วีนัสเข้ามานั่งพิงผนังในห้องน้ำแคบ ๆ ทันทีที่ประตูปิดลง เสียงหัวใจเธอก็ดังชัดกว่าเสียงรอบข้างอีก
เธอกอดเข่าตัวเองแน่น
ริมฝีปากเม้มเพื่อพยายามขืนทุกอย่างไว้ แต่สุดท้าย…
แหมะ…
หยดแรกก็ตกลงบนขาขาวของเธอ ตามด้วยหยดต่อมา และต่อมา…
จนกลายเป็นน้ำตาที่หยุดไม่อยู่
วีนัสเงยหน้าขึ้นสบเพดาน สูดลมหายใจสั่น ๆ เหมือนคนหมดแรง ก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ออกมา มือสั่นนิด ๆ
เธอเปิดแกลเลอรี่ เลื่อนผ่านภาพเรียน ภาพเพื่อน ภาพครอบครัว…
จนหยุดที่รูปภาพหนึ่ง รูปที่เธอถ่ายคู่กับวิศวะสมัยม.ปลาย ภาพสองคนยืนเคียงกัน เขาโอบไหล่เธอ เธอยิ้มกว้างแบบที่ไม่คิดแม้แต่จะเก๊ก แววตาทั้งคู่ตอนนั้น…มันชัดมากว่า
เคยรักกันขนาดไหน
ปลายนิ้วเธอไล้เบา ๆ บนใบหน้าของวิศวะในภาพ ขณะที่น้ำตาไหลลงอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่
“…เรานี่มันโง่ฉิบหายเลยเนอะ”
เสียงเธอเบามาก จนเหมือนกระซิบกับตัวเองมากกว่าพูด
ใครจะไปรู้…
ว่าวีนัสยอมเลิกกับเขาไม่ใช่เพราะหมดรัก ไม่ใช่เพราะอยากมีคนใหม่
แต่เพราะเหตุผลที่เธอไม่มีวันกล้าบอกเขาเลย…
จนถึงวันนี้
หลังจากที่วีนัสนั่งทำใจจนหายใจได้ทั่วท้องขึ้น เธอปาดน้ำตาออกลวก ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกขึ้นจากชักโครก
มือเรียวจัดชายกระโปรงให้เข้าที่ พยายามบังคับใบหน้าให้เป็นปกติเหมือนคนไม่เคยร้องไห้
ก่อนจะเอื้อมมือไปกดชักโครก
ทว่า…
เสียงผู้หญิงสองคนดังลอดเข้ามาจากหน้าห้องน้ำ
“น้องเขาชื่อวิศวะเว้ยย!” เสียงแหลมตื่นเต้นจนวีนัสชะงักค้าง หัวใจที่เพิ่งสงบเมื่อกี้เต้นแรงขึ้นมาอีกรอบอย่างไม่ตั้งใจ
ตามด้วยเสียงเพื่อนอีกคน
“แหมม อีดอก ใจเย็นค่ะ รู้ว่าตรงสเปกมาก แต่เช็กก่อนมั้ยว่าเขามีแฟนแล้วเปล่า?”
“ไม่มีนะ น้องเขาบอกเอง ไม่ได้มีใคร”
“แน่ใจ? หรือแอบกินกันเงียบ ๆ อยู่แล้ว เลยไม่พูด?”
“โอ๊ย มึงเชื่อกูดิ!”
เสียงนั้นหัวเราะเบา ๆ แต่ฟังดูมั่นหน้าแบบสุด ๆ
“นี่ใครคะ นี่ เจ้าฟ้า ดาวมหาลัยนะคะ จะมีผู้ชายคนไหนกล้าแอบกินกูเงียบ ๆ วะ? ถ้าจะคบ ก็ต้องเปิดเผยปะล่ะ ไม่ใช่แอบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนได้เศษกระดูกกัน”
เสียงอีกรอบดังขึ้นชัด ๆ เหมือนย้ำความมั่นใจในตัวเอง
“สรุป…จะเอาน้องวิศวะให้ได้ใช่ไหม”
“เออดิวะ!” น้ำเสียงเธอมั่นใจแบบไม่มีลังเล “น้องเขาโครตตรงสเปก กูโครตอยากได้!”
คำว่า อยากได้
มันดังสะท้อนในหัววีนัสเหมือนมีคนเอาไมค์มาตะโกนอยู่ในห้องน้ำแคบ ๆ
ปึ้ง!
วีนัสกดชักโครกทันทีแบบไม่รีรอ ราวกับต้องการกลบเสียงทุกอย่างที่ได้ยินออกจากหัว แล้วเปิดประตูห้องน้ำผลัวะออกไป
ทั้งเจ้าฟ้าและเพื่อนที่ยืนส่องลิปหน้ากระจกอยู่ถึงกับสะดุ้งหันขวับ สีหน้าตกใจชัด…เพราะไม่ทันเช็กเลยว่ามีคนอยู่ด้านใน
ทว่า…
เจ้าฟ้ากลับยิ้มบาง ๆ แบบมั่นใจจัด แถมยังมองตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับสำรวจคู่แข่ง
“อ้าวว น้อง…” เธอทำเสียงหวานใส “เพื่อนน้องวิศวะใช่ปะ?”
วีนัสตอบนิ่ง ๆ ใบหน้าไร้อารมณ์ “ค่ะ”
“พี่ชื่อเจ้าฟ้านะ” เจ้าฟ้ายื่นหน้าเข้ามาเล็กน้อย ยิ้มเหมือนรู้ว่าตัวเองสวย “น้องสนิทกับวิศวะมากป๊ะ?”
วีนัสไม่ได้ยิ้ม ยืนตรงเหมือนคนพร้อมจะฟาด “มีอะไรคะ”
เจ้าฟ้าไม่สะทกสะท้าน ยังยิ้มแบบนางพญาเหมือนเดิม
“คือ…พี่อยากถามว่า วิศวะเขามีแฟน หรือมีผู้หญิงคุยอยู่รึเปล่าอ่ะ?”
น้ำเสียงที่ถามนุ่มนะ แต่แววตาแพรวพราวคือไม่ได้ตั้งใจถามเฉย ๆ แน่นอน
วีนัสตอบทันที สั้น คม และไม่แคร์
“ไม่รู้ค่ะ อยากรู้ก็ไปถามเขาเองดิค่ะ”
เพื่อนเจ้าฟ้าหรี่ตามองก่อนจะเบะปาก
“อ้าว น้อง… เพื่อนพี่ถามดี ๆ จะตอบแบบกวนตีนทำไมวะ”
วีนัสยิ้มมุมปาก…รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขแม้แต่นิดเดียว
มันเป็นรอยยิ้มที่ทั้ง เย็น, ดูถูก, และ ท้าทาย ในเวลาเดียวกัน
เธอยืนหลังตรง ไม่ถอยแม้ก้าวเดียว แผ่นหลังสะท้อนในกระจกห้องน้ำแวววาวราวกับตั้งใจให้ทั้งคู่เห็นอารมณ์ชัดเจนขึ้น
“วิศวะมันไม่เอาพี่หรอกค่ะ” วีนัสเอ่ยเสียงนิ่งเหมือนอ่านสคริปต์ แต่คมเหมือนดาบ “มันไม่ชอบผู้หญิงแรด”
เสียง แรด กระแทกพื้นกระเบื้องเหมือนระเบิดเล็ก ๆ ในห้องน้ำ เพื่อนเจ้าฟ้าหันมาแทบจะทันที
“เห้ย ปากดีจังว่ะ”
แต่เจ้าฟ้ากลับยกมือขึ้นกันเพื่อนเบา ๆ ปลายนิ้วเรียวแตะต้นแขนเพื่อนราวกับจะบอกว่า ปล่อยกูจัดเอง
จากนั้นเธอก็หันมาทางวีนัสด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนกำลังถ่ายรูปโปรไฟล์มากกว่ามีเรื่อง
“น้องพูดไม่น่ารักเลยนะคะ” น้ำเสียงเธอหวาน แต่ดวงตาแข็งจนเหมือนจะข่วนคนได้
พูดพลางขยับผมตัวเองให้เข้าที่เหมือนกำลังเตรียมขึ้นเวทีประกวด
“จริง ๆ พี่ก็ไม่ได้ซีเรียสหรอกว่าน้องวิศวะเขาจะมีแฟนหรือมีคนนู้นนี่อะไร… พี่แค่สนใจเขาเฉย ๆ”
สรรพนาม “พี่” ที่เน้นทุกคำ ทำให้มันดูยั่วโมโหมากขึ้น
วีนัสเลิกคิ้วทีเดียวเหมือนโดนตั้งใจยั่วกลับ ก่อนจะตอบแบบช้า ๆ ชัด ๆ ไม่เร่งรีบ ไม่หลบสายตา
“ไม่เหนื่อยหรอคะ…ทำตัวเฟคแบบนี้”
คำว่า เฟค ทำให้ในอากาศมีไฟฟ้าสถิตพุ่งขึ้นชัดเจน เพื่อนเจ้าฟ้าแทบจะพุ่งเข้าใส่ แต่เจ้าฟ้าก็ยื่นแขนกันไว้
คราวนี้เจ้าฟ้าหัวเราะเบา ๆ
เป็นเสียงหัวเราะที่…ไม่ใช่ของคนอารมณ์ดี แต่เป็นคนกำลัง ขุ่น และพยายามไม่หลุดลุค
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ” เธอเอียงคอนิด ๆ ยิ้มสวยเกินเหตุ
“แต่คนที่เหนื่อย…น่าจะเป็นน้องนะ”
พูดจบ เธอก็เดินพุ่งเข้าไปชนไหล่วีนัส แรงพอที่จะให้ใครอีกคนเจ็บจริงจัง ร่างของวีนัสที่ไม่ได้ตั้งตัวเสียหลักชนเข้ากับเครื่องเป่ามือดัง ปั่ก!
เสียงกระแทกดังสะท้อนรอบห้องน้ำจนเพื่อนเจ้าฟ้าหัวเราะคิก
เจ้าฟ้าหันมายิ้มหวานอีกที รอยยิ้มที่ถ้าไม่รู้จัก จะคิดว่าเป็นมิตร แต่ความจริงคือเหมือนมีเขาซ่อนอยู่ข้างหลัง
“อุ๊ย ขอโทษนะคะ ไม่ได้ตั้งใจเลยค่ะ~” น้ำเสียงใส ๆ แต่ฟังแล้วเสแสร้งจนแทบทะลุเพดาน
เธอหันไปเรียกเพื่อน
“ไปเถอะ ปลา”
ก่อนจะเดินออกไปจากห้องน้ำโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ประตูห้องน้ำแกว่งตามแรงปิดจนเกิดเสียง ปัง!
สะท้อนในใจวีนัสแรงกว่าอะไรทั้งหมด
——
ตกเย็น…
เป็นช่วงเลิกคลาสพอดี เฟรชชี่ปิดหนังสือกันแทบพร้อมกัน ทั้งห้องมีเสียงเก้าอี้ขยับดังไปทั่ว เด็กหลายคนยืดเส้นยืดสายเหมือนกำลังปล่อยลมหายใจที่กลั้นไว้ทั้งวัน บางคนรีบคว้ากระเป๋าเหมือนรอเวลานี้มานาน
วีนัสเองก็เช่นกัน
เช้านี้เธอนั่งข้างวิศวะ แต่ตอนนี้กลับขยับมานั่งถัดออกมาหนึ่งที่ โดยมีจีโน่นั่งคั่นกลางราวกับกำแพงมนุษย์
จีโน่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโดนใช้เป็นบัฟเฟอร์
วีนัสกำลังจะเก็บของตามปกติ แต่ก็ต้องหยุดทันที เมื่อเสียงแจ้งเตือนไลน์ดัง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง แบบต่อเนื่องไม่เว้นช่วง จนคนรอบ ๆ ยังเหลือบตามอง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือสั่นน้อย ๆ ตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดหน้าจอ
พอเห็นข้อความ…หัวใจของเธอก็เหมือนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ
“กูอยู่บ้านพ่อมึง”
ตามด้วยภาพพ่อของเธอ นั่งอยู่บนโซฟา ท่าทางหวาดกลัว เหมือนถูกบังคับให้ถ่ายส่งมา
ตามด้วยอีกข้อความ
“ให้เวลาหนึ่งชั่วโมง ถ้าไม่มากูจะซ้อมพ่อมึง”
โลกของวีนัสเหมือนหยุดหมุน เสียงคนในห้องเรียนหายไปหมด มีแค่เสียงหัวใจเธอที่เต้นดังขึ้นเรื่อย ๆ อย่างควบคุมไม่ได้
ตึง… ตึง… ตึง…
เธอลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที
แรงจนเก้าอี้ขยับลั่นพื้น ทุกคนในกลุ่มรวมถึงวิศวะก็หันมามองแบบงง ๆ
“เรากลับก่อนนะ”
เสียงเธอสั่นจนฟังออก แม้พยายามเก็บอาการเต็มที่
เธอยัดของลงกระเป๋าเร็วมาก มือไม้สั่นจนซิปแทบรูดไม่เข้า แล้วก็รีบก้าวขายาว ๆ พุ่งออกไปจากโต๊ะโดยไม่รอใครทั้งนั้น
เพราะความรีบ…ขาเธอสะดุดขาโต๊ะตัวเองอย่างจัง
เพล้ง! เธอล้มลงกับพื้นดังจนทั้งห้องสะดุ้ง
บัวอุทาน “วีนัส!”
จีโน่ผงะลุกขึ้น
วิศวะเองขมวดคิ้วแน่น เหมือนจะลุกตามโดยไม่รู้ตัว
แต่วีนัส ไม่มองใคร ไม่ตอบ ไม่สนใจแม้คนมองเต็มห้อง เธอดันตัวลุกแบบรวดเร็วเจ็บ ๆ แล้วพุ่งออกจากประตูห้องไปเลย
จีโน่มองตามงง ๆ
“มันจะรีบไปไหนวะ…”
บัวเม้มปากแน่น ก่อนพูดออกมาเสียงเบา แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
“…พวกนายว่า วีนัสจะเจ็บไหมอ่ะ”
แต่ไม่มีใครตอบได้เลย
โดยเฉพาะวิศวะ ที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้ว สีหน้าดูไม่ดี…แบบไม่ดีมาก ๆ