บทเรียนแรกของการแต่งงาน

1367 Words
ช่ออินทนิลหูอื้อตาลาย ร่างเธอเกร็งเล็บจิกลงกับที่นอนข้างนึง อีกข้างพยายามดันหน้าเขาให้พ้นไปจากตัวเธอ “พี่เหม.. ช่อไม่ไหวแล้ว ปล่อยเถอะ” เธอสะอื้นเมื่อเหมราชใช้สองมือยกสะโพกเธอลอยขึ้นจากที่นอน ดึงผ้าห่มที่ถูกพับอยู่ที่ปลายเท้ามาหนุนสะโพกเธอให้สูงเพื่อให้เขาดื่มชิมได้ถนัดๆ นิ้วร้ายยังคงจุ่มจ้วงในร่างงามจนเธอทนไม่ไหว หญิงสาวตัวสั่นเมื่อเดินทางไปพบความสุข ร่างเธอเกร็งค้างก่อนจะอ่อนระทวย ลมหายใจหอบถี่ เหมราชเลื่อนตัวขึ้นมาจูบปาก กลิ่นและรสของตัวเธอเองยังอวลอยู่ในลมหายใจของเขา “ช่อทำให้พี่มั่งสิ” เขาพูดเสียงพร่าเมื่อถอนจูบ คำนั้นทำให้เธอคิดวนเวียน “ทำ ทำอะไรคะ” “นี่ไง เมื่อกี๊พี่ทำให้ช่อแล้ว ช่อก็ช่วยพี่มั่ง” ไม่พูดเปล่าเหมราชจับมือเธอไปจับความอุ่นร้อนที่แทบจะระเบิดด้วยความต้องการ ช่ออินทนิลหน้าแดงก่ำ เธอจะปล่อยมือแต่เขาไม่ยอม วางมือลงบนมือเธออีกทีบังคับให้เคลื่อนไหวขึ้นลง “ช่อทำไม่เป็น พี่เหมทำบ้าอะไรนี่” “น่า พี่ไม่ได้จะปล้ำช่อสักหน่อยหรือว่าอยากให้ทำ” เขานอนไม่หลับแน่ถ้าคืนนี้ไม่ได้ปลดปล่อย “ไม่ค่ะ ช่อทำให้ก็ได้” เธอตัดสินใจ ตอนนี้หญิงสาวหน้าแดง ตัวแดงทั้งตัวมองเขาแบบไม่เต็มตาเมื่อเขาถอดบ็อกเซอร์ออกแล้วนอนหงายรอ “ช่อมานั่งตรงนี้” เขาชี้ให้เธอเข้าไปนั่งที่หว่างขา จับมือเธอไปเกาะกุมความเป็นชายที่ตั้งตรงเหมือนเสาธง “จับแบบนี้ ค่อยๆ รูดเบาๆ” เขากำกับ ในขณะที่ช่ออินทนิลอยากเป็นลม เขาสอนเธอทำอะไรกันนี่ อวัยวะของเขามันเด้งสู้มือจนเธอตกใจ ชายหนุ่มถอนใจหน้าเริ่มเหยเก “นั่นล่ะช่อจ๋า ดีจัง มันชอบมือช่อนะ” มันก็น่าจะชอบมือผู้หญิงทุกคนล่ะ เธอคิดในใจเมื่อคิดถึงตรงนั้น ความหมั่นไส้เข้ามาแทนที่ความเขินอาย เธอขยับมือกำมันแทบไม่รอด หญิงสาวลงน้ำหนักมือแรงขึ้นกะว่าจะแกล้งเขาแต่เหมราชกลับดูเหมือนจะชอบ เหมราชเกร็งตัว ความไม่ประสาของเธอกลับยิ่งทำให้อารมณ์เขาพุ่งสูง “ช่อ เร่งอีกนิด มือช่อดีจังเลย พี่จะ... จะแล้ว” มือเขาเอื้อมมายกร่างเธอหมุนหันหลัง ให้ขึ้นมานั่งบนหน้าอกตัวเอง เธอตกใจเอี้ยวตัวไปมองเขา “พี่เหมทำอะไร ไม่เอานะ” หญิงสาวไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร “หกเก้าไง ช่อทำให้พี่ต่อเร็วๆ” ทันทีที่ลิ้นแตะลงบนความอ่อนไหวของเธอ หญิงสาวถึงกับยกสะโพกหนีแต่ถูกยึดไว้แน่น ความชุ่มฉ่ำยังคงอยู่ และจากการที่เธอเพิ่งสุขสมไปหมาดๆ ทำให้ร่างกายตอบสนองอย่างรวดเร็ว “พี่เหม อื้อ..” ร่างเธอเกร็งความซ่านสยิวเริ่มกลับมาอีก และคราวนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไปถึงฝั่งเร็วกว่ารอบแรกเสียอีก เธอเร่งมือตามที่เขาบอก จะได้จบๆ ไปสักที จนชายหนุ่มร้องอู๊ววว...ในคอยาวๆ น้ำสีขาวขุ่นไหลพุ่งออกมารดมือเธอ ช่ออินทนิลรีบลุกหนี เธอรวบกางเกงนอนที่ถูกเขาถอดหายเข้าไปในห้องน้ำด้วย เมื่อหญิงสาวแต่งตัวใหม่ออกมาอีกที เขาเช็ดทำความสะอาดความเลอะเทอะไปหมดแล้ว เธอมองเขาอย่างระแวง เหมราชรั้งร่างเธอมากอดแล้วปล่อย “ช่อนอนเถอะ พี่เข้าห้องน้ำแปบ” หญิงสาวกลับไปนอนเงียบดึงผ้าห่มมาคลุมตัว ได้ยินเสียงเหมราชออกจากห้องน้ำ และที่นอนยวบลงในนาทีต่อมา “น่ารักจัง ขอบคุณนะครับนอนกันเถอะ” เช้ามืดห้านาฬิกา เสียงนาฬิกาปลุกช่ออินทนิลรู้สึกตัวตื่น เธอพลิกตัวออกจากอ้อมกอดแข็งแรง ขยับตัวจะลุกขึ้นแต่แขนหนักที่พาดลงมาบนเอวขยับรัดร่างเธอให้แน่นขึ้น “พี่เหมตีห้าแล้วค่ะปล่อย” เธอดันไหล่เขาออกห่าง เหมราชซุกไซ้ปากและจมูกไปทั่วดวงหน้านั้น หยุดนิ่งที่ริมฝีปากของเธอประทับจูบนิ่งนาน ช่ออินทนิลดิ้นอึกอักก่อนจะตัวอ่อนยอมรับสัมผัสนั้นแต่โดยดี เธอสอดมือกอดรอบคอเขาเมื่อจุมพิตบางเบาทวีความหนักหน่วงมากขึ้น ผ่านไปหลายนาทีเธอหันหน้าหนีเมื่อรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ทัน “มอนิ่งคิสครับ” เขาเงยหน้าคลายวงแขนปล่อยให้เธอลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัว เช้านั้นสองหนุ่มสาวใส่บาตรกับพระภิกษุที่มีลูกศิษย์พายเรือมารับบิณฑบาตร คุณป้าสองคนตื่นแต่เช้ามาหุงข้าวและทำกับข้าวจัดรอไว้ให้แล้ว ช่ออินทนิลนั่งพับเพียบบนท่าน้ำ ส่วนเหมราชคุกเข่าแบบเก้ๆ กังๆ เพราะเขาไม่ชินเท่าไหร่นัก แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี “อายุ วรรณะ สุขะ พลัง” พระสงฆ์วัยชราให้พร ทั้งสองพนมมือไหว้รับพรรอจนหัวเรือท่านหันออกไปจึงลุกเข้าบ้าน กลับเข้ามาหญิงสาวเตรียมตัวไปตลาดเช้าในหมู่บ้าน “ช่อจะไปซื้ออะไร” “ยังไม่รู้เลยค่ะ แต่นานๆ กลับมาที่ก็อยากไปเดินเล่น ไปดูอะไรบ้าง” ตลาดที่เธอไปเป็นตลาดเล็กๆ ในหมู่บ้าน มีของขายเฉพาะช่วงเช้า