ช่ออินทนิลหูอื้อตาลาย ร่างเธอเกร็งเล็บจิกลงกับที่นอนข้างนึง อีกข้างพยายามดันหน้าเขาให้พ้นไปจากตัวเธอ
“พี่เหม.. ช่อไม่ไหวแล้ว ปล่อยเถอะ” เธอสะอื้นเมื่อเหมราชใช้สองมือยกสะโพกเธอลอยขึ้นจากที่นอน ดึงผ้าห่มที่ถูกพับอยู่ที่ปลายเท้ามาหนุนสะโพกเธอให้สูงเพื่อให้เขาดื่มชิมได้ถนัดๆ นิ้วร้ายยังคงจุ่มจ้วงในร่างงามจนเธอทนไม่ไหว
หญิงสาวตัวสั่นเมื่อเดินทางไปพบความสุข ร่างเธอเกร็งค้างก่อนจะอ่อนระทวย ลมหายใจหอบถี่ เหมราชเลื่อนตัวขึ้นมาจูบปาก กลิ่นและรสของตัวเธอเองยังอวลอยู่ในลมหายใจของเขา
“ช่อทำให้พี่มั่งสิ” เขาพูดเสียงพร่าเมื่อถอนจูบ คำนั้นทำให้เธอคิดวนเวียน
“ทำ ทำอะไรคะ”
“นี่ไง เมื่อกี๊พี่ทำให้ช่อแล้ว ช่อก็ช่วยพี่มั่ง” ไม่พูดเปล่าเหมราชจับมือเธอไปจับความอุ่นร้อนที่แทบจะระเบิดด้วยความต้องการ
ช่ออินทนิลหน้าแดงก่ำ เธอจะปล่อยมือแต่เขาไม่ยอม วางมือลงบนมือเธออีกทีบังคับให้เคลื่อนไหวขึ้นลง
“ช่อทำไม่เป็น พี่เหมทำบ้าอะไรนี่”
“น่า พี่ไม่ได้จะปล้ำช่อสักหน่อยหรือว่าอยากให้ทำ” เขานอนไม่หลับแน่ถ้าคืนนี้ไม่ได้ปลดปล่อย
“ไม่ค่ะ ช่อทำให้ก็ได้” เธอตัดสินใจ ตอนนี้หญิงสาวหน้าแดง ตัวแดงทั้งตัวมองเขาแบบไม่เต็มตาเมื่อเขาถอดบ็อกเซอร์ออกแล้วนอนหงายรอ
“ช่อมานั่งตรงนี้” เขาชี้ให้เธอเข้าไปนั่งที่หว่างขา จับมือเธอไปเกาะกุมความเป็นชายที่ตั้งตรงเหมือนเสาธง
“จับแบบนี้ ค่อยๆ รูดเบาๆ” เขากำกับ ในขณะที่ช่ออินทนิลอยากเป็นลม เขาสอนเธอทำอะไรกันนี่
อวัยวะของเขามันเด้งสู้มือจนเธอตกใจ ชายหนุ่มถอนใจหน้าเริ่มเหยเก “นั่นล่ะช่อจ๋า ดีจัง มันชอบมือช่อนะ”
มันก็น่าจะชอบมือผู้หญิงทุกคนล่ะ เธอคิดในใจเมื่อคิดถึงตรงนั้น ความหมั่นไส้เข้ามาแทนที่ความเขินอาย เธอขยับมือกำมันแทบไม่รอด หญิงสาวลงน้ำหนักมือแรงขึ้นกะว่าจะแกล้งเขาแต่เหมราชกลับดูเหมือนจะชอบ
เหมราชเกร็งตัว ความไม่ประสาของเธอกลับยิ่งทำให้อารมณ์เขาพุ่งสูง
“ช่อ เร่งอีกนิด มือช่อดีจังเลย พี่จะ... จะแล้ว” มือเขาเอื้อมมายกร่างเธอหมุนหันหลัง ให้ขึ้นมานั่งบนหน้าอกตัวเอง เธอตกใจเอี้ยวตัวไปมองเขา
“พี่เหมทำอะไร ไม่เอานะ” หญิงสาวไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร
“หกเก้าไง ช่อทำให้พี่ต่อเร็วๆ” ทันทีที่ลิ้นแตะลงบนความอ่อนไหวของเธอ หญิงสาวถึงกับยกสะโพกหนีแต่ถูกยึดไว้แน่น ความชุ่มฉ่ำยังคงอยู่ และจากการที่เธอเพิ่งสุขสมไปหมาดๆ ทำให้ร่างกายตอบสนองอย่างรวดเร็ว
“พี่เหม อื้อ..” ร่างเธอเกร็งความซ่านสยิวเริ่มกลับมาอีก และคราวนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไปถึงฝั่งเร็วกว่ารอบแรกเสียอีก
เธอเร่งมือตามที่เขาบอก จะได้จบๆ ไปสักที จนชายหนุ่มร้องอู๊ววว...ในคอยาวๆ น้ำสีขาวขุ่นไหลพุ่งออกมารดมือเธอ ช่ออินทนิลรีบลุกหนี เธอรวบกางเกงนอนที่ถูกเขาถอดหายเข้าไปในห้องน้ำด้วย
เมื่อหญิงสาวแต่งตัวใหม่ออกมาอีกที เขาเช็ดทำความสะอาดความเลอะเทอะไปหมดแล้ว เธอมองเขาอย่างระแวง เหมราชรั้งร่างเธอมากอดแล้วปล่อย
“ช่อนอนเถอะ พี่เข้าห้องน้ำแปบ”
หญิงสาวกลับไปนอนเงียบดึงผ้าห่มมาคลุมตัว ได้ยินเสียงเหมราชออกจากห้องน้ำ และที่นอนยวบลงในนาทีต่อมา
“น่ารักจัง ขอบคุณนะครับนอนกันเถอะ”
เช้ามืดห้านาฬิกา เสียงนาฬิกาปลุกช่ออินทนิลรู้สึกตัวตื่น เธอพลิกตัวออกจากอ้อมกอดแข็งแรง ขยับตัวจะลุกขึ้นแต่แขนหนักที่พาดลงมาบนเอวขยับรัดร่างเธอให้แน่นขึ้น
“พี่เหมตีห้าแล้วค่ะปล่อย” เธอดันไหล่เขาออกห่าง
เหมราชซุกไซ้ปากและจมูกไปทั่วดวงหน้านั้น หยุดนิ่งที่ริมฝีปากของเธอประทับจูบนิ่งนาน ช่ออินทนิลดิ้นอึกอักก่อนจะตัวอ่อนยอมรับสัมผัสนั้นแต่โดยดี เธอสอดมือกอดรอบคอเขาเมื่อจุมพิตบางเบาทวีความหนักหน่วงมากขึ้น ผ่านไปหลายนาทีเธอหันหน้าหนีเมื่อรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ทัน
“มอนิ่งคิสครับ” เขาเงยหน้าคลายวงแขนปล่อยให้เธอลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัว
เช้านั้นสองหนุ่มสาวใส่บาตรกับพระภิกษุที่มีลูกศิษย์พายเรือมารับบิณฑบาตร คุณป้าสองคนตื่นแต่เช้ามาหุงข้าวและทำกับข้าวจัดรอไว้ให้แล้ว ช่ออินทนิลนั่งพับเพียบบนท่าน้ำ ส่วนเหมราชคุกเข่าแบบเก้ๆ กังๆ เพราะเขาไม่ชินเท่าไหร่นัก แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
“อายุ วรรณะ สุขะ พลัง” พระสงฆ์วัยชราให้พร ทั้งสองพนมมือไหว้รับพรรอจนหัวเรือท่านหันออกไปจึงลุกเข้าบ้าน
กลับเข้ามาหญิงสาวเตรียมตัวไปตลาดเช้าในหมู่บ้าน
“ช่อจะไปซื้ออะไร”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ แต่นานๆ กลับมาที่ก็อยากไปเดินเล่น ไปดูอะไรบ้าง”
ตลาดที่เธอไปเป็นตลาดเล็กๆ ในหมู่บ้าน มีของขายเฉพาะช่วงเช้า พ่อค้าแม่ค้าส่วนมากก็คือคนในหมู่บ้านนั่นเอง สินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหารสำเร็จรูป ขนม อาหารเช้า ผักผลไม้ต่างๆ ชายหนุ่มมองช่ออินทนิลเลือกผักอะไรสักอย่างที่ต้มแล้วมัดเป็นกำๆ
“อะไรน่ะช่อ”
“ขี้เหล็กค่ะ ช่อจะเอาทำแกงขี้เหล็กใส่เนื้อย่าง” เธอเลือกยอดและดอกขี้เหล็กต้มแล้วมาจำนวนนึง
แม่ค้าสูงวัยเอาใส่ถุงแล้วยื่นส่งให้ “ยี่สิบบาทลูก หนูช่อมากับผัวเหรอมากันตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะนี่” แม่ค้าพูดอย่างรู้จักกันดี
หญิงสาววางหน้าไม่ถูก เมื่อได้ยินคำสรรพนามว่า 'ผัว' “เอ่อ มาตั้งแต่เมื่อวานค่ะยาย” เธอส่งเงินให้แม่ค้า
“จำเริญๆ นะลูก มีลูกกันเร็วๆ นะ นังแก้วหลานยายมันมีลูกสามคนแล้วนี่” แกพูดถึงหลานสาวของแกเองที่รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ซึ่งแต่งงานกับหนุ่มในจังหวัดเดียวกันไปหลายปีแล้ว
“ขอบคุณครับคุณยาย สงสัยต้องเร่งล่ะเดี๋ยวช่อไม่ทันเพื่อนๆ” เหมราชตอบแทนช่ออินทนิลที่ไม่รู้จะพูดอะไร ทำให้คู่สนทนายิ้มแย้มถูกใจก่อนที่ทั้งสองจะขอตัวไปร้านอื่น
หญิงสาวเดินต่อไปอีกสองเมตรแวะร้านติดกัน สั่งขนมครกที่กำลังร้อนๆ แคะจากเตา ขนมครกที่นี่ยังทำแบบโบราณคือเอาข้าวสุกมาโม่บดรวมกับแป้ง ส่วนหน้าเน้นความมันของกะทิไม่เติมน้ำตาล โรยต้นหอมหั่นฝอย
“ทำไมเขาให้น้ำตาลถุงเล็กๆ มาด้วยล่ะ” เหมราชถามเมื่อเห็นน้ำตาลซองเล็กในกระทงขนมครก
“เอามาจิ้มกับขนมครกค่ะ ขนมครกที่นี่หน้ากะทิจะไม่หวานเน้นมันอย่างเดียว ใครชอบหวานก็จิ้มน้ำตาลเพิ่ม” ช่ออินทนิลอธิบายวิธีการทาน
เธอแวะซื้อน้ำพริกปลากุเลาไปหลายกระปุก เรียกว่าแทบจะเหมาเลยก็ว่าได้
“น้ำพริกปลากุเลาร้านนี้อร่อยค่ะ เดี๋ยวช่อจะเอาไปฝากคุณป้ากับเด็กๆ ที่ร้าน พี่เหมกินน้ำพริกไหมคะ น้ำพริกตาแดงไข่เค็มก็อร่อยนะคะ” เธอชี้มือไปที่กะละมังใบใหญ่ตรงหน้า น้ำพริกเต็มกะละมังและไข่เค็มต้มสุกผ่าครึ่งวางเรียงกันน่าทาน
“ซื้อไปก็ได้จ้ะ พี่ไม่เรื่องมาก” เขาคิดในใจว่ากลับไปคงต้องให้เงินช่ออินทนิลไว้เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่ากับข้าว ค่าของใช้ต่างๆ
ทั้งสองกลับบ้านในตอนสายๆ คืนนั้นค้างคืนต่ออีกคืน และลาสองคุณป้ากลับกรุงเทพฯ ในเช้าวันต่อมา