ลาริมาร์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง โดยมีร่างอวบอ้วนของมาร์คัสยืนอยู่ตรงหน้า ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจคนเป็นแม่กระตุกวูบหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม ไม่ใช่เสียงโวยวายปาข้าวของอย่างที่ควรจะเป็น... แต่เป็นความเงียบ
มาร์คัสเอาแต่ยืนนิ่งก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง สองมือป้อมๆ ทิ้งแนบลำตัว ผิดวิสัยเด็กอารมณ์ร้ายที่มักแผลงฤทธิ์อาละวาดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
ความเงียบของเด็กวัยดังลั่นยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง ลาริมาร์มองแผ่นหลังเล็กนั้นด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งอก เธอรู้ดีว่านี่คือผลลัพธ์จากการเลี้ยงดูที่ผิดวิธีของโดมินิค การปลูกฝังให้เด็กซึมซับความรุนแรงและแสดงออกด้วยความเกรี้ยวกราดเพื่อปกปิดความอ่อนแอ ทำให้มาร์คัสไม่รู้จักวิธีจัดการกับความรู้สึกสับสนหรือหวาดกลัวที่อยู่ข้างใน พอถึงจุดที่อารมณ์มันตีรวนจนรับไม่ไหว เด็กน้อยจึงเลือกที่จะปิดสวิตช์ตัวเอง
“คุณหนู...” ลาริมาร์เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อย
มาร์คัสค่อยๆ ช้อนตากลมโตขึ้นมอง แววตาที่เคยก้าวร้าวเย่อหยิ่งกลับสั่นระริกเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย ความรู้สึกผิดที่เผลอกัดพ่อตัวเองจนเลือดออก ผสมปนเปกับความหวงแหนผู้หญิงตรงหน้าทำให้เด็กน้อยทำตัวไม่ถูก
ราวมีก้อนสะอื้นจุกตื้นขึ้นมาที่ลำคอ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ก่อนจะอ้าสองแขนออกกว้าง
“คุณหนู... อยากกอดพี่มาร์ไหมคะ”
สิ้นประโยคนั้นนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของทายาทตัวจิ๋วจดจ้องใบหน้าหวานเพียงครู่เดียว ก่อนศีรษะทุยพยักหน้าหงึกหงัก ร่างอวบอ้วนพุ่งตัวโถมเข้าสู่อ้อมกอดลาริมาร์อย่างรวดเร็ว
หมับ!
สองแขนป้อมตวัดกอดรัดรอบลำคอพี่เลี้ยงสาวแน่น... แน่นเสียจนคนถูกกอดสัมผัสได้ถึงแรงสั่นเทาจากร่างเล็ก ปกติแล้วอย่าว่าแต่ให้ใครกอดเลย แค่เข้าใกล้เกินระยะมาร์คัสก็พร้อมอาละวาดใส่
แต่กับลาริมาร์... เด็กน้อยผู้มีสายเลือดมาเฟียอันหยิ่งยโสกลับยอมทิ้งความเย่อหยิ่ง ยอมเป็นแค่เด็กสองขวบที่ต้องการความอบอุ่น
ลาริมาร์หลับตาลงซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็ก กระชับอ้อมกอดตอบรับแนบแน่นไม่แพ้กัน กลิ่นแป้งเด็กหอมอ่อนทำให้หัวใจที่เจ็บปวดราวมีน้ำมาหล่อเลี้ยง เพราะคนตัวน้อยในอ้อมกอดคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธออดทนกับทุกความใจร้ายของมาเฟียหนุ่มได้ถึงทุกวันนี้
หญิงสาวอุ้มร่างอวบอ้วนขึ้นก่อนพาก้าวเดินไปนั่งลงบนเตียงกว้างอย่างถนอม
เมื่อทรุดตัวลงนั่ง มาร์คัสก็เปลี่ยนตำแหน่งจากการกอดคอ เป็นการซุกใบหน้าจิ้มลิ้มลงกับหน้าอกอวบอิ่มผ่านเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่ง สองแขนเล็กตวัดกอดรัดรอบเอวเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปไหน
“มาร์เป็นของมาร์ค...”