พ่อค้าแม่ค้าส่วนมากก็คือคนในหมู่บ้านนั่นเอง สินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหารสำเร็จรูป ขนม อาหารเช้า ผักผลไม้ต่างๆ ชายหนุ่มมองช่ออินทนิลเลือกผักอะไรสักอย่างที่ต้มแล้วมัดเป็นกำๆ “อะไรน่ะช่อ” “ขี้เหล็กค่ะ ช่อจะเอาทำแกงขี้เหล็กใส่เนื้อย่าง” เธอเลือกยอดและดอกขี้เหล็กต้มแล้วมาจำนวนนึง แม่ค้าสูงวัยเอาใส่ถุงแล้วยื่นส่งให้ “ยี่สิบบาทลูก หนูช่อมากับผัวเหรอมากันตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะนี่” แม่ค้าพูดอย่างรู้จักกันดี หญิงสาววางหน้าไม่ถูก เมื่อได้ยินคำสรรพนามว่า 'ผัว' “เอ่อ มาตั้งแต่เมื่อวานค่ะยาย” เธอส่งเงินให้แม่ค้า “จำเริญๆ นะลูก มีลูกกันเร็วๆ นะ นังแก้วหลานยายมันมีลูกสามคนแล้วนี่” แกพูดถึงหลานสาวของแกเองที่รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ซึ่งแต่งงานกับหนุ่มในจังหวัดเดียวกันไปหลายปีแล้ว “ขอบคุณครับคุณยาย สงสัยต้องเร่งล่ะเดี๋ยวช่อไม่ทันเพื่อนๆ” เหมราชตอบแทนช่ออินทนิลที่ไม่รู้จะพูดอะไร ทำให้คู่สนทนายิ้มแย้มถูกใจก่อนที่ทั้งสองจะขอตัวไปร้านอื่น หญิงสาวเดินต่อไปอีกสองเมตรแวะร้านติดกัน สั่งขนมครกที่กำลังร้อนๆ แคะจากเตา ขนมครกที่นี่ยังทำแบบโบราณคือเอาข้าวสุกมาโม่บดรวมกับแป้ง ส่วนหน้าเน้นความมันของกะทิไม่เติมน้ำตาล โรยต้นหอมหั่นฝอย “ทำไมเขาให้น้ำตาลถุงเล็กๆ มาด้วยล่ะ” เหมราชถามเมื่อเห็นน้ำตาลซองเล็กในกระทงขนมครก “เอามาจิ้มกับขนมครกค่ะ ขนมครกที่นี่หน้ากะทิจะไม่หวานเน้นมันอย่างเดียว ใครชอบหวานก็จิ้มน้ำตาลเพิ่ม” ช่ออินทนิลอธิบายวิธีการทาน เธอแวะซื้อน้ำพริกปลากุเลาไปหลายกระปุก เรียกว่าแทบจะเหมาเลยก็ว่าได้ “น้ำพริกปลากุเลาร้านนี้อร่อยค่ะ เดี๋ยวช่อจะเอาไปฝากคุณป้ากับเด็กๆ ที่ร้าน พี่เหมกินน้ำพริกไหมคะ น้ำพริกตาแดงไข่เค็มก็อร่อยนะคะ” เธอชี้มือไปที่กะละมังใบใหญ่ตรงหน้า น้ำพริกเต็มกะละมังและไข่เค็มต้มสุกผ่าครึ่งวางเรียงกันน่าทาน “ซื้อไปก็ได้จ้ะ พี่ไม่เรื่องมาก” เขาคิดในใจว่ากลับไปคงต้องให้เงินช่ออินทนิลไว้เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่ากับข้าว ค่าของใช้ต่างๆ ทั้งสองกลับบ้านในตอนสายๆ คืนนั้นค้างคืนต่ออีกคืน และลาสองคุณป้ากลับกรุงเทพฯ ในเช้าวันต่อมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD