคะ”
แพทย์หญิงยิ้ม ก่อนจะหันจอมาให้เธอดู
“ดูที่หน้าจอนะคะ เห็นมั้ยคะว่ามีถุงสองใบอยู่ด้วยกันตรงนี้”
ประโยคนั้นทำให้สมองของมิรันตีว่างเปล่าไปชั่วขณะ
“คะ…?”
“แปลว่าคุณตั้งครรภ์แฝดค่ะ ในท้องของคุณแม่มีเด็กสองคนกำลังเติบโตอยู่ในนี้นะคะ สุขภาพแข็งแรงทั้งคู่ด้วยค่ะ”
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนเมื่อได้ยินคำอธิบาย
ภาพบนจอที่เธอไม่เข้าใจในตอนแรก ค่อยๆ ชัดขึ้นเมื่อแพทย์ชี้ให้ดูจุดเล็กๆ สองจุดที่เต้นไหวพร้อมกัน เสียงหัวใจสองจังหวะดังซ้อนกันอย่างอ่อนโยน
หัวใจของมิรันตีสั่นสะท้าน น้ำตาค่อยๆ เอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แฝด…ลูกของเธอไม่ได้มาเพียงคนเดียวแต่มาพร้อมกันถึงสองคน
ความกลัว ความกังวล และความไม่แน่นอนที่อัดแน่นอยู่ในอกตลอดหลายสัปดาห์ ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อบอุ่นและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน เธอไม่รู้ว่าลูกทั้งสองเป็นเพศอะไร ไม่รู้ว่าหน้าตาจะเหมือนใคร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ชัดในวินาทีนั้นก็คือ...นับจากนี้ไปเธอจะต้องเข้มแข็งมากกว่าที่เคยเป็นมาเพื่อลูกทั้งสองคนที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
หลังออกจากคลินิก มิรันตีนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ มือวางทาบลงบนหน้าท้องที่ขยายใหญ่มากกว่าครรภ์ปกติอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่าง พลางคิดว่าข้าวของบางอย่างที่เคยคิดว่าจะซื้อเตรียมไว้คงจะต้องเพิ่มเป็นสองเท่าเสียแล้ว
เมื่อกลับถึงบ้าน ป้ากำลังเก็บของต่างๆ ในบ้านลงกล่องเพื่อเตรียมให้รถขนย้ายมารับไปในวันพรุ่งนี้เพราะพวกเธอใกล้จะย้ายไปเชียงใหม่กันแล้วหลังจากที่เธอตกลงกับเจ้าของร้านดอกไม้เอาไว้ว่าขอเคลียร์งานที่รับไว้ก่อนซึ่งท่านก็ไม่ติดขัดอะไร
มิรันตีเล่าเรื่องผลตรวจให้ป้าฟังอย่างละเอียด เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
“แฝดเหรอลูก…” ป้านิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “มาทีเดียวสองคนเลย ฟ้าประทานมาให้หนูแล้วจริงๆ”
“ค่ะป้า มิน่าล่ะทำไมหนูหิวมากกว่าปกติ ที่แท้ก็มีเด็กสองคนมาช่วยกินนี่เอง งั้นเดี๋ยวหนูช่วยเก็บของลงกล่องนะคะ พรุ่งนี้หนูคงไม่ว่างช่วยดูตอนเค้ามาขนของเพราะต้องไปเคลียร์จ๊อบสุดท้ายให้เรียบร้อยก่อน”
“จ้ะ แต่หนูเก็บของที่เบาๆ ละกันนะ ของหนักเดี๋ยวป้าเก็บเอง เดี๋ยวกระเทือนไปถึงหลานป้าจะยุ่ง ช่วงท้องสามเดือนเนี่ยต้องระวังเป็นพิเศษเลยล่ะ”
“ค่ะป้า”
เธออมยิ้มบาง ก่อนจะช่วยป้าเก็บข้าวของลงกล่องเพราะกำหนดการถูกวางไว้อย่างชัดเจน
มะรืนนี้แล้ว...มะรืนนี้เธอจะได้ย้ายไปอยู่ในสถานที่ใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกๆ และคุณป้าที่เธอรัก
แต่ก่อนจะจากเมืองหลวงแห่งนี้ไป มิรันตีต้องจัดการงานสุดท้ายให้เรียบร้อย และงานในวันพรุ่งนี้คือเหตุผลที่เธอไม่อาจพลาดได้เด็ดขาด
งานแต่งงานของมหาเศรษฐีทายาทเจ้าของโรงพยาบาลกับทายาทนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เชิญแขกเหรื่อมาร่วมงานกว่าพันคนและจัดในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเป็นงานแต่งระดับประเทศเพราะค่าจ้างที่เธอจะได้รับก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน และเงินก้อนนี้ก็จะช่วยให้เธอมีทุนติดตัวในการใช้จ่ายไปได้อีกหลายเดือน รวมเงินเก็บที่สะสมมาตลอดหลายปี
แค่นี้ก็เพียงพอให้เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างสวยงามแล้ว...
