“อิจฉาพี่นนท์เหมือนกันนะ อายุตั้งสี่สิบห้ายังได้เมียสวยแถมยังได้ลูกแฝดอีก”
“จะอิจฉาทำไมคะ พี่นัทก็รีบแต่งสิเผื่อจะได้มีลูกแฝดบ้างไง”
“ก็อยากแต่งอยู่หรอกครับ แต่...ยังไม่เจอคนที่จะแต่งด้วยน่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณอัญญาวดี คุณบุญญานนท์ไม่ได้มาด้วยเหรอคะวันนี้” เจ้าหน้าที่จากออแกไนซ์เซอร์รีบเดินเข้ามายกมือไหว้ว่าที่เจ้าสาวพร้อมกับฉีกยิ้มหวานให้หนุ่มหล่อข้างๆ ไปพร้อมกัน
“พี่นนท์ไม่ว่างค่ะติดประชุมสำคัญ เลยให้น้องชายมาช่วยดูแทน”
“อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเดี๋ยวเชิญคุณอัญญาวดีด้านนี้นะคะ เดี๋ยวพี่จะอธิบายรายละเอียดในส่วนต่างๆ ให้ฟัง ถ้าหากว่าต้องการปรับตรงไหนก็แจ้งได้เลยค่ะ ตอนนี้ทีมงานกำลังจัดซุ้มดอกไม้ทั่วงานกันอยู่ ทางด้านเวทีก็กำลังตกแต่งเหมือนกันค่ะ แต่รับรองว่าเสร็จทันงานพรุ่งนี้แน่นอน”
“ได้ค่ะ งั้นพี่นัทช่วยไปดูรอบๆ งาน ให้หน่อยนะคะ ฟ้าจะไปคุยกับทีมงานหน่อย” เธอหันไปบอกบุญญานัท
“โอเคครับ”
ชายหนุ่มเดินตรวจไปทั่วงานอย่างไม่เร่งรีบ ร่างสูงสง่าในชุดสูทที่ดูเรียบหรู เขาตั้งใจเพียงทำหน้าที่แทนพี่ชาย ทว่าหัวใจกลับสะดุดแรงเมื่อสายตาไปสะกดเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง
เธอ…คือ ‘สาวแว่น’ ที่เขาไม่มีวันลืม ผู้หญิงที่จ่ายค่าตัวเขาด้วยเงินสามพันบาทในคืนวันไนต์สแตนด์แล้วหายไปจากชีวิต
ร่างสูงของบุญญานัทหยุดนิ่งราวกับถูกใครบางคนกดปุ่มหยุดเวลา เสียงพูดคุยของทีมงาน เสียงเคลื่อนย้ายโครงเหล็ก เสียงหัวเราะเบาๆ ของเจ้าหน้าที่ในโถงกว้างค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก กำลังก้มหน้าจัดช่อดอกไม้ด้วยท่าทีตั้งใจราวกับโลกทั้งใบของเธอมีเพียงดอกไม้ในมือ
หัวใจเขากระตุกแรงจนแทบเจ็บ
ผู้หญิงคนนั้น…คือเธอจริงๆ
ภาพในความทรงจำพุ่งกลับมาโดยไม่ทันตั้งตัว แสงไฟสีส้มอุ่นในห้องสูท กลิ่นผ้าปูที่นอนสะอาดใหม่ เสียงลมหายใจสั่นๆ ใต้ร่างเขา และแววตาที่ทั้งหวาดกลัวและไว้วางใจในเวลาเดียวกัน ดวงตาคู่นั้น…ดวงตาที่มองเขาเหมือนเขาเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่ ‘เลือก’ เธอ
เขาจำได้แม้กระทั่งความนุ่มของผิวเธอใต้ฝ่ามือ ความร้อนที่แผ่ผ่านร่างกาย และวินาทีสุดท้ายของคืนนั้นที่เขาปล่อยตัวเกินกว่าจะควบคุม
สามเดือน...เขาไม่เคยลืมเธอได้เลยแม้แต่วันเดียว
ทั้งที่ไม่เคยรู้ชื่อ ไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน และไม่เคยมีเบอร์ติดต่อ
แต่วันนี้…เธอยืนอยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่ภาพในความทรงจำ ไม่ใช่ความฝันยามดึกแต่เป็นตัวตนชัดเจนและอยู่ห่างเขาเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น
มือของเขาค่อยๆ กำแน่นโดยไม่รู้ตัว เส้นเลือดบนสันกรามปูดชัดขึ้นขณะพยายามกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีขึ้นมาอย่างรุนแรง ทั้งดีใจ ทั้งโกรธ ทั้งคาใจ และทั้งอยากตรงเข้าไปเขย่าคำตอบจากปากเธอทันที
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเขากระแทกแรงกว่าเดิม คือหน้าท้องของเธอ
มันนูนชัดเจนภายใต้ชุดคลุมท้องสีอ่อน ใหญ่เกินกว่าที่เขาจะมองผ่าน ใหญ่พอจะทำให้คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างน่ากลัว
…หรือว่านั่นจะเป็นลูกของเขา?
เลือดในกายเขาเย็นวาบในวินาทีนั้น
ขณะเดียวกัน หญิงสาวคนนั้นก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นเขา เธอก้มหน้าจัดดอกไม้ในมือ พยายามทำตัวเป็นเพียงหนึ่งในทีมงานที่ถูกจ้างมา แต่ดวงตาที่แดงก่ำและมือที่สั่นเล็กน้อย ก็บอกชัดว่าเธอกำลังพยายามกล้ำกลืนความรู้สึกบางอย่างอยู่
เพราะตอนนี้เธอเห็นแล้วว่าพ่อของเด็กในท้องกำลังจะเป็นเจ้าบ่าวของคนอื่น...
“รูปของบ่าวสาวหน้างานเตรียมใกล้เสร็จแล้วหรือยังเหมย”
เสียงทีมงานหันไปคุยกันขณะที่เธอจัดดอกไม้อยู่ไม่ไกล
“กำลังใส่กรอบค่ะ น่าจะสักหกโมงคงขนมาแล้วล่ะ”
“ระวังอย่าให้มีอะไรผิดพลาดล่ะ”
“ค่ะพี่น้ำ เดี๋ยวหนูให้พวกนั้นส่งรูปทางไลน์มาให้ดูก่อนว่าถึงไหนแล้ว”
“ดี นี่งานใหญ่ระดับประเทศเลยนะ ถ้าพลาดไปบริษัทเราได้เสียชื่อแน่ อ้าวน้อง รีบจัดหน่อยสิ เหม่ออะไรอยู่น่ะเรา” คนที่เหมือนเป็นหัวหน้าทีมงานหันมาคุยกับเธอ
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ ถ้าจัดดอกไม้ตรงนี้เสร็จแล้วหนูกลับได้เลยใช่มั้ยคะ”
“ใช่ งานเรามีแค่ตรงนี้แหละ ฝีมือดีนะเนี่ยจัดสวยเชียว สวยกว่าที่บรีฟให้อีก ไว้งานหน้าพี่จะจ้างอีกนะ หรือสนใจจะทำเป็นงานประจำเลยดีล่ะ ยังมีแผนกจัดดอกไม้ว่างอยู่นะ”
“ขอบคุณค่ะ แต่หนูขอทำเป็นฟรีแลนซ์ดีกว่า พอดี...สุขภาพไม่ค่อยอำนวยให้ทำงานประจำน่ะค่ะ” เธอบอกพลางยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตนเบาๆ อีกฝ่ายจึงเข้าใจได้ดีและไม่ได้คุยอะไรอีกเพราะมีอีกหลายส่วนต้องไปตรวจดู
เธอยังจำวินาทีแรกที่เห็นเขาเดินเข้ามาพร้อมกับเจ้าสาวได้เป็นอย่างดี หัวใจของเธอคล้ายจะหลุดออกจากอกโลกทั้งใบพลิกคว่ำคะมำหงายจนเธอรู้สึกคล้ายจะเป็นลมไปแล้วด้วยซ้ำ
จากคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกในชาตินี้ แต่แล้วเขากลับอยู่ห่างเธอเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น และเมื่อเห็นเขาเอาแต่จ้องมาที่หน้าท้องของเธอ หญิงสาวก็ต้องทำเหมือนว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อน...