EP.9 ทวงสัญญา

1412 Words
-บริเวณลานจอดรถ หน้าโรงคั่วชาไร่สิงขร- “ไหนล่ะนายช่างที่ว่า ลุงมั่น! นี่มันจะบ่ายสองแล้วนะ ถ้าเครื่องไม่เดิน น้าอรเอาชาตายแน่” ใบชายืนชะเง้อคอมองไปทางซุ้มประตูไร่ด้วยความร้อนรน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมจนใบหน้าหวานดูซับสีเลือด ส้มป่อยเองก็ยืนถือขันน้ำรอด้วยท่าทางกระวนกระวายไม่แพ้กัน แกร่บๆ… เสียงเครื่องยนต์ไม่ได้ดังมาตามลม แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ กับเสียงโลหะเสียดสีที่ค่อยๆ ใกล้เข้ามา จนกระทั่งร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในแจ็คเก็ตหนังสีดำปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับเข็นบิ๊กไบค์ทรงคลาสสิกเข้ามาในเขตโรงงานเก็บผลผลิต ฝุ่นดินแดงเกาะตามกางเกงยีนส์และรองเท้าบูทหนังดูสมบุกสมบัน แต่กลับไม่ได้ลดทอนความ "ออร่า" ของเขาลงได้เลย “นั่นไง! นายช่างมาแล้วคุณหนู! ขี่รถคลาสสิกมาซะด้วย ท่าทางจะเก่งจริงอย่างที่เขาว่า!” ลุงมั่นตะโกนขึ้นอย่างดีใจพลางกวักมือเรียก “ทางนี้ครับนายช่าง! ทางนี้!” คำว่าขี่ของลุงมั่น ควรจะเปลี่ยนเป็นเข็นเสียมากกว่า ใบชาใจชื้นขึ้นมาเปลาะหนึ่ง หญิงสาวรีบปั้นหน้าเป็นเจ้าของไร่ที่ใจดี เตรียมจะเข้าไปต้อนรับช่างเทวดามาโปรดเต็มที่ “สวัส...” คำทักทายกลืนลงคอไปทันที เมื่อร่างสูงนั้นหยุดรถลงแล้วถอดหมวกกันน็อกออก เส้นผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยถูกเสยขึ้นด้วยมือหนา ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบดุจตาเสือจะตวัดมามองทางเธอ “กึก!” ใบชาเหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจที่เคยเต้นรำคาญใจเพราะความร้อน กลับเต้นกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเสียงเครื่องจักรพังเสียอีก “พะ...พี่สิงห์!” “หือ? รู้จักกันด้วยเหรอครับคุณหนู” ลุงมั่นหันมาถามอย่างสงสัย แต่ไม่มีคำตอบจากใบชาที่ตอนนี้หน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหู สิงห์ยกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาไม่ได้ดูงุนงงเหมือนคนรถเสียเลยสักนิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ที่เขาตามล่าเหยื่อจนเจอโดยบังเอิญ ชายหนุ่มปาดเหงื่อบนใบหน้าลวกๆ นึกขอบคุณเจ้าสัวในใจนับร้อยครั้ง ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนตัวสั่นพั่บๆ อยู่หน้าโรงงาน “ไง...สาวน้อยตัวแสบ” น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นในระยะประชิดทำเอาใบชาขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอเผลอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติขณะที่สิงห์ใช้สายตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเขาดูเจ้าเล่ห์และพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะปรายตามองไปรอบๆ โรงคั่วชาที่กำลังวุ่นวาย “ขอโทษที่มาช้านะครับ พอดี ‘เจ้าสัว’ มันงอแงนิดหน่อย เลยต้องเข็นมาไกลพอสมควร” สิงห์พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกวนประสาท เขาได้ยินเสียงลุงมั่นเรียกเขาว่า ‘นายช่าง’ มาแต่ไกล และแน่นอนว่าคนอย่างสิงห์ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป ชายหนุ่มถือโอกาสสวมรอยตามคำอ้างนั้นทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของเจ้าของไร่ตัวจริง “พะ...พี่มาที่นี่ได้ยังไง!” ใบชาละล่ำละลักถามเสียงสั่น ใบหน้าหวานแดงก่ำทั้งจากไอแดดและอาการทำตัวไม่ถูก “ลุงคนนั้นบอกว่าที่ไร่สิงขรกำลังรอช่างอยู่ไม่ใช่เหรอ?” สิงห์เลิกคิ้วสูงพลางพยักพเยิดไปทางลุงมั่นที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ “อย่างบอกนะว่าพี่เป็น ‘นายช่าง’ ที่ลุงมั่นพูดถึง” “ก็อาจจะใช่” สิงห์ตอบรับอย่างเลี่ยงๆ ทว่ารู้อยู่แก่ใจพลางยกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ก่อนจะขยับเข้าใกล้จนใบชาต้องถอยร่นไป “ลุงมั่นไปเอาความมั่นใจมาจากไหนคะว่าพี่เขาซ่อมได้!” ใบชาหันไปโวยวายกับลุงมั่นเป็นพัลวัน