"ปี๊ดๆ!"
เสียงแตรรถยนต์จากฝั่งตรงข้ามดังขึ้นดึงความสนใจของคนทั้งคู่ ข้าวหอมที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับเลื่อนกระจกลงพลางตะโกนบอกเพื่อนรักด้วยสีหน้ายิ้มแย้มประปนหยอกล้อ
“ใบชา! พวกฉันกลับแล้วนะ ฝากเพื่อนเราด้วยนะคะพี่ชายสุดหล่อ”
ใบชายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวอย่างมีแผนการ เธออาศัยจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีที่สิงห์หันไปพยักหน้ารับคำเพื่อนของเธอ รีบสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งแล้วใส่เกียร์หมา วิ่งพรวดเดียวข้ามถนนไปหาเพื่อนทั้งสองอย่างรวดเร็วชนิดที่สิงห์ยังคว้าตัวไว้ไม่ทัน
“อ้าว เอ้ย ชา!”
"ปัง!"
เธอกระโดดขึ้นรถไปอย่างว่องไวราวกับซ้อมมาดี ก่อนจะรีบกดกระจกลงเพื่อชะโงกหน้าออกมาส่งยิ้มกวนๆ ให้ชายหนุ่มที่กำลังยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตกอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้าม
“ขอบคุณมากนะคะพี่สิงห์สำหรับคืนนี้ ชากลับก่อนนะ บ๊ายบายค่า” รถของแป้งเคลื่อนตัวออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงกลุ่มควันจางๆ และเสียงหัวเราะคิกคักของสามสาวที่ดังแว่วมาตามลม
สิงห์ยืนมองตามท้ายรถเก๋งคันนั้นไปจนลับสายตา เขาไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะโดนเด็กแสบต้มจนสุกแล้วชิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา
“ไอ้สิงห์เอ๊ย หนุ่มฮอตที่สาวๆ ต่างวิ่งเข้าหา กลับโดนเด็กทิ้งไว้ข้างทางซะงั้น หน้าขายหน้าจริงๆ” เขาพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทว่ามุมปากหยักกลับค่อยๆ ยกยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“อย่าให้เจออีกนะ จะจับตีก้นให้เข็ดเลย ยัยตัวแสบ!”
อีกฝั่งภายในรถเก๋งคันเล็กที่เคลื่อนตัวออกจากหน้าร้านไม่ถึงกิโล ความสงสัยระดับสิบของเพื่อนซี้อย่างแป้งและข้าวหอมก็ระเบิดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ยัยชา เล่ามาให้หมด!”
ข้าวหอมที่นั่งข้างคนขับหันขวับมาทางเบาะหลังทันที ขณะแป้งที่กำลังบังคับพวงมาลัยก็คอยเหล่ตามองผ่านกระจกหลังอย่างคาดคั้น
“อะไร เล่าอะไรของพวกแก”
ใบชานั่งกอดอกทำไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่หัวใจยังเต้นโครมครามจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย
“ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อ! พี่สิงห์นั่นเป็นใคร มาจากไหน แล้วไปเกี่ยวอะไรกับแกถึงขนาดโอบเอวประคองกันออกมาแบบนั้น แถมสายตาที่เขามองแก มันไม่ใช่แค่คนรู้จักธรรมดาแน่นอน” แป้งรัวคำถามใส่ไม่ยั้ง
“นั่นดิชา อยู่ๆ ก็มีพระเอกขี่ม้าขาวออกมาเปิดตัวถล่มหน้ายัยไข่มุกได้สะใจขนาดนี้ แกแอบไปซุกเขาไว้ตอนไหน ทำไมพวกฉันไม่รู้!” ข้าวหอมเอ่ยต่อเป็นฉากๆ ก่อนจะหยุดรอฟังคำตอบจากใบชาที่นั่งหน้าแดงอยู่เบาะหลัง
ใบชาเม้มปากแน่น ใบหน้าหวานเริ่มกลับมาแดงซ่านอีกครั้งเมื่อภาพเหตุการณ์เร่าร้อนบนเคาน์เตอร์หินอ่อนและรสจูบที่เกือบจะปล้นวิญญาณของสิงห์แล่นกลับเข้ามาในสมอง
“ก็แค่...คนที่เจอหน้าห้องน้ำน่ะ” ใบชาพึมพำเสียงเบา
“เจอหน้าห้องน้ำ? แล้วได้กันเลยเหรอ!” แป้งโพล่งออกมาจนรถเกือบจะเซลงข้างทาง
“ยัยแป้ง! เบาได้เบา!” ใบชารีบปรามก่อนที่เพื่อนจะคิดไปไกล “ก็ยังไม่ได้ขนาดนั้น แค่...เกือบๆ”
“เกือบของแกคือแค่ไหนยัยชา เล่ามาเดี๋ยวนี้ อย่าให้พวกฉันต้องง้างปากนะ!” ข้าวหอมแทบจะมุดไปเบาะหลังเพื่อเค้นความจริง
ใบชาถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่าถ้าไม่เล่าอะไรเลย คืนนี้เธอคงถูกเพื่อนสองคนนี้สวดยับแน่
“ก็ตอนนั้นฉันเมา โมโหเรื่องที่น้าอรขู่ สติเลยหลุดไปหน่อย ก็เลย…”
“ก็เลยอะไรยัยชา ฉันลุ้นจนขาจะเหยียบคันเร่งไม่ไปแล้วเนี่ย” แป้งที่ทำหน้าที่คนขับอยู่ถึงกับลุ้นจนตัวโก้ง
“ก็เลย...เดินเข้าไปถามเขาตรงๆ ว่าอยากจะมีอะไรกับฉันไหม” ใบชาหลับตาปี้พร้อมคำสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก
“ฮะ! / กรี๊ดดด!”
เสียงเบรกดังสนั่นพร้อมกับเสียงกริ๊ดของสองสาวที่ดังลั่นรถ แป้งรีบหักรถเข้าข้างทางทันทีเพราะกลัวจะทำรถคว่ำด้วยความตกใจ ข้าวหอมแทบจะกระโดดข้ามเบาะมาประชิดตัวใบชาที่นั่งหน้าแดงแจ๋อยู่ข้างหลัง
“ยัยชา! แกชวนผู้ชายแปลกหน้ามา One Night Stand! เนี่ยนะ” ข้าวหอมร้องลั่นรถพลางเอามือขึ้นมาปิดปาก “แรงมาก ยัยเจ้าหญิงไร่ชา”
“แล้วเขาว่าไง” แป้งถามกลับเสียงสูงปรี๊ด
“เขาก็ไม่ว่าไง…เขาก็แค่พาเข้าไปในห้องน้ำ VIP” ใบชาพึมพำพลางเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างรถพยายามซ่อนแก้มที่แดงจัด
“ในห้องน้ำ! นี่อย่าบอกนะว่าพวกแกทำกันในห้องน้ำ” ข้าวหอมยังอึ้งกับเพื่อนตัวเล็กของเธอที่ใจกล้าบ้าบิ่นเมื่อเหล้าเข้าปาก
“ยัง! ก็บอกว่าเกือบๆ ไงล่ะ” ใบชารีบปฏิเสธพัลวัน “แค่จูบ แล้วเขาก็แค่...ใช้มือ”
ประโยคหลังเบาแสนเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ในรถที่เงียบสนิทแบบนี้มีหรือที่เพื่อนตัวดีจะพลาด ข้าวหอมกับแป้งหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างพอๆ กับปากที่อ้าค้าง
“ใช้มือ! คุณพระช่วย ใบชาผู้ใสซื่อที่พวกฉันรู้จักตายไปแล้วจ้า! แล้วเป็นไง พี่สิงห์เขา ‘งานดี’ เหมือนหน้าตาไหมแก” ข้าวหอมตบเข่าดังเฟี๊ยะ หน้าตาสั่นระริกด้วยความอย่างรู้
“ยัยข้าวหอม! ถามอะไรของแกเนี่ย” ใบชาหยิบหมอนอิงเบาะหลังมาปิดหน้าไว้ซ่อนความเขินอายที่พุ่งทะลุปรอท “ก็ดี...มั้ง พวกแกเลิกถามได้แล้ว ฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วเนี่ย”
“เก็บไว้ที่เดิมแหละยะ! ได้จูบกับคนหล่อลากไส้ขนาดนั้น เป็นฉันจะแถมเบอร์โทรให้อีกด้วย คุ้มยิ่งกว่าคุ้มซะอีกยัยชา” แป้งหัวเราะร่าพลางเหยียบคันเร่งพารถทะยานไปตามถนนที่เงียบสงบ
“แต่แกแน่ใจนะชาว่าจะจบแค่นี้ สายตาที่เขามองตามแกตอนวิ่งขึ้นรถมาเนี่ย มันไม่ใช่สายตาของคนที่จะยอมปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ หรอกนะชา” น้ำเสียงของข้าวหอมเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย
ทว่าคำพูดของเพื่อนสนิททำให้ใบชาเผลอเอามือลูบเอวตัวเองเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาของสิงห์ยังคงติดตรึงอยู่ไม่จางหาย
“คงไม่ได้เจอกันแล้วล่ะ เชียงรายกว้างจะตาย พรุ่งนี้เขาก็คงลืมฉันไปแล้วล่ะ”
ใบชาพยายามปลอบใจตัวเอง ทั้งที่ในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกโหวงๆ ในใจแปลกๆ เมื่อคิดว่าจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว
“เหรอจ๊ะ ขอให้กว้างอย่างที่แกคิดแล้วกันนะเพื่อนรัก แต่ถ้าเขารู้ว่าแกเป็นเจ้าของไร่สิงขรแล้วตามไปหาเมื่อไหร่ เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยนะยัยชา งานนี้ ‘สิงห์’ น่าจะขย้ำ ‘ชา’ จนไม่เหลือแม้แต่ใบแน่ๆ”