ตอนที่ 5 จำกันได้หรือเปล่า

1401 Words
แม้จะยังนึกไม่ออกว่าตัวเองเคยมีความสัมพันธ์แบบไหนกับ “น้องลี” แต่กันตธีร์ก็ไม่สามารถหยุดความคิดวนเวียนที่มีต่อเธอได้ แต่เมื่อไม่ได้คำตอบจากกันต‍ธรเขาจึงเรียกคนของตัวเองมาออกคำสั่งในเย็นวันนั้น “ผมอยากรู้เรื่องของนักเขียนคนที่ใช้ชื่อว่าโรสมาลี สืบประวัติเธอมาให้ละเอียด” “ได้ครับคุณเธมส์” คิรากรผู้เป็นทั้งผู้ช่วยและเลขานุการรับคำโดยไม่มีข้อโต้แย้งตามปกติ “แล้วก็เรื่องนี้ผมขอเป็นความลับ อย่าบอกใครโดยเฉพาะแม่ผม” “รับทราบครับ” สุ‍คน‍ธร‍สพาลูกสาวไปซื้อของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์การเรียน ซึ่งอีกไม่กี่วันโรงเรียนก็จะเปิดเทอมแล้ว จากนั้นก็ชวนกันซื้อของกินอร่อยๆ กลับมารับประทานอาหารที่ห้อง เพราะสาวน้อยชอบการนั่งกินสบายๆ ที่ห้องมากกว่าไปนั่งตามร้านอาหาร “ก่อนเปิดเทอมหนูต้องไปทำธุระอะไรที่โรงเรียนอีกไหม” หญิงสาวถามระหว่างรับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกัน “ไม่แล้วค่ะน้าลี มอบตัวแล้วซื้อหนังสือแล้วเหลือรอเปิดเทอมเลยค่ะ” เด็กหญิงธิ‍มา‍ริ‍นทร์ตอบหลังจากที่ลุกไปดูคู่มือนักเรียนที่ทางโรงเรียนแจกมา “งั้นน้องลินอยากไปทะเลไหม น้ามีเวลาว่างสักพักก่อนเปิดเรื่องใหม่” หญิงสาวลุกขึ้นเอาจานไปเก็บพลางเอ่ยชวนทำเอาฝ่ายที่อ่อนวัยกว่าถึงกับทำตาโตจากนั้นเธอก็พูดอย่างดีใจ “ไปค่ะ อยากไป ไปค้างด้วยได้ใช่ไหมคะน้าลิน” “ได้สิ ไปภูเก็ตไหมลูก ไหนๆ ไปแล้วก็ลงใต้กันเลยดีกว่า ทะเลสวย” “จริงนะคะน้าลี ลินรักน้าลีที่สุดในโลกเลย” เธอลุกจากเก้าอี้มากอดคนที่เข้าใจว่าเป็นน้า สุ‍คน‍ธร‍สกอดตอบพลางลูบศีรษะที่ซบซุกอย่างแสนรัก “งั้นเดี๋ยวน้าจองตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมเลยนะ” “สองน้าหลานจะไปไหนกัน” กรชวัลที่เพิ่งมาถึงเอ่ยถามเมื่อได้ยินแว่วๆ ว่าเพื่อนจะจองตั๋วเครื่องบิน “น้าลีจะพาลินไปเที่ยวทะเลค่ะ น้าแตไปด้วยกันไหมคะ” “โห อยากไปด้วยจัง” กรชวัลทำเสียงเสียดาย “ก็ไปด้วยกันสิแต ไปไม่กี่วันเอง” สุ‍คน‍ธร‍สเดินมาสมทบพร้อมกับแก้วน้ำผลไม้สำหรับทั้งเพื่อนและลูกสาว เธอทำไว้ตั้งแต่เมื่อกลางวันแช่ตู้เย็นจนเย็นเจี๊ยบ “ขอบใจ กินน้ำผลไม้ที่ไหนก็ไม่ชื่นใจเท่าที่เพื่อนทำ” กรชวัลชมเปาะและถามต่อ “แล้วจะไปทะเลที่ไหนกัน” “น้าลีจะพาไปเที่ยวภูเก็ตค่ะ” ธิ‍มา‍ริ‍นทร์ตอบแทน “ไปด้วยกันสิแต ช่วงนี้เห็นว่าว่างไม่ใช่เหรอ” สุ‍คน‍ธร‍ส ชวนอีกคน กรชวัลจึงหยิบโทรศัพท์มาเช็กตารางงาน “พรุ่งนี้ฉันมีอีเว้นท์งานนึงที่ห้าง.... บ่ายๆ ก็จบ แล้วก็ว่างเพราะละครเพิ่งปิดกล้องไป งั้นพรุ่งนี้แกพาหนูลินไปที่ห้างนั้นไหม เราจะได้ไปซื้อของเตรียมตัวไปทะเลด้วยกัน” ดังนั้นในวันต่อมาสุ‍คน‍ธร‍สและธิ‍มา‍ริ‍นทร์จึงได้มานั่งรอกรชวัลในงานอีเว้นท์หนึ่งซึ่งจัดในห้างสรรพสินค้า โดยที่เป็นงานเปิดตัวบริษัทผู้ผลิต จัดจำหน่ายและนำเข้าเวชภัณฑ์ต่างๆ ครบวงจร และมีการเปิดร้านจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการในห้างดังกล่าว กรชวัลเองถือว่ามีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านสุขภาพ เพราะว่าเธอทำช่องเกี่ยวกับการออกกำลังกายจึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอถูกติดต่อให้มาร่วมงานดังกล่าวในฐานะดาราและอินฟลูเอนเซอร์ ภายในงานขณะที่สุ‍คน‍ธร‍สสนใจเรื่องโภชนาการสำหรับวัยรุ่น ธิ‍มา‍ริ‍นทร์ก็บังเอิญเดินชนกับหญิงสาวสวยจัดคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในอินฟลูที่ทีมงานเชิญมา “อุ๊ย ขอโทษค่ะ” สาวน้อยเดินชนก่อนจริง แต่ก็เป็นอีกฝ่ายที่พรวดพราดเดินมาตัดหน้าจนธิ‍มา‍ริ‍นทร์หยุดเท้าไม่ทัน จนเธอเซไปโดนพนักงานที่กำลังเสิร์ฟเครื่องดื่มทำน้ำหกใส่ชุด “ว้าย เด็กที่ไหนนี่ทำไมไม่ระวังเลย” ชุลี‍วรรณโวยวาย ตอนนั้นเองสุ‍คน‍ธร‍สจึงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวเดินเร็วๆ มาหยุดยืนข้างธิ‍มา‍ริ‍นทร์ที่ตกใจจนหน้าซีด “ดิฉันขอโทษแทนหลานสาวด้วยค่ะ แกคงไม่ได้ตั้งใจ” เธอพยายามประนีประนอมเพื่อจบเรื่อง หากแต่อีกฝ่ายยิ่งโวยวายมากขึ้น “ขอโทษแล้วเสื้อผ้าฉันมันกลับมาเป็นปกติไหมล่ะ เธอต้องชดใช้แทนหลานเธอ ต่อไปจะได้ไม่ไปซุ่มซ่ามที่ไหนอีก” ชุลี‍วรรณเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนสุ‍คน‍ธร‍สเองก็เริ่มจะไม่พอใจบ้างแล้ว “ดิฉันยินดีชดใช้ให้ เท่าไหร่คะ” หากแต่ดาราสาวมองกลับมาอย่างเหยียดหยาม “ทำเป็นพูดดีไป ฉันว่าเธอไม่มีปัญญาจ่ายหรอก” “พี่โรสไม่ต้องจ่ายหรอกค่ะ” เสียงใสๆ ดังขึ้นด้านหลังทำให้คู่กรณีหันไปมอง “น้องปา‍ย” หลังจากที่รู้ว่าเอฟซีวัยรุ่นคนนี้เป็นหลานสาวของกันต์‍ธีร์ สุ‍คน‍ธร‍สก็จำได้ว่าเธอน่าจะเป็นน้องปา‍ยลูกของกันต‍ธรที่เธอเคยรู้จักในวัยเด็ก และเมื่อปราย‍แสงได้ยินดังนั้นเธอก็คลี่ยิ้มกว้าง “ดีใจจังค่ะที่พี่โรสจำปา‍ยได้” เธอพูดพลางส่งยิ้มให้เลยไปถึงธิ‍มา‍ริ‍นทร์ที่ยืนหน้าซีดอยู่ ไม่รู้อะไรที่ทำให้เด็กสาววัยสิบแปดนึกเอ็นดูสาวน้อยคนนี้มากๆ เหมือนกับน้องสาวก็ว่าได้ “ปา‍ยเห็นตั้งแต่แรกเลยที่คุณคนนี้” ปราย‍แสงชี้นิ้วไปทางชุลี‍วรรณ “เขาเดินเร็วๆ ออกมาชนน้องคนนี้เอง เดินไม่มองทางจะโทษคนอื่นได้ไงคะ” “นังเด็กบ้านี่ อย่ามาพูดมั่วๆ นะ” ตอนนี้ชุลี‍วรรณโกรธหนักกว่าตอนแรกเสียอีก เธอหันมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นพนักงานคนหนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี “เธอมานี่สิ ช่วยไล่ยายเด็กนี่ออกไปจากงานนี้ที” พนักงานสาวหันมามองปราย‍แสงที่ยืนกอดอกแล้วรีบสั่นหน้าทันที “ดิฉันไล่เธอไม่ได้หรอกค่ะคุณชุ อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะคุณ” “เอ๊ะ ยายนี่ เธอลืมแล้วเหรอว่าฉันเป็นแขกที่เจ้านายเธอเชิญมานะ” ชุลี‍วรรณขึ้นเสียง “ผมไม่ลืมหรอกว่าคุณเป็นแขกของงานเราในวันนี้” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังทำให้ชุลี‍วรรณหันไปมองแล้วก็ต้องยิ้มเมื่อเห็นว่าเป็นท่านรองประธานของเบสท์ฟาร์มา “อุ๊ย คุณเธมส์นั่นเอง” “แต่ผมก็ไม่ลืมเหมือนกันว่าเด็กที่คุณจะให้คนจับโยนออกไปคือหลานสาวผม” เขาพูดต่อทำให้คนที่กำลังยิ้มหน้าค่อยๆ เผือดลง “อะไรนะคะ นังเด็กเอ้ย... น้องคนนี้คือหลานคุณเธมส์” เธอพูดตะกุกตะกัก หางตาเห็นว่าปราย‍แสงกำลังกอดอกมองเธออย่างเยาะเย้ยแต่ก็ไม่กล้าหันไปตอบโต้ “ครับ แล้วผู้หญิงอีกคนที่คุณด่าว่าเขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหาย ก็เป็นเพื่อนผมด้วยเหมือนกัน” ชายหนุ่มพูดต่อคราวนี้คนที่ตกใจกลายเป็นทั้งหมดที่ยืนตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นปราย‍แสง ธิ‍มา‍ริ‍นทร์และตัวสุ‍คน‍ธร‍สเอง “พะ เพื่อนเหรอคะ” ชุลี‍วรรณทวนคำจากนั้นเธอรีบหันไปขอโทษสุ‍คน‍ธร‍สทันที “เอ่อ ขอโทษนะคะที่ชุเสียมารยาท คุณอย่าโกรธชุเลยนะ” “ออ ค่ะไม่เป็นไร” เมื่อคนที่เคยหาเรื่องกลับลำมาขอโทษรวดเร็วจนเธองง แต่สุ‍คน‍ธร‍สเองก็ไม่อยากเอาเรื่องเอาราวเช่นกันจึงตอบรับคำขอโทษง่ายๆ “ไปคุยกันข้างในเถอะปา‍ย แล้วก็น้องลีด้วยพาหลานไปด้วยก็ได้” กันต์‍ธีร์ไม่ได้สนใจดาราสาวอีก เขาหันไปเรียกปราย‍แสงและสุ‍คน‍ธร‍สที่ชะงักกับสรรพ‍นามที่เขาใช้ “น้องลี” เขาจำเธอได้หรือ? แล้วทำไมวันก่อนเขาทำเหมือนเราไม่รู้จักกัน?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD