"เรื่องก็มีอยู่ว่า ช่วงเย็นหลังจากพ่อกับแม่กลับจากดูงานที่พัทยา และกำลังขับรถกลับบ้านกัน พอมาถึงช่วงจะลงจากทางด่วน จู่ ๆ ก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับชนด้านข้างรถ จนพ่อต้องหักหลบแล้วไปชนกับเกาะกลางถนน แล้วก็ได้รับบาดเจ็บนี่แหละ ดีนะที่วันนั้นลูกไม่ได้ไปกับพ่อและแม่ด้วย ไม่งั้นเราคงบาดเจ็บกันทั้งบ้าน" ไอศูรย์ตอบลูกสาวกลับไปทุกอย่าง และเขาก็ดีใจที่วันนั้นลูกสาวไม่ได้ไปด้วย
"แล้วคนที่ชนเขาหนีไปเลยเหรอคะ ไม่รับผิดชอบกันเลยเหรอ แล้วคุณพ่อจำป้ายทะเบียนรถได้มั้ย" ไอรินถามต่ออย่างร้อนใจ
"ใจเย็น ๆ ก่อนนะยัยไอ ถามเยอะจนพ่อตอบไม่ทันแล้ว เสียดายที่ตอนนั้นแม่นอนหลับ เลยไม่เห็นเหตุการณ์" ดารินที่นั่งอยู่ด้วยกันรีบห้ามลูกสาวไว้ และพูดอย่างเสียดายที่เธอไม่เห็นเหตุการณ์นั้นด้วย
"พ่อจำไม่ได้หรอก ตอนนั้นพ่อทั้งตกใจ ทั้งเป็นห่วงแม่เราด้วย แถมกล้องหน้ารถก็ไม่น่าจับภาพได้ด้วย เพราะมันชนมาจากด้านข้าง" ไอศูรย์พูดขึ้นมาอย่างเสียดาย
"เสียดายจัง ไม่งั้นนะไอจะไปลากคอมันเข้าคุกให้ได้เลย แต่เรื่องนี้ก็น่าจะแจ้งความไว้นะคะ เผื่อตำรวจจะได้หาหลักฐานได้" ไอรินพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"ไอ พ่อว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ แต่พรุ่งนี้ที่บริษัทมีประชุมสำคัญ สงสัยไอจะต้องเข้าไปประชุมหรืออาจจะต้องทำงานแทนพ่อแล้วล่ะ" ไอศูรย์พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"แต่ไอจะทำได้เหรอคะ ไอเป็นแค่ Interior Design ถนัดแค่ด้านทำงานออกแบบตกแต่งเท่านั้น ส่วนงานด้านบริหารนั้น..." ไอรินพูดขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจ เพราะส่วนใหญ่เธอทำงานในส่วนของตัวเองเท่านั้น
"พ่อเชื่อในตัวลูกนะไอริน ลูกต้องเริ่มเรียนรู้งานบริหารได้แล้ว เพราะอีกไม่นานพ่อก็จะเกษียณตัวเองออกจากตำแหน่งประธาน และส่งมอบตำแหน่งนี้ให้ลูกอยู่ดี ถือว่าช่วงนี้ก็ทดลองทำงานตำแหน่งประธานบริษัทไปก็แล้วกัน แต่ลูกไม่ต้องห่วงนะ มีอะไรก็โทรหาพ่อได้ตลอด แถมที่บริษัทก็มีลุงกรกับพี่กวินช่วยงานลูกอยู่ ไม่ต้องห่วงนะ" ไอศูรย์บอกลูกสาวอย่างเชื่อมั่นในตัวเธอ และเขาก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะยกบริษัทนี้ให้ลูกสาวอยู่แล้ว
"งั้นก็ได้ค่ะคุณพ่อ แต่ตอนนี้คุณพ่อต้องนอนพักก่อนนะคะ เดี๋ยวไอไปตามบุรุษพยาบาลมาย้ายคุณพ่อไปที่ห้องพัก VIP ก่อน" พูดจบหญิงสาวก็ไปตามบุรุษพยาบาลมาย้ายพ่อของเธอไปที่ห้องพิเศษ
จากนั้นไม่นานไอศูรย์ก็ถูกย้ายไปอยู่ที่ห้อง VIP ที่ชั้น สิบ ซึ่งมีเตียงสองเตียงอย่างที่เธอต้องการ แถมยังมีวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามมาก
"เอาล่ะ คุณพ่อคุณแม่นอนพักก่อนนะคะ เดี๋ยวไอจะนั่งทำงานและอ่านรายงานต่าง ๆ เพื่อเตรียมประชุมพรุ่งนี้ด้วย วันสองวันนี้พวกเราก็ถือว่ามาพักผ่อนที่โรงพยาบาลก็แล้วกันนะคะ ที่นี่วิวสวยใช้ได้เลยค่ะ คิกคิก~" หญิงสาวพูดออกมาอย่างสดใส เพื่อไม่ให้พ่อแม่เป็นกังวล
จากนั้นไอรินก็หยิบเอาไอแพดขึ้นมาพร้อมกับปากกา วาด ๆ เขียน ๆ ลงบนหน้าจออย่างชำนาญ
สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อไอริน ภักดีวิจิตร อายุยี่สิบห้าปี ฉันเป็น Interior Design ให้กับบริษัท Design With Love ซึ่งก็คือบริษัทรับออกแบบภายในของคุณพ่อฉันเอง ฉันเรียนจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สาขาตกแต่งภายใน จากประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุยี่สิบสองปีเลยนะ จบมาก็มาทำงานกับคุณพ่อเลย ตอนนี้ก็ทำงานได้สามปีแล้ว ส่วนคุณแม่ก็เป็นเลขากิตติมศักดิ์ของคุณพ่ออีกที
ที่สำคัญตอนนี้ฉันโสดสนิทค่ะ อาจจะเป็นอย่างที่หมอหน้ายักษ์คนนั้นบอกก็ได้ ฉันเคยไปดูตัวกับลูกชายเพื่อนคุณแม่มาหลายครั้งแล้ว และฉันก็พูดตรง ๆ ออกมาอย่างไม่รู้ตัวทุกครั้ง จะเรียกว่าวิจารณ์หรืออะไรก็ได้ที่ฉันพูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ช่วงบ่าย...