หวังจะหาทางไล่คนตัวโตออกไปจากไร่ให้เร็วที่สุด “อ้าวคุณหนู ก็ไร่ข้างๆ เขาการันตีมาเลยนะครับว่านายช่างคนนี้ฝีมือเทพขิงๆ ซ่อมเครื่องยากๆ มานักต่อนักแล้ว แถมเขายังอุตส่าห์เข็นรถมาช่วยเราตั้งไกล เราไม่มีทางเลือกแล้วนะครับคุณหนู!” ลุงมั่นร่ายยาวด้วยความศรัทธาเต็มเปี่ยม สิงห์มองท่าทีตื่นตระหนกของยัยตัวแสบแล้วก็นึกสนุก เขาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูเล็กที่ตอนนี้ขึ้นสีจัดจนน่าเอ็นดู “ทำไม กลัวพี่จะซ่อมเครื่องไม่จบ หรือกลัวพี่จะ ‘ทวงสัญญา’ ต่อจากเมื่อคืนกันแน่ครับ น้องใบชา” คำพูดสองแง่สองง่ามทำเอาใบชาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี หญิงสาวมองซ้ายมองขวาเห็นคนงานยืนลุ้นกันตัวโก่ง แถมเข็มนาฬิกาก็ใกล้จะบ่ายสองเข้าไปทุกที ความกดดันจากอิงอรมันบีบหัวใจจนเธอไม่มีทางเลือก “ก็ได้! ถ้าพี่เก่งจริงอย่างที่ลุงมั่นว่า ก็ช่วยซ่อมให้เครื่องมันเดินก่อนบ่ายสองนี้ให้ได้แล้วกัน! ตามมาค่ะ” ใบชาแหวใส่แก้เขิน "อ้อ แล้ว 'ของสะสม' ของพี่น่ะ ล็อคคอไว้ให้ดีๆ ล่ะ เดี๋ยวใครมาเข็นไปขายเป็นเศษเหล็กจะหาว่าชาไม่เตือน" "หึ! เศษเหล็กงั้นเหรอ ถ้าเธอรู้ราคาประมูลเจ้าสัวคันนี้ เธออาจจะอยากถอนคำพูดก็ได้สาวน้อย" สิงห์บ่นพึมพำพลางถอดแจ็คเก็ตหนังพาดไว้ที่เบาะรถ เผยให้เห็นกล้ามแขนเป็นมัดๆ จากการออกกำลังกายอย่างหนัก เขามองไปรอบๆ 'ไร่สิงขร' ด้วยความรู้สึกประหลาด ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่า การหลงทางครั้งนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวดีๆ -โรงคั่วชา- "นี่ยัยชา! หายหัวไปไหนของมัน ฉันใช้ให้ไปตามคนมาซ่อมเครื่องตั้งแต่ไก่โห่ จนป่านนี้ยังไม่โผล่หัวมาอีก ถ้าส่งของล็อตนี้ให้ลูกค้าช้าล่ะก็น่าดูเชียว!" เสียงอิงอรดังทะลุออกมาจากโรงคั่วเครื่องจักรเบอร์สอง เธอยืนกอดอกใบหน้าบึ้งตึง จิกมองไปทางประตูอย่างคาดโทษ "โธ่...คุณนาย คุณหนูเธอก็ตื่นมาตามหาช่างให้คุณนายตั้งแต่ไก่โห่! ก็ให้เวลาเธอหน่อยเถอะค่ะ ใครจะเหมือนคุณไข่มุกล่ะคะ ตะวันจะเลียก้นอยู่แล้วก็ยังไม่ตื่นเลย!" ส้มป่อยที่เดินมาถึงโรงคั่วก่อนใบชาเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ "อีส้มป่อย! ใครสั่งใครสอนให้แกมาต่อปากต่อคำกับฉัน แล้วฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามเรียกยัยนั่นว่าคุณหนู!" อิงอรตวาดลั่นก่อนจะหันขวับมามองเด็กสาวรุ่นลูกด้วยสายตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ "ก็มันชินปากนี่คะคุณนาย อีกอย่าง...คนงานทั้งไร่เขาก็เรียกกันแบบนี้ทั้งนั้น" ส้มป่อยแกล้งทำหน้าซื่อตาใส ทว่าในใจแอบเบ้ปากอย่างระอา ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังแว่วมาจากทางเข้า พร้อมกับร่างบางของใบชา ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจนงอบใบโตบนศีรษะเอียงกะเท่เล่ โดยมีร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มแปลกหน้าเดินตามมาติดๆ "มาแล้วค่ะน้าอร! ชาตามนายช่างมาแล้วค่ะ" ใบชาหยุดยืนหอบหายใจจนตัวโยนอยู่ตรงหน้าแม่เลี้ยงของเธอ ท่าทางที่รีบร้อนจนหน้าดำคร่ำเครียดของใบชาทำให้อิงอรยกยิ้มอย่างสะใจ ทว่าอิงอรกลับตวัดสายตามองใบชาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่ชายหนุ่มร่างสูงที่เดินตามหลังใบชาเข้ามา สิงห์ในสภาพเสื้อยืดเปื้อนฝุ่นและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ทว่าท่วงท่าการเดินกลับดูโดดเด่นเสียจนอิงอรเผลอชะงักไปครู่หนึ่งอย่างประหลาดใจใน ‘ออร่า’ บางอย่างที่แผ่ออกมา แต่ความสงสัยนั้นก็ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว เพราะก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาในโรงคั่ว สิงห์จงใจดึงผ้าบัฟสีเข้มที่พันอยู่ตรงคอ ขึ้นมาปิดบังใบหน้าไว้จนเหลือเพียงนัยน์ตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความดุดัน ทำให้อิงอรเห็นใบหน้าของเขาได้ไม่ชัดนัก จึงมองว่าเขาเป็นเพียงนายช่างพเนจรที่บังเอิญผ่านมาถูกจังหวะเท่านั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD