เคลียร์ให้จบๆ

1332 Words
แสงไฟจากโคมระย้าหน้าโรงแรมสะท้อนกับหยาดเหงื่อบนใบหน้าคมเข้มของเวคิน เขาพิงหลังอยู่กับกรอบประตูรถสปอร์ตบีเอ็มดับบลิวสีแดงสดด้วยท่าทางที่คุกคามราวกับเสือร้ายที่กำลังดักตะครุบเหยื่อ เกลวรินก้าวตามออกมาด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอหยุดยืนห่างจากเขาในระยะที่คิดว่าปลอดภัยพลางถอนหายใจยาว พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาเพื่อรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้านทานได้นานแค่ไหน “เมื่อกี้คุณทำบ้าอะไรของคุณ! ทำแบบนั้นทำไมคุณเวคิน!” เกลวรินโพล่งถามออกไปเสียงสั่น น้ำเสียงที่เคยออดอ้อนเตชินบัดนี้เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เวคินถลันตัวจากประตูรถเพียงก้าวเดียวก็ถึงตัวเธอ เขาถลึงตาใส่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นและตัดพ้อ “พี่ต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายถาม! ตอบมาสิเกล... แฟนใหม่ที่ส่งข้อความมาบอกเลิกพี่ ที่บอกว่าเขามีพร้อมทุกอย่างและแก่กว่าพี่น่ะ... คือพ่อพี่งั้นเหรอ? เธอหายไปจากชีวิตพี่ บล็อกพี่ทุกช่องทาง ทิ้งให้พี่เหมือนคนบ้าอยู่ที่นั่น เพื่อมาทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้น่ะเหรอเกล!” เกลวรินชะงักไปอึ้งๆ เธอไม่เคยเห็นเวคินเกรี้ยวกราดขนาดนี้มาก่อน ตลอดห้าปีที่ลอนดอน เขาคือชายหนุ่มที่ใจเย็นเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก เป็นไหล่ให้เธอพักพิงและเป็นคนที่มีรอยยิ้มแสนอบอุ่นประดับใบหน้าเสมอ แต่ตอนนี้เขากลับดูน่ากลัวเหมือนปีศาจที่พร้อมจะฉีกทรากเธอเป็นชิ้นๆ “มันเรื่องส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย!” เธอพยายามจะคุยให้จบตรงนี้พลางเหลือบมองไปทางประตูโรงแรม เห็นร่างของเตชินกำลังก้าวพ้นประตูออกมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เกลวรินรีบพุ่งตัวจะไปเปิดประตูรถเพื่อหนีจากสถานการณ์นี้ แต่เวคินกลับไวกว่า เขากระชากข้อมือเล็กของเธอไว้จนร่างบางเสียหลักถลาเข้าหาอกแกร่งของเขา “ทำไม? กลัวใครจะมาเห็นเธออยู่กับพี่อย่างนั้นหรือเกล? กลัวพ่อพี่จะรู้ความจริงงั้นสิ!” เวคินตะคอกถามพลางบีบข้อมือเธอแน่นขึ้น “รู้หรือเปล่าว่าผู้ชายคนนั้นเขาเป็นอะไรกับพี่! เขาคือพ่อแท้ๆ ของพี่นะเกล! เธอทำลงไปได้ยังไง เธอเข้าไปยุ่งกับเขาได้ยังไง!” เกลวรินเบือนหน้าหนี สายตาหลบวูบ ความเงียบของเธอยิ่งตอกย้ำความจริงที่เขาสงสัย “เธอรู้จริงๆ ด้วย... เธอรู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าเขาเป็นใคร ทำไมเกล... ทำไมเธอทำแบบนี้กับพี่!” “ถ้าอยากรู้มากนัก ก็ไปคุยกันที่อื่น! อย่ามาทำตัวเป็นอันธพาลหน้าโรงแรมพ่อตัวเองแบบนี้!” เกลวรินบอกเสียงแข็งเมื่อเห็นเตชินเริ่มออกวิ่งตรงมาทางนี้ เวคินแค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพช เขาประชดด้วยการกระชากกุญแจรถออกจากมือของหญิงสาวอย่างแรงแล้วเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ เกลวรินไม่มีทางเลือก เธอต้องรีบหนีจากสายตาเตชินก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ เธอจึงตามเข้าไปนั่งในรถอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่ประตูรถปิดลง เวคินเบิ้ลเครื่องยนต์จนเสียงท่อดังสนั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับใช้นิ้วหัวแม่มือย้ำแตรค้างไว้นานๆ เป็นการส่งสัญญาณท้าทายเตชินที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมา เตชินพยายามกระโดดตะปบท้ายรถแต่คว้าได้เพียงอากาศธาตุ รถสปอร์ตสีแดงพุ่งทะยานออกสู่ถนนใหญ่ด้วยความเร็วที่น่าหวาดเสียว เมื่อขับมาได้สักพักจนแน่ใจว่าพ้นจากรัศมีของโรงแรมและไกลพอที่คนของพ่อจะตามไม่ทัน เวคินก็เริ่มเปิดบทสนทนาที่อาบไปด้วยยาพิษ เขากระตุกมุมปากมองเธอด้วยสายตาดูแคลน “ทำไม... นั่งเงียบเชียวนะ คิดว่าจะมีใครตามมาช่วยหรือไง? หรือว่าคิดถึงสัมผัสของคนแก่จนทนไม่ได้" เวคินเค้นเสียงเยาะ “ถามจริงเถอะเกล... ไม่กลัวหนังเหี่ยวๆ ยุ่ยติดจมูกหรือไง ถึงได้ลงไปหอมแก้มคนแก่คราวพ่อแบบนั้นได้อย่างไม่อายปาก” คำเหน็บแนมร้ายกาจนั้นทำเอาเกลวรินเจ็บจี๊ดจนหน้าชา เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือผู้ชายคนเดียวกับที่มีรอยยิ้มแสนอบอุ่นที่ลอนดอน คนที่เคยบอกว่าจะดูแลเธอตลอดไป แต่เธอก็ต้องเตือนตัวเองให้ใจแข็งเข้าไว้ เธอต้องไม่ลืมว่าเขาคือลูกชายของ "ศัตรู" และสิ่งที่เธอต้องการคือการทำให้ตระกูลสิริทรัพย์พินาศเหมือนที่พี่สาวของเธอ (แก้วตา) เคยได้รับความเจ็บปวดจนเสียสติ “จอดรถ! จอดเดี๋ยวนี้! ฉันบอกให้จอดรถจะได้เคลียร์กันให้จบๆ ไป!” เธอสั่งเสียงตึง พยายามทำใจดีสู้เสือ เวคินไม่ตอบแม้แต่คำเดียว แต่เขากลับเหยียบคันเร่งลงไปจนมิดเท้า ความเร็วของรถพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ แรงเหวี่ยงทำเอาแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของเกลวรินแนบสนิทไปกับเบาะหนังสีดำที่เย็นเฉียบ เธอสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดเสียว “จอด! ไม่ได้ยินที่บอกหรือไง จอดเดี๋ยวนี้พี่คิน!" เธอเรียกชื่อเขาด้วยความลืมตัวอีกครั้ง แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นโทสะของชายหนุ่ม “พี่ไม่ปล่อยให้เธอกลับไปหาใครทั้งนั้น! โดยเฉพาะพ่อพี่!” เวคินตะคอกกลับ สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ถนนเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง "ว้าย!" เกลวรินร้องเสียงหลงเมื่อรถกระชากความเร็วขึ้นอีกครั้งจนเธอตัวโยน หญิงสาวชำเลืองมองมาตรวัดความเร็ว เห็นเข็มสีแดงกำลังจะแตะที่ตำแหน่งความเร็วร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง เธอค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดไว้อย่างหวาดกลัว เม้มปากแน่นไม่กล้าส่งเสียงรบกวนสมาธิของเวคิน เพราะกลัวว่าคำพูดของเธอจะยิ่งทำให้เขาเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเพื่อประชดชีวิต สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือการมองใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยแค้นของเขา เธอรู้สึกสับสนไปหมด ในหัวนึกถึงคำบอกเล่าของ แก้วตา พี่สาวของเธอที่เคยพร่ำบอกถึงความร้ายกาจของ "ลูกเลี้ยง" ตระกูลสิริทรัพย์ ตอนนั้นเธอยังสงสัยและไม่เชื่อว่าในโลกนี้จะมีคนที่มีหน้ากากสองด้านได้แนบเนียนขนาดนั้น ยิ่งรู้ว่าคนคนนั้นคือเวคิน คนรักที่แสนดีของเธอ เธอก็ยิ่งตั้งคำถาม... แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นความบ้าคลั่งและอารมณ์ที่รุนแรงของเขาตรงหน้า เกลวรินเริ่มเชื่อขึ้นมาบ้างแล้วว่าสิ่งที่แก้วตาพูดอาจจะเป็นเรื่องจริง เกลวรินเริ่มถามตัวเองด้วยหัวใจที่สั่นคลอนว่า แบบไหนกันแน่คือตัวตนที่แท้จริงของเวคิน? ผู้ชายแสนดีที่มีรอยยิ้มแสนอบอุ่นในลอนดอน ผู้ชายที่ประคองกอดเธอราวกับอัญมณีเลอค่า... หรือว่าจริงๆ แล้วนั่นจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อล่อหลอกให้เธอติดกับดัก ก่อนจะเผยธาตุแท้ที่โหดเหี้ยมออกมาในวันนี้! “คุณมันปีศาจ... คุณเวคิน” เธอพึมพำเบาๆ ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม เวคินไม่ตอบ แต่แววตาของเขาวาววับด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาจะแสดงให้เธอเห็นเองว่า เมื่อคนรักที่เขาไว้ใจที่สุดกลายเป็นคนที่ทรยศเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด เขาจะกลายเป็นปีศาจที่ร้ายกาจยิ่งกว่าที่เธอจะจินตนาการได้เสียอีก!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD