รุนแรง

1158 Words
แม้การจราจรบนถนนสุขุมวิทช่วงเย็นจะค่อนข้างคับคั่ง รถราเบียดเสียดกันราวกับมดแตกรัง ทว่าเวคินกลับขับรถสปอร์ตสีแดงราวกับเขากำลังอยู่ในสนามแข่งพรีเมียร์ลีก เขาเบียดซ้ายปาดขวาไปมาอย่างเร็วและน่าหวาดเสียวจนถูกรถคันอื่นๆ บีบแตรไล่ตามหลังมาตลอดทาง เสียงแตรแผดสนั่นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มลดความเร็วลงแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันยิ่งเหมือนเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำโทสะในใจเขาให้ลุกโชน เกลวรินได้แต่ลอบมองสีหน้าเกรี้ยวกราดของชายหนุ่ม มือเรียวสวยกำสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่นจนขาวซีด เธอไม่กล้าแม้แต่จะท้วงติงหรือเอ่ยปากห้าม เพราะเพียงแค่เธออ้าปากจะพูด หรือทำท่าทางขัดขใจ ก็ดูเหมือนความเร็วของรถจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งไปราวกับเขาต้องการประชดชีวิตและท้าทายมัจจุราช รถสปอร์ตพุ่งทะยานผ่านย่านธุรกิจใจกลางเมือง ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ซอยลึกที่เงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ “ที่นี่ที่ไหนคะ” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อเห็นเวคินจอดรถนิ่งสนิทที่หน้าประตูรั้วอัลลอยด์สีดำมะเมื่อของบ้านหลังใหญ่ทรงโมเดิร์นที่ดูโอ่อ่าแต่เยือกเย็น เธอกลอกสายตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบเชียบต่างจากแสงสีที่โรงแรมเมื่อครู่ลิบลับ เวคินไม่ตอบ เขาชำเลืองมองเธอด้วยหางตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เมื่อเห็นประตูรั้วอัตโนมัติเลื่อนออกจนกว้างพอที่รถพอผ่านเข้าไปได้ เขาก็เหยียบคันเร่งจนจมมิด ส่งให้รถสปอร์ตพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างเร็ว ก่อนจะเหยียบเบรกสุดแรงจนเสียงยางบดถนนดังสนั่น เกลวริน ตัวโยนไปข้างหน้าจนเกือบกระแทกกับคอนโซลหน้ารถ โชคดีที่เข็มขัดนิรภัยรั้งเอาไว้เสียก่อน แต่ถึงหน้าจะไม่กระแทก ลำพังแค่แรงกระชากที่ถูกเข็มขัดนิรภัยรั้งกลับอย่างแรงก็ทำเอาหญิงสาวเจ็บหน้าอกไปหมดจนหน้าเหยเก หญิงสาวหันมองชายหนุ่มอย่างเคืองๆ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโมโหที่ปนมากับความเจ็บกาย แต่เขากลับทำหน้านิ่งเฉย เปิดประตูลงจากรถไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะถามไถ่ "ลงมา!" เสียงทุ้มตวาดกร้าวมาจากนอกรถ เกลวรินกระตุกคิ้วเข้าหากันอย่างไม่พอใจ เธอจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ ทำหน้าตึงใส่กระจกหน้าต่างที่ติดฟิล์มดำมืด แล้วพูดสวนออกไปอย่างถือดี “ไม่ลง! ฉันจะกลับบ้าน ส่งกุญแจรถมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!” เวคินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระแทกปิดประตูฝั่งคนขับใส่จนรถสั่นสะเทือนแล้วก้าวยาวๆ อ้อมไปอีกด้าน เกลวรินใจหายวูบ เธอเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามข้ามไปยังเบาะคนขับเพื่อจะแย่งชิงพวงมาลัยและขับหนีไป แต่มันช้าไปเสียแล้ว เวคินเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารออกอย่างแรง แล้วกระชากแขนหญิงสาวออกมาจากรถโดยไม่สนออมแรง พลั่ก! ศีรษะของเกลวรินกระแทกกับขอบประตูรถอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่ประสาทสัมผัสจนเธอมึนงง ร่างบางหล่นลงไปนั่งพับเพียบกับพื้นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบ เมื่อหายมึนและตั้งสติได้ เธอก็ตวัดสายตามองเวคินอย่างดุดัน น้ำตาแห่งความเจ็บใจคลอเบ้า “เป็นบ้าไปแล้วหรือคะพี่คิน! พี่ทำรุนแรงกับเกลขนาดนี้ได้ยังไง!” “ใช่! ตอนนี้พี่กำลังเป็นบ้า!” เวคินตวาดสวนด้วยน้ำเสียงที่ดุดันยิ่งกว่าพายุฤดูร้อน เขาก้มลงจับต้นแขนของเกลวรินเพื่อดึงให้เธอลุกขึ้นอย่างป่าเถื่อน เมื่อเห็นเกลวรินขืนตัวและสะบัดไหล่ประท้วง เขาก็บีบมือแน่นขึ้นจนปลายนิ้วแทบจะจมลงไปในเนื้อนวล เรือนหน้าสวยหวานของหญิงสาวบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “ไม่ต้องมาทำมารยาบีบน้ำตา! แค่นี้มันไม่ถึงตายหรอกเกล... มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอทำไว้กับพี่ เข้าไปคุยกับพี่ในบ้านเดี๋ยวนี้!” เกลวรินสะบัดหน้าไปมองทางอื่น เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพราะต้องการซ่อนแววตาแห่งความผิดหวังไม่ให้เขาล่วงรู้ เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าอีกด้านของเวคิน ผู้ชายที่เคยคุกเข่าขอความรักจากเธอที่ลอนดอน จะเป็นคนที่โมโหร้ายและป่าเถื่อนได้ขนาดนี้ หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายสะบัดไหล่อย่างแรงจนหลุดจากพันธนาการ แล้วถลันตัวขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา “จะให้ไปคุยที่ไหนก็นำไปสิคะ! เรื่องของเรามันจะได้จบๆ กันไปเสียที ฉันเองก็เบื่อที่จะต้องมาทนเห็นหน้าคนที่คอยแต่จะใช้กำลังแบบคุณเหมือนกัน!” เกลวรินจ้องหน้าเวคินอย่างท้าทาย ท่าทางเชิดหน้าชูคอของเธอยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่ม เวคินกระตุกมุมปากใส่พลางหัวเราะในลำคออย่างเย็นเยียบ ‘เรื่องของเรามันไม่จบง่ายๆ หรอกเกลวริน... ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินเข้ากองไฟเอง พี่ก็จะแผดเผาเธอให้ไหม้เกรียมไปพร้อมๆ กับพี่นี่แหละ!’ เขาบอกตัวเองในใจก่อนจะสะบัดหน้าเดินนำเข้าไปในบ้านที่มืดสลัว เกลวรินยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง เธอเชิดหน้าขึ้นกดเปลือกตาปิดเข้าหากันจนแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไล่น้ำตาที่กำลังจะเอ่อท้นไม่ให้ไหลออกมา เธอจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้ผู้ชายตระกูลสิริทรัพย์เด็ดขาด เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นดุดันและเย็นชาอย่างคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ตอนนี้เธอเชื่อแล้วว่าเวคินคือคนร้ายกาจอย่างที่พี่สาวของเธอบอกจริงๆ หน้ากาก "พี่คินที่แสนดี" มันหลุดลอกออกจนหมดสิ้นเหลือเพียง "เวคินที่ใจดำอำมหิต" คำพูดของ แก้วตา พี่สาวผู้โชคร้ายดังสะท้อนขึ้นมาในหัวสมองของเธออีกครั้ง '...เธอต้องแก้แค้นให้พี่นะเกล เธอต้องเกลียดมัน ต้องทำให้มันเจ็บเหมือนที่พี่เจ็บ ทำให้มันไม่เหลือใครเหมือนที่พี่ไม่เหลือใครเลย ทำให้มันเจ็บปวดทั้งพ่อทั้งลูก!'... ภาพพี่สาวที่นั่งเหม่อลอยและร้องไห้เหมือนคนเสียสติเมื่อสามเดือนก่อนคือภาพที่คอยย้ำเตือนภารกิจของเธอ “ค่ะพี่แก้ว เกลจะเกลียดมัน... เกลจะแก้แค้นให้พี่ให้สาสม!” เกลวรินบอกกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะก้าวเท้าตามเวคินเข้าไปในบ้านหลังนั้น บ้านที่เป็นทั้งจุดเริ่มต้นของความแค้น และอาจจะเป็นสุสานสำหรับหัวใจของเธอเองในอนาคต!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD