(“ฉันบอกแล้วว่าไม่ใช่ค่ะ และฉันก็ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้คุณดูด้วย”)
ยอมรับว่าเขารู้สึกใจหายกับสิ่งที่เธอบอก แต่เขาก็รู้ว่าดึงดันไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น ในเมื่อเธอได้มีคนรักที่ดีคอยดูแล เขาก็ควรจะร่วมยินดีไปกับเธอด้วย
(“ถ้าคุณไม่มีอะไรจะถามแล้วฉันขอวางสายเลยนะคะ แฟนฉันมารับแล้วค่ะ แล้วเค้าก็ขี้หึงด้วย ฉันไม่อยากตอบคำถามว่าคุยสายกับใครอยู่ ยังไงก็...ขอให้คุณมีความสุขมากๆ นะคะ และไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นมันจบไปแล้ว และตอนนี้ฉันก็มีคนรักที่ดีคอยดูแลค่ะ”)
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกไปอย่างที่ตัดใจแม้จะยังไม่คลายสงสัยก็ตาม
(“งั้นผมก็คงไม่รบกวนเวลาของคุณแล้ว ยินดีด้วยนะครับที่คุณกำลังจะได้เป็นแม่คน…”)
เขาเงียบไปชั่วครู่ ราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่าง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
(“แต่ฟังผมนะมี่ ถ้าวันหนึ่งผมรู้ว่าคุณโกหกผม… ถ้าผมรู้ว่าเด็กในท้องของคุณคือลูกของผม คุณควรจำเอาไว้ให้ดี ว่าผมไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมให้ใครมาตัดสิทธิ์ความเป็นพ่อของตัวเองไปได้ง่ายๆ และผมจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ แน่นอน”) น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังขึ้น แต่หนักแน่นพอให้รู้ว่าเขาเอาจริง ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงของเธอจะตอบกลับมาอย่างมั่นคง
(“คุณไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิ์อะไรทั้งนั้นค่ะ เพราะเด็กสองคนนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ที่สำคัญคือฉันไม่ได้โกหกและคุณก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไร… เรื่องของเรามันจบไปแล้วค่ะ”) เธอเว้นจังหวะสั้นๆ ก่อนพูดต่อ
(“ขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตของคุณนะคะ”)
(“คุณหมายความว่า...”)
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถามให้จบเธอก็กดวางสายไป โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้คนที่อยู่ปลายสายนั้นมีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง
มิรันตียกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา เธอไม่ได้กลัวว่าคนขับแท็กซี่จะมองยังไง รู้เพียงว่าน้ำตาเหล่านี้มันกำลังพูดแทนในสิ่งที่เธอพูดออกมาไม่ได้
ที่เธอร้องไห้ไม่ใช่เพราะเสียใจที่ต้องหลอกเขา ไม่ใช่เสียใจที่จะไม่มีโอกาสได้เจอกับเขาอีก แต่เธอกำลังเสียใจที่ลูกๆ จะไม่มีโอกาสได้รู้ว่าใครเป็นพ่อ เพราะพ่อของพวกเขากำลังจะกลายเป็นพ่อของเด็กคนอื่นด้วยเช่นกัน
เธอรู้ว่าเขากำลังจะมีลูกเพราะว่าที่เจ้าสาวก็สวมชุดคลุมท้องไม่ต่างจากเธอ นั่นมันเป็นคำตอบที่ชัดเจนจนไม่จำเป็นต้องอธิบาย และหากเธอบอกว่าเด็กในท้องของเธอก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา งานวิวาห์ที่ควรเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้หญิงคนหนึ่งก็อาจจะกลายเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุด
และเธอไม่อยากทำลายความสุขของใครเพียงเพื่อจะถามหาความรับผิดชอบจากคนที่เธอไม่เคยรู้จักแม้แต่ชื่อ
ในเมื่อเดิมทีก็ตั้งใจจะดูแลลูกเองอยู่แล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรมากไปกว่านั้น
พรุ่งนี้...ชีวิตของเธอจะได้เริ่มต้นใหม่
ส่วนเขา...ก็จะได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
เรื่องราวทุกอย่างก็ควรจะจบลงไปอย่างที่มันควรจะเป็น...
