วันต่อมา
พระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าสาดแสงสีทองอร่ามไปทั่วท้องฟ้า ทอดเงายาวลงบนพื้นถนนหินเรียบ เรือนร่างอรชรของหมวยยืนอยู่ด้านหน้าประตูไม้แกะสลักลวดลายสวยงาม กระเป๋าเสื้อผ้าถูกวางแนบท่อนขา มือข้างหนึ่งกำหูหิ้วแน่นราวกับมันคือสิ่งเดียวที่เธอต้องการยึดเหนียว
“จะให้หมวยขึ้นรถไปกับคุณเฟยหลงจริง ๆ เหรอคะ” น้ำเสียงเรียบเปล่งวาจาถาม เมื่อนัยน์ตาสีน้ำตาลประกายทองคู่นั้นมองเห็นรถสปอร์ตคันสีดำจอดอยู่ แววตาคู่สวยสะท้อนความคาดไม่ถึง นี่เธอต้องขึ้นรถไปกับเขาจริง ๆ เหรอ
“ขึ้นมาสิ เอากระเป๋าไว้ด้านหน้าตรงนี้” น้ำเสียงนุ่มลึกของเขาเอื้อนเอ่ยวาจาบอกผู้หญิงตัวเล็ก ชายหนุ่มรูปร่างสูงสวมเสื้อยืดสีขาวจับคู่กับกางเกงขายาว ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองเรือนร่างอรชรที่สวมเสื้อยืดพิมพ์ลายการ์ตูนน่ารักคู่กับกางเกงยีนสีน้ำเงิน ให้ลุคดูสบายและมั่นใจ
“เอ่อ...ขอบคุณนะคะ” ริมฝีปากอิ่มเอิบสีชมพูระเรื่อเปล่งถ้อยคำขอบคุณเขา เมื่อมือแกร่งถือกระเป๋าไปวางในช่องใส่ของขนาดเล็กของรถสปอร์ต ท่าทางของเธอดูประหม่าไม่น้อย เธอยืนตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ เมื่อเห็นว่าเฟยหลงก้าวเท้ามาเปิดประตูรถให้
“ขึ้นไปสิ นี่มันแค่ครั้งแรกเองนะ เป็นเลขาส่วนตัวของฉันยังต้องไปไหนมาไหนกับฉันตลอด เธอจะได้นั่งรถคันนี้จนชินเลย”
“ขอบคุณค่ะ” หมวยลินคลี่ยิ้มหวาน จากนั้นก้าวเท้าขึ้นไปนั่งด้านข้างฝั่งคนขับ จากนั้นเฟยหลงปิดประตูเบา ๆ พร้อมกับเดินอ้อมไปอีกฝั่ง ไม่นานรถสปอร์ตคันหรูแล่นออกจากตัวคฤหาสน์หลังโต มุ่งตรงไปตามท้องถนนในช่วงเย็นของวัน
“เป็นบุญตูดของหมวยที่ได้นั่งรถหรูขนาดนี้เลยนะคะ คุณเฟยหลงมีชีวิตที่ดีมากเลย”
“พูดอะไรของเธอ เดี๋ยวก็ได้นั่งบ่อย ๆ ต่อจากนี้ไปไหนมาไหนกับฉันตลอด”
“คุณเฟยหลงเชื่อใจให้หมวยทำงานเป็นเลขาจริง ๆ เหรอคะ ให้หมวยทำงานเป็นแม่บ้านก็ได้”
“เป็นเลขส่วนตัวของฉันดีแล้ว”
“แต่หมวยไม่มั่นใจเลยค่ะ ว่าจะทำงานให้คุณเฟยหลงได้ดีขนาดไหน” มือเล็กกุมเข้าหากันแน่น บรรยากาศภายในห้องโดยสารเย็นสบาย ทว่าภายในใจของเธอกลับรู้สึกไม่มั่นใจกลัวว่าตำแหน่งที่ได้มาจะไม่เหมาะสมกับตัวเอง
“มั่นใจเข้าไว้หมวยลิน เธอทำได้แน่นอน”
คำพูดที่เปล่งออกมาจากกลีบปากหนา ส่งผลให้เธอคลี่ยิ้มกว้างความรู้สึกดีแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย วินาทีถัดมาเธอเบือนหน้าหันไปมองริมข้างทาง ขณะที่รถสปอร์ตคันนี้แล่นไปตามท้องถนน ขับผ่านตึกสูงไม่ก็อาคารพาณิชย์ไม่ถึงห้าชั้น ริมสองข้างทางยังคงมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา บ้างก็ยืนต่อแถวรอขึ้นรถ ชีวิตแสนจะปกติของคนทำงาน
นึกถึงภาพตอนที่ตัวเองช่วยอาม่าขายของ ทุกเช้าฉันก็ต้องตื่นขึ้นมาช่วยอาม่าเตรียมของไปขาย ในเมื่อคนเรายังมีชีวิตก็ต้องใช้ทุกวันให้เต็มที่เหมือนกันนั่นแหละ มั่นใจสิหมวยลิน เธอทำได้แน่นอน
รถสปอร์ตคันสีดำตบไฟเลี้ยวเข้ามาด้านในลานจอดรถที่อยู่ชั้นใต้ดิน เมื่อดวงตากลมโตเห็นอย่างนั้นจึงไม่รอช้าที่จะหันหน้าไปถามเขาทันที ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อเปล่งวาจาถาม
“คุณเฟยหลงจะพาหมวยไปไหนคะ นี่มันไม่ใช่คอนโดของคุณหรือเปล่า”
“เอาเธอไปขายมั้ง” เฟยหลงยักไหล่ตอบ ทว่าดวงตาคู่นั้นกำลังตั้งใจถอยรถเข้าที่จอด
“โกหกก็เห็นอยู่ว่าพามาห้าง คุณเฟยหลงพาหมวยมาทำไมเหรอคะ” น้ำเสียงสดใสเปล่งวาจาถาม แววตาสะท้อนความสงสัยอยู่เต็มไปหมด
“ก็เห็นอยู่แล้วเธอจะถามฉันทำไม”
“เอ้าก็คนมันอยากรู้ว่าพามาทำไมเหรอคะ” คนตัวเล็กทวนประโยคคำถามนั้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันรถสปอร์ตคันนี้จอดนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายของเฟยหลงเบนทิศความสนใจมามองทางเธอ
“พามาซื้อชุดใหม่ จะเป็นเลขาส่วนตัวฉันทั้งที ยังไม่มีชุดใส่เลยไม่ใช่เหรอ” คำพูดเหล่านั้นทำเอาคนตัวเล็กอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องชายหนุ่มร่างสูงอย่างไม่กะพริบ ริมฝีปากเม้มเบา ๆ ลำคอของหมวยลินกลืนน้ำลายบ่อยครั้ง เลือดในกายสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น
“แต่หมวยไม่มีเงินเลยสักบาท” เธอว่าต่อ
“อยู่กับฉันไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกนะ เธอไม่ต้องจ่ายเองสักบาทเดี๋ยวฉันซื้อให้”
“ไม่เอาค่ะ มันเกรงใจ ไม่กล้าให้คุณเฟยหลงมาซื้อชุดให้หมวยหรอกค่ะ” เธอเอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แววตาคู่สวยมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่อาจเคลื่อนหนีไปไหน
“แล้วเธอมีเงินซื้อเหรอ?” ประโยคนั้นทำเอาคนตัวเล็กอ้าปากค้าง เหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่กลับพูดไม่ออก
“ไม่มีค่ะ”
“เพราะงั้นอยากได้อะไรก็หยิบ ฉันจะจ่ายให้เอง”
“ก็ได้ค่ะ หมวยจะหยิบของที่ไม่แพงนะคะ”
“ไปดูก่อน อยากได้อันไหนค่อยซื้อ” หมวยลินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะใช้มือเปิดประตูก้าวลงจากรถ วินาทีต่อมาสตรีรูปร่างเล็กสาวเท้าตามแผ่นหลังกว้างของผู้ชายเบื้องหน้า เขามีรูปร่างสูงสง่างาม ส่วนสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตร ลำคอแกร่งรับกับไหล่กว้าง แผ่นอกผายน่าซุกซบ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยักสวย
ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเขาสุขุมแต่เต็มไปด้วยรังสีที่แผ่อำนาจทรงพลัง โดยรวมแล้ว เขามีเสน่ห์ที่ลงตัวดึงดูดสายตาทุกคู่ที่เดินผ่านไปผ่านมา
“คุณเฟยหลงอย่าเดินเร็วสิ หมวยเดินตามไม่ทันค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ คนตัวเล็กรีบจ้ำอ้าวไปใกล้ชิดแผ่นหลังกว้าง
“ขาสั้นก็งี้แหละ”
“คุณเฟยหลงว่าหมวยเหรอ” เธอเปล่งวาจาถามด้วยน้ำเสียงคล้ายโมโหหน่อย ๆ คนตัวเล็กเดินกึ่งวิ่งเพื่อที่จะให้ทันเขา แต่แล้วหน้าผากมนก็ชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง หมวยลินยกฝ่ามือบอบบางลูบหน้าผากตัวเองแผ่วเบา
“โอ๊ย!! มันเจ็บนะคะ หยุดเดินทำไม”
“เดินช้าแล้วยังจะมาบ่นอีก”
“ใครจะไปขายาวเหมือนเปรตแบบคุณเฟยหลง จะหยุดเดินก็บอกกันก่อนสิ มันเจ็บเนี่ยเห็นไหม”
เธอว่าพลางนวดคลึงหน้าผาก แก้มแดงระเรื่อน่าหยิกเล่น ไม่ทันเอ่ยปากขออนุญาตก่อน มือแกร่งเอื้อมมาบีบพวงแก้มของเธอทั้งสองข้าง สายตาคมกริบคู่นั้นมองผู้หญิงตัวเล็กอ่อนโยน ท่าทางของหมวยลินน่าเอ็นดูเสียจนเขาอมยิ้มตาม
“ยิ้มทำไมเหรอคะ คุณเฟยหลงหลงสาวใช้คนนี้แล้วเหรอ”
“เปล่า ฉันก็แค่มองคนเตี้ยที่เอาแต่บ่น”
“ฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้าไม่ใช่เจ้านายหมวยไม่ยอมหรอกนะคะ แบบนี้ต้องเอาคืนบ้าง”
“เธอจะทำอะไรฉันได้”
“หมวยก็จะเอาคืนแบบนี้ไง” คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยพลางเอื้อมมือทั้งสองข้างมาจับแก้มเนียนของเฟยหลงอย่างถือวิสาสะ ยามนี้ทั้งคู่ยืนอยู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้ามสรรพสินค้า ก่อนที่มือเล็กจะออกแรงบีบแก้มของเจ้านาย ใบหน้าหวานละมุนระบายยิ้มหวานด้วยความชอบใจ แต่ในวินาทีต่อมาก็ถูกมือหนาของเฟยหลงเลื่อนขึ้นมากุมหลังมือของเธอเอาไว้เสียก่อน
“เล่นทีเผลอเหรอ?”
“เปล่านะคะ หมวยก็บอกอยู่ว่าจะเอาคืนบ้าง คุณเฟยหลงต่างหากที่ยอมให้หมวยบีบแก้มคืน”
“เถียงเก่งจริง ๆ ตัวเล็กนิดเดียวเอง” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฟยหลงเปล่งวาจาบอกกับเธอ ทว่าฝ่ามือแกร่งยังคงจับมือเธอไว้แบบประสาน ร่างกายของทั้งคู่หันหน้าเข้าหากันไม่ได้สนใจสายตาของใครที่เดินผ่านไปผ่านมา
“วันนี้จะได้ซื้อชุดไหมคะ หมวยต้องมายืนเถียงกับคุณเฟยหลงเนี่ย คนเดินผ่านไปผ่านมาก็เยอะ”
“โอเค งั้นไปซื้อของกัน” ไม่ว่าเปล่าเขาเดินจับมือเธอเข้าไปด้านในเพื่อที่จะตรงไปยังลิฟต์ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้มาเดินห้างกับผู้ชายอีกคน ร่างเล็กเคลื่อนไหวไปตามแผ่นหลังของเฟยหลง ไม่รู้ว่าเขาจะพาเธอไปชั้นไหน แต่วินาทีนี้นัยน์ตากลมโตคู่สวยเอาแต่จ้องมองฝ่ามือของทั้งสองที่ยังคงสอดประสาน
ถ้าเธอเผลอใจไปรู้สึกกับเขาก็ไม่เห็นจะแปลก การกระทำของเฟยหลงดูอ่อนโยน คำพูดของเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนที่รู้สึกกันวันแรก กลับกันหมวยลินเอาแต่เถียงเขามากกว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกินเลยไปถึงไหนต่อไหน แต่ความรู้สึกดี ๆ มันเพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งที่เราสองคนเพิ่งเคยเจอกันไม่กี่วันด้วยซ้ำ แต่เธอเลือกที่จะมาอยู่กับเขา แยกออกมาจากครอบครัวของเฟยหลง
ฉันจะห้ามใจตัวเองได้ถึงเมื่อไหร่ ในเมื่อสัมผัสทางกายมันทำให้รู้สึกหวั่นไหวมากถึงขนาดนี้ คนอย่างเขาจะหันมาจริงจังกับผู้หญิงแบบฉันจริง ๆ เหรอ ทั้งฐานะ ทั้งครอบครัวของเขากับฉันมันต่างกันมาก ขนาดแม่แท้ ๆ ของคุณเฟยหลงยังไม่อยากยอมรับในตัวฉันเลย ฉันต้องทำได้อย่างที่ฉันพูดสิ แค่ลืม ๆ มันไป...
ระหว่างที่อยู่ในลิฟต์ความคิดมากมายก็ถาโถมเข้ามาในหัว หมวยลินจะไม่คิดเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียว เพราะกลัวว่าถ้าคิดไปแล้วอีกคนจะไม่ได้คิดแบบเดียวกัน อย่างเธอได้แอบชอบข้างเดียวก็บุญแล้ว ไม่หวังให้ได้ครอบครองเขาหรอก เพราะเธอไม่เหมาะสม หมวยลินเชื่ออย่างนั้น...
เจียมตัวอยู่ในที่ของตัวเองก็ดีอยู่แล้ว
"""