เช้าวันรุ่งขึ้น...
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านสีทึบ ไม่อาจมอบความอบอุ่นให้กับร่างสะบักสะบอมที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงได้
ลาริมาร์ค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บร้าวแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูร่างกาย ร่องรอยสีกุหลาบที่ช้ำจนม่วงปรากฏบนผิวขาว รสชาติฝาดเฝื่อนคาวเลือดและคราบน้ำตายังคงเกรอะกรังอยู่ที่พวงแก้ม
ก่อนประตูห้องน้ำเปิดออกตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาในสภาพผ้าขนหนูพันเอวหมิ่นเหม่
โดมินิคใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดกลุ่มผมที่เปียกชื้นลวกๆ หยดน้ำเกาะพราวบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยมืดบอดด้วยตัณหาเมื่อคืน กลับเรียบเฉยเย็นชายากจะคาดเดา มองร่างสั่นเทาที่พยายามรวบผ้าห่มขึ้นมาปกปิดเรือนร่างอย่างทุลักทุเล
มาเฟียหนุ่มปรายตามองเศษเสื้อผ้าบนพื้นด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิดหรือความสงสารเจือปนอยู่ในนั้น ฝ่ามือหนาคว้าเสื้อเชิ้ตสีดำขึ้นมาสวม ก่อนโยนเสื้อคลุมอาบน้ำตัวหนาทับร่างที่กำลังสั่นเทาของลาริมาร์อย่างไม่ใส่ใจ
"ตื่นแล้วก็ลุกไปจัดการตัวเองซะ" เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบ ไร้ซึ่งคำขอโทษหรือความอาทรใดๆ
"อย่ามาทำตัวอ่อนแอเรียกร้องความสนใจ ฉันมีประชุมตอนสิบโมง... และหวังว่ากลับมาแล้วจะไม่เห็นสภาพเตียงที่เละเทะแบบนี้"
ลาริมาร์เม้มริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นเลือดคาวคลุ้ง เจ็บ... เจ็บทั้งตัวทะลุไปถึงขั้วหัวใจ หญิงสาวไม่เอื้อนเอ่ยคำใดสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกัดฟันข่มความเจ็บปวด ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง มือบางสั่นรวบเสื้อคลุมอาบน้ำขึ้นมาปกปิดเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยความป่าเถื่อนของเขา
"ทำไมต้องทำกับมาร์ขนาดนี้ด้วย..." เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตามองสบตากับมัจจุราชใจร้าย
"ก็ทำให้เจ็บน่ะสิ... " โดมินิคแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิด ก่อนใช้ปลายนิ้วเชยคางมนขึ้นบีบบังคับให้เธอต้องเงยหน้าสบตา
"จะได้จำเอาไว้ใส่สมอง ว่าคนที่เป็นแค่ 'พี่เลี้ยง' อย่างเธอ ไม่มีสิทธิ์มาวางอำนาจ หรือสร้างความผูกพันบ้าบออะไรกับลูกชายของฉัน! อย่าริอ่านทำตัวตีเสมอเสนอหน้ามาเป็นแม่ของมาร์คัส!"
"แต่คุณหนูเป็นลูก... อึก..." ลาริมาร์พยายามจะเถียง แต่ก็ถูกปลายนิ้วแข็งแกร่งบีบปลายคางแน่นขึ้นจนเจ็บร้าว
"ลูกของฉัน! ไม่ใช่ลูกของเธอ!" โดมินิคตวาดกร้าวนัยน์ตาคมเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว "มาร์คัสมีแม่ได้แค่คนเดียว และคนคนนั้นต้องไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเธอ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเมื่อคืนเธอเป่าหูอะไรมาร์คัส! คิดจะใช้เด็กสองขวบเป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
ลาริมาร์น้ำตาไหลพรากเธอไม่ได้เป่าหู เธอแค่กอดลูกแค่ปลอบโยนเด็กน้อยที่กำลังสับสน แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับตีความรักอันบริสุทธิ์ของเธอให้กลายเป็นเรื่องสกปรกได้อย่างเลือดเย็น
"ฟังฉันให้ดี ลาริมาร์..." ใบหน้าหล่อโน้มลงมากระซิบชิดริมฝีปากบวมช้ำ น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเด็ดขาดจนทำเอาคนฟังแทบหยุดหายใจ
"ถ้าฉันเห็นเธอทำตัวล้ำเส้นพยายามจะทำตัวเป็นแม่ให้มาร์คัสอีก... ฉันจะส่งมาร์คัสไปอยู่อิตาลีทันที และเธอ... จะไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกอีกตลอดชีวิต"
คำขู่นั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจ ลาริมาร์เบิกตากว้างหัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจนตัวสั่นสะท้าน คฤหาสน์ที่อิตาลีคือสถานที่ที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง ถ้ามาร์คัสถูกส่งตัวไปที่นั่นมันก็ไม่ต่างอะไรกับการพรากหัวใจเธอไปเหยียบย่ำให้แหลกสลาย
"ไม่... ไม่นะคะคุณดอม มาร์ขอร้อง... อย่าพรากคุณหนูไปจากมาร์เลยนะคะ" หญิงสาวปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย ทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างสองมือเล็กคว้าจับท่อนแขนแกร่งเอาไว้แน่น อ้อนวอนด้วยน้ำเสียงปานจะขาดใจ
"มาร์ยอมแล้ว... มาร์ยอมทุกอย่าง มาร์จะเป็นแค่พี่เลี้ยง... จะไม่ล้ำเส้นอีกแล้ว ได้โปรด..."
โดมินิคมองหญิงสาวที่ร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่แทบเท้าด้วยสายตาเรียบเฉย เขาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ไยดี ก่อนจัดปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่
"พิสูจน์สิ"
คำพูดสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจหลุดออกจากปากมาเฟียร้าย ลาริมาร์ชะงักเงยหน้ามองเขาผ่านม่านน้ำตาอย่างไม่เข้าใจ
"วันนี้มาร์คัสตื่นมาต้องงอแงหาเธอ" โดมินิคเหยียดยิ้มเย็นชา
"หน้าที่ของเธอ คือการทำให้มาร์คัสรู้ว่าเธอไม่ได้รัก ไม่ได้สนใจ และรำคาญมากแค่ไหน... ห้ามกอด ห้ามโอ๋ ห้ามปลอบใจใดๆ ทั้งสิ้น! ผลักไสลูกของฉันซะลาริมาร์ ทำให้มาร์คัสเกลียดเธอ... ถ้าเธอทำไม่ได้ ฉันจะเป็นคนส่งมาร์คัสขึ้นเครื่องบินไปอิตาลีด้วยตัวเอง และรับรองได้เลยว่าที่นั่นจะไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความทรงจำเกี่ยวกับเธอให้ลูกฉันนึกถึง!"
"คุณดอม! คุณมันใจร้าย... คุณทำแบบนี้กับมาร์ทำไม" ลาริมาร์กรีดร้องออกมาอย่างเหลืออด ความโกรธแค้นและความเสียใจตีรวนจนแทบคลั่ง เขาบังคับให้เธอทรยศต่อความรู้สึกตัวเอง บังคับให้เธอทำร้ายจิตใจดวงน้อยๆ ที่เปราะบางของลูกชาย
"ฉันทำได้มากกว่านี้อีก ถ้าเธอยังกล้าลองดี" โดมินิคหมุนตัวเดินตรงไปยังประตู
"ใส่เสื้อผ้าซะ แล้วตามลงไปที่ห้องอาหาร... บททดสอบของเธอรออยู่"
เขาเดินออกไปปล่อยให้ลาริมาร์นั่งจมกองน้ำตา ความเจ็บปวดทางกายที่ได้รับเมื่อคืน เทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในหัวใจที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เธอต้องทำร้ายจิตใจมาร์คัสจริงๆ อย่างนั้นหรือ?
เด็กน้อยที่เพิ่งจะยอมเปิดใจให้เธอเมื่อคืนนี้... เด็กผู้มีสายเลือดมาเฟียเข้มข้น ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใคร เย็นชา ก้าวร้าว และเอาแต่ใจเหมือนผู้เป็นพ่อ
ทว่าเพียงแค่ได้อยู่กับเธอไม่นาน เขากลับยอมทลายกำแพงความเย่อหยิ่ง ยอมเป็นแค่เด็กสองขวบที่โหยหาความรัก ยอมให้อุ้ม ยอมกอด และออดอ้อนเธออย่างที่ไม่มีใครเคยได้รับสิทธิ์นั้น...
แล้วเธอจะต้องเป็นคนกรีดแผลในใจ ทำลายความไว้ใจของเขาด้วยมือตัวเองจริงๆ หรือ?
เวลาต่อมา...
ลาริมาร์ก้าวเดินลงบันไดมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง ทุกย่างก้าวคือความทรมานแต่เธอไม่มีทางเลือก
"มาร์!"
เสียงเล็กที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นทันทีที่เธอปรากฏตัวที่หน้าประตูห้องอาหาร มาร์คัสในชุดเอี๊ยมยีนตัวจิ๋วกระโดดลงจากเก้าอี้เด็ก สองขาป้อมๆ วิ่งเตาะแตะตรงดิ่งเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส แขนเล็กอ้าออกกว้างเตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้ามากอดของหวงของตนเองอย่างเต็มที่
ทว่า... รอยยิ้มของเด็กน้อยกลับต้องชะงักค้าง เมื่อร่างอวบอิ่มของลาริมาร์กลับก้าวถอยหลังหนีสัมผัสนั้นอย่างเห็นได้ชัด
มาร์คัสยืนนิ่งอยู่กับที่ แขนเล็กค้างอยู่กลางอากาศ คิ้วที่เคยขมวดมุ่นอยู่เสมอตอนนี้ตกลงอย่างน่าสงสาร ดวงตากลมโตสั่นระริกมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
ลาริมาร์กัดกระพุ้งแก้มตัวเองจนห้อเลือด ก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดจนเจ็บร้าวไปหมด อยากจะถลาเข้าไปกอดร่างเล็กๆ นั้นใจจะขาด อยากจะอุ้มเขาขึ้นมาหอมแก้มให้ชื่นใจ
แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของโดมินิคที่นั่งจิบกาแฟอยู่หัวโต๊ะ นัยน์ตาคมกริบกำลังจ้องมองมาที่เธอราวกับพญาเหยี่ยวที่รอคอยการตัดสินใจ... เธอจึงต้องฝืนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ
"มาร์... ทำมายม่ายกอดมาร์ค" เสียงเล็กเอ่ยถามสั่นขอบตาเริ่มแดงก่ำ