“พี่จำไม่ได้ว่าวันนี้ ชาขอบคุณพี่หรือยังที่ช่วยซ่อมเครื่องจักร”
สิงห์จงใจเน้นเสียงตรงคำว่าขอบคุณ ทำเอาใบชาที่กำลังถือไดร์เป่าผมค้างไว้ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ ชายหนุ่มขยับก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงไม่ถึงคืบ ไออุ่นจากร่างกายแกร่งแผ่ซ่านจนใบชาแทบสำลักความตื่นเต้น
“ชะ...ชาก็บอกไปแล้วไงคะตอนอยู่ที่โรงคั่ว พี่สิงห์หูตึงหรือเปล่า”
เธอเถียงข้างๆ คูๆ ทั้งที่ยังไม่ได้บอก ใบชาพยายามจะแทรกตัวหนีออกไปทางด้านข้าง แต่แขนแกร่งกลับเท้าลงกับโต๊ะเครื่องแป้ง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนทันทีอย่างรู้ทัน
“ขอบคุณปากเปล่าเหรอ? ค่าจ้างของพี่มันแพงนะเด็กดี”
สิงห์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกับพวงแก้มแดงปลั่งของคนตัวเล็ก เขาปรายตาสังเกตชุดนอนสายเดี่ยวที่ร่นลงมา จนเผยให้เห็นเนินเนื้อขาวเนียนอวบอิ่มซึ่งโผล่พ้นขอบลูกไม้ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ ความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคลุมตัวบางนั้นทำให้สิงห์ถึงกับกลืนน้ำลาย
‘ตัวเล็กแค่นี้ ทำไมแม่ให้มาเยอะจัง’
ความคิดด้านมืดผุดขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่ได้ ยิ่งภาพความทรงจำวาบหวามจากสัมผัสเมื่อวานย้อนกลับมาย้ำเตือนถึงความนุ่มหยุ่นที่เคยได้ครอบครอง สิงห์ก็ยิ่งรู้สึกโหยหาจนแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่
ชายหนุ่มละสายตาจากความเย้ายวนตรงหน้าอย่างเสียดาย ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสบกับดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกราวกับลูกกวางหลงทาง
“พี่สิงห์ อย่าแกล้งชาแบบนี้นะ ไม่งั้นชาจะร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”
เธอขู่เสียงสั่นพร่า แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าที่นี่คือเรือนแยกส่วนตัวที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้ามาตอนดึก
“งั้นชาก็เก็บไว้ ‘ร้อง’ บนตัวพี่แล้วกัน”
ริมฝีปากหนาประกบลงบนกลีบปากเล็กที่กำลังจะอ้าปากประท้วงเขาทันที สิงห์ดูดกลืนคำต่อว่าเหล่านั้นจนหายวับไปในลำคอด้วยรสจูบที่ทั้งร้อนแรงและนุ่มนวลในคราวเดียวกัน
ลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นมินต์จางๆ ของเขาหอบกระชั้น ปลุกเร้าอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ให้ปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“อื้อ”
คนตัวเล็กครางอู้อี้ในลำคอ มือเล็กที่เคยกำไดร์เป่าผมไว้แน่นจนสั่น ตอนนี้กลับอ่อนแรงจนมันร่วงลงไปกองกับพื้นพรมอย่างหมดความหมาย
ใบชาพยายามจะผลักไสแผงอกแกร่งที่เปียกชื้นนั่นออกไป ทว่าร่างกายกลับทรยศ ความเย็นเยียบจากหยดน้ำบนตัวเขาที่ซึมผ่านเนื้อผ้าชุดนอนบางเบาเข้ามา กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว
สัมผัสจาบจ้วงแต่แฝงไปด้วยความโหยหาของพี่สิงห์ ทำให้เรียวขาเล็กสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ เธอเผลอขยุ้มแขนแกร่งของชายหนุ่มไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว แทนที่จะผลักเขาออกไปตามที่ใจนึกสั่ง
“อื้มมม”
สิงห์คำรามต่ำในลำคอ เมื่อสัมผัสได้ถึงความโอนอ่อนของคนตัวเล็ก เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาหนักหน่วงกว่าเดิม ก่อนจะใช้เรียวลิ้นร้อนแทรกผ่านกลีบปากนุ่มที่เผยอออกอย่างมีชั้นเชิง
“ชา หวานจัง”
สิงห์ควานหาความหวานล้ำที่เขารู้ดีว่ามันหอมหวานกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยผ่านมือมา ปลายลิ้นแกร่งเกี่ยวกระหวัดรัดกับลิ้นเล็กที่พยายามจะหลบเลี่ยงในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ถูกเขาล่อลวงจนต้องตอบสนองกลับมาอย่างเงอะงะ ทว่าปลุกเร้าอารมณ์ในกายสิงห์ให้ลุกพรึบราวกับกองไฟที่ถูกราดด้วยน้ำมัน
คนตัวเล็กสมองขาวโพลนไปหมดเมื่อถูกพี่สิงห์โลมเลียด้วยรสจูบที่ทั้งจาบจ้วงและลึกซึ้งเกินกว่าจะต้านทานไหว มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าไปที่ท้ายทอยของเธอเพื่อบังคับทิศทางให้รับจูบจากเขาอย่างเอาแต่ใจ อีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางอย่างเบามือ
เขาขบเม้มริมฝีปากล่างคนตัวเล็กเบาๆ อย่างหยอกเย้าเป็นการทิ้งทวน ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าคมเข้มลงที่ซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นแป้งเด็ก ลมหายใจร้อนๆ ของเขาที่เป่ารดผิวบางทำเอาใบชาบิดกายเร่าด้วยความกระสันซ่านจนเผลอจิกเล็บลงบนแขนแกร่ง
“พี่สิงห์ พอแล้วค่ะ อื้อ”
ใบชาประท้วงเสียงพร่า แผ่นหลังบางถูกดันจนชิดติดขอบโต๊ะเครื่องแป้ง จนเธอต้องเคลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นมารั้งบ่าแกร่งของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือที่สั่นระริก แววตาของสิงห์ที่เคยดุดันด้วยไฟราคะเริ่มอ่อนลง เมื่อเห็นท่าทางประหม่าของคนตรงหน้า
จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้คิดจะล่วงเกินเธอไปมากกว่านี้ หากเธอยังไม่พร้อม เพราะคนอย่างเขาสุภาพบุรุษพอที่จะไม่บังคับฝืนใจใคร
“ให้พี่พอจริงๆ ใช่ไหม”
สิงห์ถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแหบพร่า มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาลูบแก้มเนียนที่ร้อนผ่าวอย่างแผ่วเบา เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนรอยจูบของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูผสมความโหยหา
“ค่ะ” ใบชาพยักหน้าเบาๆ อย่างประหม่า
“ถ้าชาบอกให้พี่หยุด พี่ก็จะหยุด”
คำพูดที่ดูให้เกียรติอย่างผิดคาดทำเอาใบชานิ่งอึ้งไปชั่วครู่ หัวใจที่เคยเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่นกลับเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอบอุ่นวาบในอกอย่างประหลาด
ในขณะเดียวกันเธอกลับโหยหาสัมผัสจาบจ้วงนี้อย่างน่าละอาย ร่างกายของเธอสั่นสะท้านทุกครั้งที่ลิ้นร้อนๆ ของเขาเกี่ยวกระหวัดควานลึกอยู่ในโพรงปาก จนรสชาติหวานปนร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วโสตประสาทน้อยๆ ของเธอ
สิงห์ยอมถอยห่างออกไปก้าวหนึ่งเพื่อให้คนตัวเล็กมีช่องว่างหายใจ เขาก้มลงไปคว้าไดร์เป่าผมขึ้นมาถือไว้ในมือ ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ที่ดูขี้เล่นแบบเดิมให้ใบชา
“ไปนอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะรีบออกไปแต่เช้า จะได้ไม่รบกวนคุณหนูคนสวยไปมากกว่านี้”
สิงห์ขยี้ผมคนตัวเล็กเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวทิ้งท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบเหมือนตอนที่เขาเดินเข้ามา
ทว่าใบชาที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความเงียบที่จู่ๆ ก็ดูจะกดดันขึ้นมา หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง เมื่อนึกถึงความจริงที่พรุ่งนี้เขาจะจากไร่แห่งนี้ไปแล้วจริงๆ ความรู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาดจู่โจมเข้ากลางอกจนเจ็บจี๊ดลึกไปถึงขั้วหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ทำไมรู้สึกแบบนี้ใบชา แกควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ”
เธอพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น พยายามใช้เหตุผลเข้าข่มความอ้างว้างที่เริ่มก่อตัว คำพูดที่เขาบอกว่าจะรีบไปตั้งแต่เช้าเพื่อจะได้ไม่รบกวนเธอ มันควรจะเป็นเรื่องดีที่ทำให้เธอโล่งใจจนนอนหลับฝันดี
ทว่าความจริงกลับตรงกันข้าม กลิ่นอายของเขาที่ยังอบอวลอยู่ในห้อง และความอบอุ่นที่หลงเหลืออยู่บนริมฝีปากเธอ กลับยิ่งตอกย้ำความรู้สึกใจหายจนคำว่า 'ดีใจ' ถูกความโหยหาเข้าครอบงำ