มิรันตีมาถึงสถานที่จัดงานพร้อมทีมงานออแกไนซ์เซอร์ตั้งแต่เช้าตรู่ กลิ่นดอกไม้สดลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ โถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา โคมไฟระย้าคริสตัลสะท้อนแสงระยิบระยับ ดอกไม้โทนขาว ครีม และชมพูอ่อนถูกจัดวางอย่างประณีตในทุกมุม ทุกองค์ประกอบต้องสมบูรณ์แบบ เพราะนี่ไม่ใช่งานที่ยอมให้มีคำว่าพลาดได้แม้แต่น้อย
มิรันตียืนตรวจงานด้วยสีหน้ามุ่งมั่น แม้อาการแพ้ท้องจะยังคงตามรบกวนเป็นระยะ แต่เธอก็ฝืนยิ้มและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด เงินค่าจ้างก้อนนี้มีความหมายมากเกินกว่าจะปล่อยให้ความอ่อนแอเพียงชั่วคราวมาขัดขวาง
ในหัวของเธอมีแต่ภาพของอนาคต บ้านหลังใหม่ อากาศเย็นสบาย ชีวิตที่สงบกว่าเดิมและลูกทั้งสองที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์
เธอไม่รู้เลยว่า ในงานเดียวกันนี้จะมีใครอีกคนหนึ่ง…ที่กำลังเดินกลับเข้ามาในชีวิตของเธออย่างเงียบงัน
“ขอโทษจริงๆ นะคะที่ต้องรบกวนให้พี่นัทมาแทน” ว่าที่เจ้าสาวหันมาคุยกับน้องชายว่าที่เจ้าบ่าวด้วยความเกรงใจขณะเดินเข้ามาถึงหน้าประตูโถงจัดเลี้ยง
“ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่รู้ว่าถ้าพี่นนท์เค้าไม่ยุ่งจริงๆ เค้าไม่มีทางบอกให้พี่มาดูแลงานแทนหรอก อีกอย่างวันนี้พี่ก็ว่างไม่มีธุระไปไหน มาช่วยตรวจสถานที่แทนพี่ชายก็ถือว่าได้ทำประโยชน์มากกว่า แล้วนี่ฟ้ายังแพ้ท้องอยู่รึเปล่า ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ พี่ไม่อยากโดนพี่นนท์ดุเอาน่ะ เดี๋ยวจะหาว่าดูแลเมียกับลูกเค้าไม่ดี” บุญญานัทบอกยิ้มๆ
“ไหวค่ะ ช่วงนี้อาการแพ้ท้องดีขึ้นมากแล้ว สงสัยเด็กๆ จะห่วงกลัวคุณแม่เป็นลมกลางงานแต่งเอาน่ะสิ” เธอบอกพร้อมกับไล้มือลงบนหน้าท้องที่ขยายขึ้นจากอายุครรภ์สี่เดือนแถมยังเป็นท้องแฝดอีกด้วย