ปึก!
ร่างอวบอิ่มถูกเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรงจนจุก ร่างกายสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ลาริมาร์พยายามยันกายลุกขึ้นหนี ทว่าความหนักอึ้งของร่างสูงใหญ่ที่โถมทับลงมาตรึงเธอเอาไว้กับที่นอนจนขยับเขยื้อนไม่ได้
"อ๊ะ! คุณดอม... ปล่อยมาร์นะคะ มาร์เจ็บ"
เสียงหวานร้องประท้วงสองมือเล็กพยายามดันแผงอกกว้างที่ร้อนผ่าว แต่เรี่ยวแรงของเธอหรือจะสู้มาเฟียหนุ่มที่กำลังถูกครอบงำด้วยโทสะและฤทธิ์แอลกอฮอล์ได้
โดมินิคไม่ฟังเสียงร้องห้ามรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างด้วยมือเพียงข้างเดียว กดตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนโน้มใบหน้าหล่อเหลาที่เหี้ยมเกรียมลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน
กลิ่นวิสกี้ราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นนิโคตินและกลิ่นกายบุรุษเพศอันเป็นเอกลักษณ์ ลอยปะทะจมูกจนลาริมาร์รู้สึกมึนงงหวาดกลัวแทบหายใจไม่ออก
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มไม่ได้มีเศษเสี้ยวของความอ่อนโยนแม้แต่น้อย มีเพียงเปลวไฟโทสะที่ไร้เหตุผลและความต้องการที่จะเอาชนะ
"เจ็บเหรอ? ทีตอนอยู่กับมาร์คัส ทำหน้าระรื่นมีความสุขนักนี่!" โดมินิคตวาดลั่น น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเจือไปด้วยความเมามาย "ลืมหน้าที่ของตัวเองบนเตียงนี้ไปแล้วหรือไง ลาริมาร์!"
แควก!!
สิ้นเสียงคำรามเขาจัดการกระชากเศษผ้าที่เหลืออยู่ให้หลุดลุ่ยออกจากร่างอวบอิ่มอย่างป่าเถื่อน เผยให้เห็นทรวงอกอวบหยุ่นที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหอบหายใจด้วยความตื่นกลัว
"คุณดอม... อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ มาร์ขอร้อง" เธอสะอื้นพยายามเว้าวอนชายที่ไร้หัวใจ
"ขอร้อง? หึ... เก็บเสียงร้องเธอเอาไว้ครางให้ฉันฟังดีกว่า"
มาเฟียหนุ่มแค่นหัวเราะเย้ยหยันผุดลุกขึ้นนั่งคุกเข่าคร่อมทับร่างเธอเอาไว้ ก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อคลุมอาบน้ำของตนเองออก เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปสลัก ความยิ่งใหญ่ที่กำลังตื่นตัวเต็มที่แผ่ไอร้อนระอุอยู่ตรงนั้น ลำยาวใหญ่สีชมพูระเรื่อดูสะอาดตาตัดกับส่วนปลายหัวหยักสีแดงยิ่งแฝงความน่ากลัวจนลาริมาร์ต้องเบือนหน้าหนี
พอเห็นท่าทีรังเกียจความหงุดหงิดก็ยิ่งพุ่งทะลุปรอท เขากระชากแขนเรียวให้ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าเผชิญหน้ากัน ฝ่ามือร้อนกระชากท้ายทอยหญิงสาวบังคับให้ใบหน้าหวานหันมาเผชิญกับความปรารถนาอันดิบเถื่อนของเขาในระยะประชิด
"ทำหน้าที่ของเธอซะ... ทำให้ฉันพอใจ" เสียงแหบพร่าของคนใจร้ายเอ่ยสั่ง สันกรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เผยให้เห็นถึงความต้องการที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา
ลาริมาร์ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกเปียกฝนดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอรู้ดีว่าเขาปรารถนาสิ่งใด ทว่าเธอไม่เคย... ไม่เคยต้องทำเรื่องน่าอายเช่นนี้มาก่อน สองมือเล็กที่วางบีบเข้าหากันบนหน้าขาสั่นระริก หยาดน้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะลงบนหลังมืออย่างสกัดกั้นไม่อยู่
"มะ... มาร์ทำไม่เป็น..." หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธทั้งน้ำตา เสียงหวานสั่นเครือปนสะอื้น "คุณดอม... มาร์กลัว"
"อย่ามามารยา ลาริมาร์! อ้าปาก!"
คนตัวโตตวาดเสียงกร้าวไร้ซึ่งความปรานีต่อความไร้เดียงสาและหยาดน้ำตาที่รินรด ฝ่ามือหนาบีบรั้งท้ายทอยออกแรงบังคับให้ใบหน้าหวานขยับเข้าไปใกล้ชิดกับความแข็งขึงจนริมฝีปากอวบอิ่มแนบชิดผิวเนื้อที่เต้นตุบตุบ
ลาริมาร์สะอื้นหลับตาปี๋อย่างจำนน สองมือเล็กที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปประคองแก่นกายใหญ่โตที่ตั้งตระหง่านอย่างกล้าๆ กลัวๆ นิ้วเรียวสัมผัสได้ถึงเส้นเลือดที่ปูดโปน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จำใจเผยอริมฝีปากก่อนแตะปลายลิ้นชื้นลงบนส่วนปลายหยักสีสดอย่างเงอะงะ
เพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาจากความนุ่มนวลเปียกชื้นที่แตะลงตรงจุดศูนย์รวมความรู้สึก ร่างหนากระตุกเกร็งไปทั้งสรรพางค์กาย ลมหายใจร้อนผ่าวสะดุดกึก ความเสียวซ่านแล่นริ้วอย่างรุนแรงจนชายหนุ่มต้องแหงนหน้าขึ้นขบกรามแน่น ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นมาสอดเข้ากับกลุ่มผมยาวอย่างลืมตัว
"อืม... ดี..." เสียงทุ้มครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจ น้ำเสียงแหบพร่าเจือไปด้วยแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุ นิ้วโป้งแกร่งลูบไล้เบาๆ ที่ข้างแก้มเนียน คล้ายจะปลอบประโลมแต่ก็แฝงความเรียกร้องเอาแต่ใจ
"เก่งมาก... ทำแบบนั้นแหละ ค่อยๆ เลียตรงหัว... แล้วอ้าปากอมมันเข้าไป"
คำชมที่มาพร้อมกับน้ำเสียงแหบเสน่ห์ทำให้คนฟังใจเต้นระส่ำ ลาริมาร์พยายามกลืนน้ำลายลงคอ ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายด้วยการเผยอริมฝีปากกว้างขึ้นแล้วพยายามครอบครองตัวตนห่อริมฝีปากขยับขึ้นลง ทว่าความประหม่าทำให้จังหวะที่ขยับเคลื่อนไหวเกิดความผิดพลาด
"ซี้ด... อย่าให้โดนฟัน!"
เสียงทุ้มสบถกร้าวอย่างขัดใจเมื่อความเงอะงะของเธอสร้างความเจ็บปวดแทรกซ้อนขึ้นมา ฝ่ามือหนาที่จับท้ายทอยอยู่เพิ่มแรงบีบมากขึ้นเพื่อบังคับให้เธอหยุด
มาเฟียหนุ่มสูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน นัยน์ตาคมกริบจ้องมองคนตรงหน้าที่เอาแต่สั่นเป็นลูกนก
ร่างบางสะดุ้งสุดตัวน้ำตาหยดแหมะลงบนมือที่สั่นเทา พยายามประคองสติที่ใกล้จะหลุดลอย "มะ...มาร์ขอโทษค่ะ..."
"จับให้ดีแล้วค่อยๆ ทำ..." โดมินิคสั่งเสียงเข้ม กดดันให้เธอทำตามใจเขา "ช้าๆ อย่าลนลาน"
ลาริมาร์สูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บหน้าอก สองมือเล็กสั่นระริกขณะที่พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อตอบสนองความต้องการอันเอาแต่ใจของเขาอีกครั้งภายใต้สายตาดุดันที่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหว เธอพยายามขยับเข้าใกล้ ทำตามคำสั่งอย่างหวาดผวาที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้
ทว่าความไร้เดียงสา อาการสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เสียงสะอื้นที่ดังขัดจังหวะไม่หยุดหย่อนของเธอ กลับกลายเป็นตัวจุดชนวนที่ทำลายความอดทนอันน้อยนิดของคนเมาให้ขาดสะบั้น
"บัดซบเอ๊ย!"
โดมินิคสบถลั่นอย่างหงุดหงิดปัดมือเล็กทิ้งแล้วผละออก ก่อนจะออกแรงผลักร่างอวบอิ่มให้หงายหลังนอนราบไปกับที่นอนอย่างแรง แล้วโถมกายแกร่งทาบทับลงมาอีกครั้ง ราวกับพายุร้ายที่บ้าคลั่งพร้อมจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
"ในเมื่อทำไม่เป็น... ก็อ้าขาแล้วครางรับความเจ็บปวดไปก็แล้วกัน!"
สิ้นคำที่แสนโหดร้ายริมฝีปากหยักก็ฉกวูบลงมาบดขยี้กลีบปากบวมเจ่ออย่างหิวกระหาย ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีการปรานี มีเพียงความกระด้างกระเดื่องที่ต้องการระบายความโกรธเกรี้ยวและไฟราคะ ลาริมาร์รู้สึกเหมือนริมฝีปากกำลังจะฉีกขาด รสเลือดฝาดเฝื่อนคลุ้งอยู่ในโพรงปากเมื่อเขาขบกัดอย่างไม่ปรานี
"ร้องไห้ทำไมล่ะ ลาริมาร์? คิดว่าน้ำตาของเธอจะทำให้ฉันใจอ่อนงั้นเหรอ?"
“หึ...ฝันไปเถอะ ยิ่งเธอร้องเสียงดังเท่าไหร่ฉันยิ่งมีอารมณ์”
ฝ่ามือหยาบกร้านฟ้อนเฟ้นบีบขยำทรวงอกอวบอิ่มจนเกิดรอยแดงเถือกไปทั่ว ก่อนที่จะแยกเรียวขาสวยออกจากกัน แล้วแทรกตัวเข้ากลางหว่างขาจับปลายหัวหยักสีสวยสอดใส่ตัวตนทั้งๆ ที่ช่องทางรักไร้สารหล่อลื่น
"อ๊ะ! อ๊ายยยย!"
ลาริมาร์หวีดร้องสุดเสียงเมื่อความยิ่งใหญ่แข็งขืนถูกดันพรวดเข้ามาในร่างกายที่ยังไม่พร้อมรับการรุกรานอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกฉีกร่างออกเป็นสองซีก สองมือเล็กจิกทึ้งผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ร่างกายแอ่นโค้งขึ้นตามสัญชาตญาณ
"อึก... คุณดอม... มาร์เจ็บ... ฮืออ"
น้ำเสียงหวานร้องไห้ปานจะขาดใจ ทว่ามาเฟียหนุ่มที่กำลังเมามายและถูกไฟราคะครอบงำกลับไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น โดมินิคขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความคับแน่นตอดรัดที่แสนหวานทำให้เขาลืมสิ้นซึ่งความผิดชอบชั่วดี มาเฟียหนุ่มเริ่มขยับสะโพกสอบ กระแทกกระทั้นความดิบเถื่อนเข้าหาอย่างหนักหน่วงรุนแรงไม่ต่างกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหาย
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ โดมินิคไม่สนใจว่าคนใต้ร่างจะร้องไห้หรือเจ็บปวดแค่ไหน เขาเอาแต่ใจตัวเองโถมแรงกระแทกเข้าใส่ครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับจะลงทัณฑ์ให้เธอแหลกคามือ
"อืมมม... ลาริมาร์..." เสียงทุ้มครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจสูงสุด สวนทางกับหยาดน้ำตาของหญิงสาวที่ไหลอาบหมอนจนเปียกชุ่ม
ลาริมาร์กัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ไร้ความปรานี ความเจ็บปวดทางกายที่ว่าสาหัสแล้ว ยังไม่เทียบเท่าความปวดร้าวในหัวใจ เธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์เป็นแค่ของเล่นที่เขาจะย่ำยีเมื่อไหร่และรุนแรงแค่ไหนก็ได้
ในห้วงเวลาที่สติสัมปชัญญะใกล้จะดับวูบลงเพราะความเจ็บปวด ลาริมาร์ทำได้เพียงหลับตาลง แล้วพยายามนึกถึงสัมผัสอบอุ่นจากอ้อมกอดของลูกชายตัวน้อย... นึกถึงเสียงเรียก 'มาร์ของมาร์ค' ที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจที่แตกสลายดวงนี้ให้เต้นต่อไป
เพื่อลูก... เธอต้องรอดชีวิตจากค่ำคืนอันโหดร้ายนี้ไปให้ได้ ไม่ว่าซาตานร้ายตนนี้จะลงทัณฑ์เธอป่าเถื่อนแค่ไหนก็ตาม...