เสียงอู้อี้ดังลอดออกมาจากอกพร้อมกับแรงกระชับที่เอวที่แน่นขึ้นไปอีก
“มาร์คจาม้ายให้แด๊ดดี้เข้าใกล้มาร์”
ประโยคเอาแต่ใจแสนหวงแหนนั้น ทำเอาลาริมาร์เผยอรอยยิ้มบางออกมาด้วยความเอ็นดู ทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับทอประกายเศร้าหมอง เด็กน้อยยังคงซึมซับนิสัยเผด็จการหวงของมาจากคนเป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้ว แต่ในความร้ายกาจนั้น กลับซ่อนความรักและความผูกพันที่บริสุทธิ์เอาไว้
“แด๊ดดี้จายร้าย...” มาร์คัสเงยหน้าขึ้นมา สบตาเธอด้วยแววตาจริงจังแบบเด็กๆ “มาร์คจาห้ายคริสเอาแด๊ดดี้ไปปล่อยวัด”
ลาริมาร์ถึงกับหลุดเสียงหัวเราะขื่นๆ ออกมากับความคิดแบบเด็กๆ ที่ไม่รู้ไปจำคำศัพท์พวกนี้มาจากไหน หญิงสาวยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่มอย่างทะนุถนอม
“แต่นั่นแด๊ดดี้ของคุณหนูนะคะ” เธอเอ่ยเตือนสติเสียงอ่อนโยน แม้ในใจจะเกลียดชังผู้ชายคนนั้นแค่ไหน แต่ไม่อยากให้ลูกชายต้องกลายเป็นเด็กที่มีปมเกลียดพ่อตัวเอง
“ม้ายเอา!” มาร์คัสสวนกลับทันควัน คิ้วเล็กขมวดมุ่นด้วยความโกรธที่พ่อขัดใจและมาวุ่นวายกับของหวงของตน “มาร์คจาเอาแด๊ดดี้คนใหม่!”
และแน่นอนว่าทุกคำพูดของทายาทตัวน้อย... คนเป็นพ่อได้ยินชัดเจนทุกคำ
นัยน์ตาคมกริบที่เรียบเฉย มีเพียงสันกรามแกร่งที่นูนขึ้นเป็นริ้วจากการขบเข้าหากันแน่น ก่อนหมุนตัวหันหลังเดินจากไป...
ภายในห้อง... ลาริมาร์ลูบแผ่นหลังเล็กที่ยังคงสั่นเทิ้มจากแรงอารมณ์อย่างทะนุถนอม “คุณหนูคะ... ไม่เอาไม่พูดแบบนี้นะคะ” เสียงหวานเอ่ยสอนอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกดจูบลงบนขมับเล็ก “ถึงแด๊ดดี้จะดุหรือขัดใจคุณหนูไปบ้าง แต่แด๊ดดี้ก็รักคุณหนูมากนะครับ เป็นเด็กดี... ไม่พูดจาทำร้ายจิตใจคุณพ่อนะคะคนเก่ง”
เด็กน้อยเบะปาก ซุกใบหน้าเปื้อนน้ำตาเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นอย่างต้องการที่พึ่งพิง สองแขนป้อมกอดเธอไว้แน่น เสียงสะอื้นอู้อี้ค่อยๆ แผ่วลงตามจังหวะฝ่ามือบางที่ลูบกล่อมอย่างปลอบประโลมจนกระทั่งเด็กน้อยหลับตาพริ้ม
ความเงียบเริ่มโรยตัวลงมาแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ลาริมาร์ก้มลงมองร่างอวบอ้วนที่ซุกซบอยู่แนบอก มาร์คัสหลับสนิทไปแล้ว... เด็กน้อยคงเหนื่อยล้าจากการอาละวาดและการปะทะอารมณ์มาตลอดทั้งวัน
หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัว เอนแผ่นหลังพิงกับหัวเตียงโดยที่ยังตระกองกอดร่างเล็กๆ นั้นไว้บนตักไม่ยอมปล่อย เพราะกลัวว่าสัมผัสนี้จะขาดหายไป
ดวงตากลมโตสั่นระริก พร้อมหยาดน้ำตาเม็ดโตจะร่วงหล่นลงมาอาบสองแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่...
หญิงสาวกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ฝังจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่ม ซึมซับทุกไออุ่นซึมซับทุกจังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยให้ลึกลงไปในความทรงจำ เธออยากจะกอดเขาไว้แบบนี้ให้เนิ่นนานที่สุด ชดเชยเวลาถูกพรากไป
‘แม่รักน้องมาร์คนะคะ...’ ทำได้เพียงตะโกนก้องอยู่ข้างในใจ สร้างความร้าวรานจนอกแทบแตกสลาย เธอมีความสุขที่ได้กอดเขาแต่ก็เจ็บปวดเจียนตายที่ต้องทนเห็นลูกซึมซับความร้ายกาจจากโดมินิค โดยที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากสั่งสอนหรือเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ
ปล่อยให้น้ำตาไหลริน โดยไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะต้องเผชิญกับความใจร้ายแบบไหนอีก ไม่รู้ว่าโดมินิคจะใช้ข้ออ้างอะไรมาพรากมาร์คัสไปจากเธออีกไหม... สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ คือการกอดลูกน้อยที่รักดั่งดวงใจเอาไว้ให้นานที่สุด...
เวลาล่วงเลยไปค่อนคืน... ลาริมาร์ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้ทายาทตัวน้อยที่นอนหลับสนิทตื่นขึ้นมา หญิงสาวจัดการห่มผ้าผืนคลุมร่างอวบอ้วนอย่างทะนุถนอม กดจูบแผ่วเบาลงบนหน้าผากมนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนตัดใจเดินออกจากห้องเพื่อกลับไปยังห้องพักของตัวเองที่อยู่อีกชั้น
บรรยากาศในคฤหาสน์เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวตามทางเดิน ทว่าในจังหวะที่สองเท้าก้าวผ่านหน้าประตูห้องนอนใหญ่ที่แง้มเอาไว้เพียงนิด...
พรึบ!
"ว้าย!" ร่างอวบอิ่มถูกท่อนแขนแกร่งกระชากอย่างแรงจนปลิวถลาเข้าไปในห้อง แผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับประตูที่ถูกปิดล็อคเสียงดังปัง! ยังไม่ทันที่ลาริมาร์จะได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ริมฝีปากหยักร้อนผ่าวก็โฉบลงมาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างรุนแรง
"อื้อออ!" จูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนแม้แต่นิดเดียว มีเพียงความป่าเถื่อนที่พร้อมจะฉีกทึ้งเธอให้แหลกคามือ กลิ่นฉุนนิโคตินผสมผสานกับรสฝาดเฝื่อนของแอลกอฮอล์ราคาแพงคลุ้งกระจายไปทั่วโพรงปาก บ่งบอกว่าชายตรงหน้าเพิ่งผ่านการดื่มอย่างหนักหน่วงมา
ลาริมาร์เบิกตากว้างสองมือเล็กพยายามทุบตีผลักไสแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ทว่าโดมินิคกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็สอดเข้ามากระชากท้ายทอย บังคับให้เธอรับสัมผัสจาบจ้วงที่เขายัดเยียดให้อย่างไร้ปรานี
ชายหนุ่มขบกัดริมฝีปากล่างอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือด ก่อนยอมผละใบหน้าออกห่างเพียงนิด เพื่อกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
"เก่งนักนี่..." มาเฟียหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาคมกริบเต็มไปด้วยโทสะ
"สอนลูกฉันให้เกลียดพ่อตัวเอง... แล้วคิดจะยุให้ลูกหาพ่อใหม่งั้นเหรอ!"
"มะ... มาร์เปล่านะคะ คุณดอมกำลังเข้าใจผิด..." ลาริมาร์ส่ายหน้าปฏิเสธความเจ็บปวดที่ริมฝีปากยังไม่เท่าความปวดร้าวที่ถูกกล่าวหา
"ฉันไม่ได้หูหนวก ลาริมาร์!" มาเฟียหนุ่มตวาด "อย่าคิดว่าลูกฉันติดเธอ แล้วเธอจะกล้าล้ำเส้นที่ฉันขีดเอาไว้ได้! เธอเป็นแค่พี่เลี้ยง... เป็นแค่ของเล่นบนเตียงที่ฉันเอาไว้ระบายความใคร่ ไม่มีสิทธิ์มาทำตัวเป็นแม่ของมาร์คัส!"
คำพูดนั้นเหมือนมีดนับพันเล่มกรีดลงกลางใจคนเป็นแม่ ลาริมาร์สะอื้นน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เธอเจ็บจนแทบยืนไม่ไหวแต่ก็ต้องฝืนเชิดหน้าขึ้นมองสบตาคนใจร้าย
"มาร์รู้สถานะตัวเองดีค่ะ... มาร์ไม่เคยคิดจะล้ำเส้น" เสียงหวานสั่นเครือแต่พยายามหนักแน่น "มาร์แค่... รักคุณหนู"
"หึ... รักงั้นเหรอ?" โดมินิคแสยะยิ้มร้ายกาจ ความหึงหวงและหงุดหงิดที่อัดอั้นมาทั้งวันระเบิดออกเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ "งั้นก็มาดูหน่อยสิ... ว่าความรักของเธอ มันจะทำให้เธอทนรับบทลงโทษของฉันคืนนี้ได้นานแค่ไหน!"
สิ้นคำฝ่ามือร้อนผ่าวก็กระชากคอเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งของหญิงสาวจนขาดวิ่นพร้อมกับริมฝีปากหยักที่ก้มลงมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างบ้าคลั่ง ลาริมาร์หลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลริน ยอมรับชะตากรรมอันโหดร้ายที่มัจจุราชตรงหน้ามอบให้ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอ้อนวอน…