นี่คือสิ่งที่เธอเชื่อว่าดีที่สุดแล้วสำหรับพวกเขาทั้งคู่...
บุญญานัททรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆ ก่อนมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ว่างเปล่าพร้อมกับทบทวนเรื่องราวสั้นๆ ระหว่างเขากับเธอ
ทำไมนะ...ทำไมหัวใจของเขามันถึงได้เต้นช้าลงกว่าเดิม
ทำไม...เขาไม่ได้รู้สึกดีใจในสิ่งที่ได้ยินอย่างที่ควรจะเป็น
ทำไม...เขาถึงรู้สึกผิดหวังที่ลูกในท้องของเธอไม่ใช่ลูกเขา
แล้วทำไม...เขาถึงต้องรู้สึก ‘เสียดาย’ ที่ไม่มีโอกาสเจอเธอให้เร็วกว่านี้
บุญญานัทถอนหายใจแล้วบอกตัวเองว่า ‘พอแล้ว’
บางสิ่งที่ค้างคาในใจมาตลอดเหมือนจะได้รับคำตอบหมดแล้ว
คำตอบที่ว่าเธอไม่ได้คิดถึงเขาเหมือนที่เขาคิดถึงเธอ
และตอนนี้...เธอก็เป็นของคนอื่นไปแล้วเช่นกัน
อัญญาวดีเดินตรงมาหาเขาเมื่อเห็นชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด หญิงสาววางมือลงบนไหล่ของเขาเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้
“มีอะไรรึเปล่าคะพี่นัท งานที่บริษัทมีปัญหาเหรอคะ”
“เปล่าครับ ไม่มีอะไรหรอก แล้วเป็นไงบ้างงานมีอะไรต้องแก้ไขมั้ย” เขาลุกขึ้นแล้วส่งยิ้มให้เธอ ทำเหมือนว่าภายในใจของเขายังคงเข้มแข็งเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
“ไม่มีอะไรต้องแก้ไขเลยค่ะ โดยเฉพาะดอกไม้เนี่ยสวยถูกใจฟ้ามากๆ คนจัดเค้าเลือกนำเสนอดอกไม้แต่ละช่อได้ดีมากเลยนะคะ สวยกว่าที่ฟ้าจินตนาการเอาไว้อีกค่ะ”
“งั้นเหรอ เค้าคง...เก่งเรื่องจัดดอกไม้มากเลยมั้ง”
“ไม่ใช่แค่เก่งธรรมดานะคะ ฟ้าถามทีมงานมาแล้วเห็นว่าน้องคนจัดน่ะอายุไม่มากอ่อนกว่าฟ้าแค่ปีสองปีเอง แต่จัดดอกไม้เหมือนคนมีพรสวรรค์ ขนาดดอกไม้เหี่ยวๆ บางดอกเธอยังชุบชีวิตจนมันดูสดใสขึ้นมาได้เลยนะคะ”
“เก่งขนาดนั้นเชียว” เขาถามยิ้มๆ พลางคิดไปถึงคนจัดดอกไม้คนนั้นที่คงไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว
“ใช่ค่ะ อ้อ จริงสิ พี่นนท์โทรมาบอกว่าประชุมเสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวจะตามมาที่นี่ด้วย ถ้าพี่นัทไม่มีธุระที่ไหนก็อยู่รอพี่นนท์ด้วยกันนะคะ เสร็จแล้วจะได้กินข้าวด้วยกันก่อนกลับ”
“ได้สิครับ พี่ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว กำลังเซ็งๆ อยู่พอดีเลย ถ้าพี่นนท์มาจะขออนุญาตชวนพี่นนท์ดื่มสักหน่อยนะ หวังว่าพี่สะใภ้คงไม่ว่ากันนะครับ”