ก๊อก ก๊อก~
"เชิญค่ะ" ไอรินบอกออกไป เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู
จากนั้นก็เห็นหมอกระดูกเดินนำเข้ามา โดยมีหมอธีร์ตามมาด้วย
"ผมขอตรวจอาการคุณไอศูรย์หน่อยนะครับ จะรู้สึกอึดอัดและตึงนิดหน่อยนะครับ แต่ต้องอดทนซักหนึ่งเดือน" หมอเอกภพบอกกับคนไข้ของเขา จากนั้นก็ลงมือตรวจร่างกายต่อ
"ก็คงต้องอดทนแหละครับคุณหมอ แต่ยังดีที่ภรรยาของผมไม่เป็นอะไร คราวนี้ผมจะได้นั่งเฉย ๆ ให้เธอดูแลบ้าง ฮ่า ๆ" ไอศูรย์พูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
"นั่งเฉย ๆ ก็ไม่ดีนะครับ ต้องขยับร่างกายด้วย" หมอเอกภพแนะนำอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวกลับไป
"เป็นยังไงบ้างครับคุณไอศูรย์ ตอนนี้อย่าพึ่งขยับขามากนะครับ คงต้องนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลอีกซักสองวันให้แน่ใจก่อน แล้วค่อยออกจากโรงพยาบาล ส่วนคุณดารินผลตรวจออกมาแล้วนะครับ ว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่ทานยาแก้ปวดและแก้อักเสบก็พอ จะกลับบ้านวันนี้ก็ได้นะครับ" ธีร์ที่อยู่ในชุดคุณหมอก็พูดขึ้น หลังจากหมอเอกกลับออกไปแล้ว
"ขอบคุณนะครับคุณหมอ ที่ดูแลพวกเราสองคนอย่างดีมาตลอด" ไอศูรย์ขอบคุณคุณหมอออกไปอย่างซาบซึ้ง
"ผมจะต้องดูแลอย่างดีที่สุดอยู่แล้วครับ เดี๋ยวจะมีคนมาบอกว่าไม่คุ้มกับค่าบริการที่แพงหูฉี่" ธีร์พูดกับคนบนเตียง แต่ก็แอบเหลือบตามองคนที่มายืนข้าง ๆ เขา เหมือนกลัวว่าเขาจะทำอะไรพ่อของเธอ
"ใครช่างกล้ามาพูดแบบนี้ ที่นี่ไม่แพงเลยครับ วิวห้องพักก็สวย แถมยังบริการดีทุกอย่างด้วย ทั้งเคลมประกันให้ ทั้งยังเป็นธุระแจ้งความให้อีก เรียกว่าบริการครบวงจรจริง ๆ" ไอศูรย์พูดขึ้นมาอย่างจริงจัง เพราะเขาคิดว่าการบริการที่นี่คุ้มราคากับที่ต้องจ่าย
"ก็อาจจะเป็นคนที่เอาที่นี่ไปเปรียบเทียบกับร้านสะดวกซื้อมั้งครับ ที่นั่นก็บริการดี แต่ราคาสินค้าไม่แพงมาก" พูดไปก็ยิ้มไป เหมือนถูกใจที่เห็นอีกคนค้อนใส่เขา ก่อนจะเดินไปนั่งข้าง ๆ แม่และยกน้ำขึ้นดื่ม
"จะเอาไปเปรียบกันได้ยังไง คนที่คิดแบบนั้นเรียกว่ามีตาแต่ไม่มีแววค่ะคุณหมอ" ดารินที่นั่งอยู่ก็พูดขึ้นมาบ้าง
"แค่ก ๆ" คำพูดของแม่ ทำเอาไอรินถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่มทันที
"เป็นอะไรลูกทำไมไม่ดื่มน้ำให้ดี ๆ ดูสิ เลอะหมดแล้ว" ดารินรีบเอากระดาษทิชชูเช็ดปากให้ลูกสาว
"แล้วนี่กลับบ้านหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว ผมต้องมาทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลอีกมั้ยครับคุณหมอ" ไอศูรย์ถามขึ้นอีกครั้ง
"อืม... จะเลือกมาที่นี่หรือจะให้นักกายภาพไปดูแลที่บ้านก็ได้นะครับ แต่ส่วนใหญ่คนไข้จะให้เราไปดูแลถึงที่บ้านมากกว่า และกรณีคุณไอศูรย์ ผมแนะนำให้ใช้บริการที่บ้านดีกว่าครับ" ธีร์ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
"ดีมากเลยครับ อย่างนั้นผมเลือกอย่างที่คุณหมอแนะนำมาก็แล้วกันนะครับ" ไอศูรย์พูดขึ้นมาอย่างดีใจ
"งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ พักผ่อนให้มาก ๆ เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้วครับ" ธีร์พูดออกไปอย่างคุณหมอใจดี ก่อนจะเดินออกไป
"หมอธีร์คนนี้ดีจริง ๆ เลยนะคะคุณ ช่างเอาใจใส่ ไม่รู้ว่ามีแฟนหรือยัง ถ้ายังไม่มี ฉันว่าจะจีบให้ยัยไอซักหน่อย" ดารินพูดขึ้นยิ้ม ๆ หลังจากหมอสุดหล่อออกไปแล้ว
"แม่!!!" ไอรินเรียกแม่เสียงดัง พร้อมกับมองที่ประตูไปด้วย เพราะกลัวอีกคนจะได้ยิน
"ฮ่า ๆ พ่อก็เห็นด้วยนะ ทั้งหล่อ ทั้งพูดจาดี หน้าที่การงานก็ใช้ได้ เหมาะสมจะมาเป็นลูกเขยพ่อจริง ๆ" ไอศูรย์ก็พูดเสริมภรรยาอีกคน
"พ่อก็เป็นไปกับแม่อีกคน นี่ลูกสาวนะคะ รู้จักหวงบ้างสิ" ไอรินพูดขึ้นอย่างเง้างอน
"ก็เห็นเป็นลูกสาวน่ะสิ พ่อกับแม่ถึงต้องคิดเผื่อไว้ ลูกไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ อายุตั้งยี่สิบปีแล้ว แต่ยังไม่เคยมีแฟนเลย มันแปลกเกินไปแล้ว" ดารินพูดขึ้นอีกครั้ง ยิ่งเกิดเรื่องแบบนี้ เธอยิ่งอยากให้ลูกสาวมีคนมาช่วยปกป้องดูแล
"แม่น่ะ~" ไอรินค้อนใส่แม่อย่างงอแง
"ฮ่า ๆ เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว พ่ออยากทานผลไม้จังเลย ไอไปซื้อให้พ่อหน่อยสิลูก แล้วอย่าลืมซื้อของบำรุงมาให้แม่ด้วยนะ" ไอศูรย์พูดขึ้นมาอีกครั้ง
"ได้ค่ะ งั้นคุณแม่อยู่ดูแลคุณพ่อไปก่อนนะคะ เดี๋ยวไอลงไปซื้อมาให้ หรือจะให้ป้านวลทำข้าวต้มปลามาให้ทานดีคะ" ไอรินลุกขึ้นและพูดกับแม่ของเธอ
ป้านวลที่เธอว่าก็คือภรรยาของลุงเติม ที่ทำหน้าที่เป็นแม่ครัวและดูแลบ้านภักดีวิจิตรมาตั้งแต่สมัยสาว ๆ
"ก็ดีนะคะคุณ ไหน ๆ ตอนเย็นลุงเติมก็ต้องมารับยัยไอกลับบ้านอยู่แล้ว ก็ให้ป้านวลทำข้าวต้มปลามาให้เราด้วยซะเลย" ดารินเสนอขึ้นมา
"งั้นให้ป้านวลมาอยู่ดูแลคุณพ่อคุณแม่ด้วยเลยนะคะ เพราะพรุ่งนี้ไอจะต้องเข้าบริษัทแต่เช้า คืนนี้คงต้องกลับไปนอนที่บ้าน" ไอรินพูดขึ้นอีกครั้ง
"โอเค ตกลงตามนั้น" ดารินตอบรับและทำท่าโอเคอย่างวัยรุ่น ทำให้สองพ่อลูกหัวเราะออกมา
"งั้นไอไปซื้อผลไม้กับของบำรุงก่อนนะคะ เดี๋ยวมาค่ะ" พูดจบไอรินก็เดินไปที่ประตู
ส่วนด้านหน้าประตู ธีร์ที่ยืนฟังสามพ่อแม่ลูกคุยกัน เมื่อได้ยินว่าเธอกำลังจะเดินมา เขาก็รีบวิ่งกลับไปที่ลิฟต์ทันที