ห้องพยาบาล
บ่ายวันนั้น
เรากับพี่ปอนด์นั่งกินแซนวิชกันเงียบๆ แสงแดดยามบ่ายอ่อนๆ ส่องเข้ามาทางหน้าต่างเล็กน้อย บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะเป็นแค่แซนวิชครึ่งชิ้น แต่ตอนนี้มันกลับเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยกินมา
พี่ปอนด์: (กัดแซนวิชคำสุดท้าย แล้วหันมามองเราด้วยแววตาอ่อนโยน)
"หายเจ็บแล้วใช่ไหมครับ... หน้าไม่แดงแล้ว"
ฟ้าใส: (รู้สึกได้ว่าแก้มเราคงคลายความร้อนลงแล้วจริงๆ)
"ค่ะ... ไม่เจ็บแล้ว ขอบคุณพี่ปอนด์มากนะคะที่มาดูแล"
พี่ปอนด์: (ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก)
"ไม่เป็นไรหรอกครับ... เป็นความผิดพี่เองที่เตะบอลไม่ระวัง" (เขายื่นมือมาลูบผมเราเบาๆ อีกครั้ง) "ว่าแต่... ทำไมตอนพักเที่ยงน้องฟ้าใสถึงยังไม่กินข้าวล่ะครับ? ปกติเด็กเรียนอย่างน้องฟ้าใสน่าจะวางแผนการกินดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอ?"
เราสะดุดกับคำถามของพี่ปอนด์เล็กน้อย จะบอกความจริงไปว่าเมื่อเช้ามัวแต่เถียงกับยัยส้มยัยแยมเรื่องบิงซูจนไม่มีเวลากินก็คงจะดูไม่ดีเท่าไหร่
ฟ้าใส: (พยายามหาคำตอบที่ดูสมเหตุสมผล)
"คือ... พอดีเมื่อเช้าหนูมีงานด่วนต้องรีบทำส่งอาจารย์น่ะค่ะ เลยไม่มีเวลาลงไปกินข้าว" (เราโกหกออกไป แต่ก็รู้สึกผิดในใจนิดๆ)
พี่ปอนด์: (พยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่แววตาเขายังมีแววสงสัยเล็กน้อย)
"เหรอครับ... งั้นก็ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้แล้วนะ เดี๋ยวจะหิวจนเป็นลมไป" (เขายิ้มให้เราอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง)
จังหวะที่พี่ปอนด์กำลังจะลุกขึ้น เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาพอดี
พี่ปอนด์: (รับโทรศัพท์)
"ฮัลโหล... ครับแม่... ครับ... เดี๋ยวผมไปครับ... ครับๆ... แค่นี้นะครับ"
เขาเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง แล้วหันมามองเราด้วยสีหน้าขอโทษ
พี่ปอนด์:"พี่ต้องไปแล้วล่ะครับ... แม่โทรตาม พอดีวันนี้มีงานสำคัญที่บ้าน"
ฟ้าใส:"ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ พี่ปอนด์ไปเถอะค่ะ"
พี่ปอนด์: (เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเรา เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าเราใกล้กันอีกครั้ง)
"ไว้วันหลัง... พี่จะชวนน้องฟ้าใสไปกินข้าวเป็นการขอโทษนะครับ" (คำพูดของเขาทำเอาใจเราเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง) "แต่ก่อนอื่น... พี่ว่าน้องฟ้าใสควรจะพักผ่อนบ้างนะครับ... ดูตาคล้ำเชียว" (เขายื่นนิ้วเรียวยาวมาเกลี่ยใต้ตาเราเบาๆ) "แล้วก็... แว่นตานั่น... ถอดออกบ้างก็ดีนะครับ" (เขายิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย)
ฟ้าใส: (หน้าแดงก่ำ)
"มะ... ไม่ค่ะ! หนูต้องใส่แว่นค่ะ สายตาสั้นมาก"
พี่ปอนด์: (หัวเราะเบาๆ)
"ครับๆ... ไว้เจอกันนะครับ"
แล้วพี่ปอนด์ก็เดินออกไปจากห้องพยาบาล ทิ้งให้เรานั่งอยู่คนเดียวอีกครั้ง เรายกมือขึ้นมาแตะที่ใต้ตาเบาๆ ตรงที่ที่พี่ปอนด์สัมผัสเมื่อกี้ 'ไว้วันหลัง... พี่จะชวนน้องฟ้าใสไปกินข้าวเป็นการขอโทษนะครับ' คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของเราซ้ำไปซ้ำมา นี่มัน... เหมือนฝันเลย!
ห้องเรียน หลังเลิกเรียน
หลังจากคาบเรียนสุดท้ายจบลง เราก็รีบกลับมาที่ห้องเรียนเพื่อเก็บของทันที ยัยส้มกับยัยแยมที่รู้ข่าวเรื่องพี่ปอนด์ก็รีบเข้ามาซักไซ้เราทันที
แยม: (ทำหน้าอยากรู้อยากเห็น)
"เป็นไงบ้างยะ! อีฟ้าใส! ฟินไหม! ได้อยู่กับพี่ปอนด์สองต่อสองในห้องพยาบาล! บอกมาให้หมดเดี๋ยวนี้!"
ส้ม: (ตาวาว)
"ใช่ๆ! มีอะไรเกินเลยไหม! หรือพี่ปอนด์เขาจะสารภาพรักกับแกแล้ว!"
ฟ้าใส: (รีบโบกมือปฏิเสธ)
"บ้า! ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก! พี่ปอนด์เขาก็แค่ดูแลทำแผลให้! แล้วก็เอาแซนวิชมาให้กินแค่นั้นเอง" (เราพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่ในใจคือเก็บอาการไม่ไหวแล้ว)
แยม: (มองเราด้วยสายตาจับผิด)
"แค่นั้นจริงเหรอ? ทำไมหน้าแกแดงขนาดนี้ล่ะยะ! เหมือนมะเขือเทศสุกเลย!"
ฟ้าใส: (รีบเอามือจับแก้ม)
"ก็... ก็มันร้อนนี่หน่า! แล้วพวกแกหายหัวไปไหนกัน! ทิ้งให้กูอยู่คนเดียวกับพี่ปอนด์!"
ส้ม: (หัวเราะคิกคัก)
"ฮ่าๆๆๆๆ! ก็พวกกูรู้ไงว่าแกต้องฟิน! เลยอยากเปิดโอกาสให้ไง! เป็นไงล่ะ ได้อยู่กับผู้ในฝันสองต่อสอง!"
แยม: (เดินเข้ามาใกล้)
"แล้วพี่ปอนด์เขาพูดอะไรกับแกบ้างไหม? มีท่าทีสนใจแกหรือเปล่า?"
เราเล่าเรื่องที่พี่ปอนด์บอกว่าจะชวนไปกินข้าวให้ยัยส้มกับยัยแยมฟัง
ส้ม: (กรี๊ดเบาๆ)
"กรี๊ดดดด! เดทแรกแล้วมั้ยล่ะ!"
แยม: (ตาวาววับ)
"ฟ้าใส! นี่แหละโอกาสของแก! แกต้องเปลี่ยนลุคด่วนเลยนะ! อย่าให้พี่ปอนด์เห็นแกในสภาพเด็กเนิร์ดอีกเด็ดขาด!" "คืนนี้... มาบ้านฉัน! เราจะมาคุยแผนการเปลี่ยนแปลงฟ้าใสกัน!"
เราได้แต่พยักหน้าอย่างเลื่อนลอย ความคิดเรื่องพี่ปอนด์ที่ชวนไปกินข้าววนอยู่ในหัวจนแทบจะไม่มีสมาธิฟังอะไรอีกแล้ว นี่คือโอกาสที่เราจะได้ใกล้ชิดกับพี่ปอนด์มากขึ้นใช่ไหม?
บ้านฟ้าใส
ช่วงเย็น
เรากลับมาถึงบ้านด้วยหัวใจที่เต้นระรัว พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด คุณพ่อคุณแม่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น
คุณแม่: (หันมามองเรา)
"กลับมาแล้วเหรอลูกฟ้าใส ทำไมวันนี้กลับช้ากว่าปกติล่ะจ๊ะ"
ฟ้าใส: (พยายามรักษาน้ำเสียงให้ปกติที่สุด)
"พอดีวันนี้หนูต้องช่วยคุณครูจัดบอร์ดนิทรรศการน่ะค่ะแม่ กว่าจะเสร็จก็เลยช้าไปหน่อย" (เราโกหกออกไปอีกครั้ง และรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องทำแบบนี้)
คุณพ่อ: (มองเราด้วยสายตาจับผิดเล็กน้อย)
"จริงเหรอ? ปกติครูสมศรีเขาจะให้ช่วยแค่ช่วงพักกลางวันไม่ใช่หรือไง?"
ฟ้าใส: (หัวใจเต้นแรงขึ้น)
"คือ... วันนี้เป็นงานใหญ่น่ะค่ะคุณพ่อ เลยต้องเร่งให้เสร็จก่อนงาน Open House น่ะค่ะ"
คุณแม่: (ยิ้มอย่างอ่อนโยน)
"จ้ะๆ ไม่เป็นไรจ้ะลูก ถ้าเหนื่อยก็ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนะ แม่เตรียมผลไม้ไว้ให้แล้ว"
เราถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อพ้นสายตาพ่อแม่ได้สำเร็จ ความรู้สึกผิดยังคงเกาะกุมในใจ แต่ความตื่นเต้นเรื่องพี่ปอนด์ก็มากกว่า
เราเดินขึ้นห้องนอน แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความจากแยม
แยม (Line): "อย่าลืมนะแก! คืนนี้มาบ้านฉัน! แผนการเปลี่ยนโฉมฟ้าใสกำลังจะเริ่มต้นขึ้น! เพื่อพี่ปอนด์!"
เรามองดูตัวเองในกระจกอีกครั้ง... แว่นตากรอบหนาเตอะ เสื้อผ้าเรียบๆ ไม่มีสีสัน นี่คือฟ้าใสคนเดิม... เด็กดีที่อยู่ในกรอบ
แต่เสียงหัวเราะของพี่ปอนด์... รอยยิ้มของเขา... คำพูดของเขาที่บอกว่าจะชวนไปกินข้าว... และคำพูดของแยมที่ว่า "แกต้องเปลี่ยนลุคด่วนเลยนะ!" ทุกอย่างกำลังผลักดันให้เราก้าวออกจากกรอบเดิมๆ
ฟ้าใส: (มองตัวเองในกระจก แล้วพูดกับตัวเองเบาๆ)
"หรือว่า... ถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ แล้วนะ... เพื่อจะได้ใกล้พี่ปอนด์มากขึ้น... และเพื่อจะได้เห็นโลกที่ชัดเจนกว่าเดิมอย่างที่ใครบางคนเคยบอกเอาไว้"
เราตัดสินใจแน่วแน่... คืนนี้แหละ... เราจะแอบหนีออกจากบ้านเพื่อไปบ้านแยม... เพื่อเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต... การเปลี่ยนแปลงที่จะนำพาเราไปสู่ความรัก... และอาจจะนำพาเราไปสู่ อันตราย ที่เราไม่เคยคาดคิด