“อย่ายุ่งกับวิศวะ”

1454 Words
วีนัสเหยียบคันเร่งจนสุดเท่าที่กฎหมายจะยอมให้ได้ ใจเต้นแรงชนิดจะทะลุออกมานอกอก มือที่จับพวงมาลัยสั่นเล็กน้อย แต่ยังพยายามควบคุมรถให้ตรงทางที่สุด พอรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านพ่อ ภาพแรกที่เห็นทำให้หัวใจเธอจมดิ่งลงเหวในทันที ลูกน้องผู้ชายตัวใหญ่ ๆ สองข้างทาง ยืนเฝ้าหน้าบ้านเต็มไปหมด รถมอเตอร์ไซค์จอดเรียงเป็นแถวเหมือนมาจากแก๊งที่ไม่คิดจะกลับมือเปล่า วีนัสไม่รอให้ใครมาห้าม เธอผลักประตูรถเปิดแล้วพุ่งเข้าไปในบ้านทันที เท้าเธอยังไม่ทันแตะพื้นห้องรับแขกดี เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เสียงที่ทำให้ไหล่เธอแข็งค้าง แปะ… แปะ… แปะ… เสียงตบมือดังเป็นจังหวะ เหมือนมีคนตั้งใจรอให้เธอเข้ามาเท่านั้น บนโซฟากลางห้อง นนท์ แฟนเก่าที่เธอเกลียดเข้าไส้ นั่งเอนหลังสบาย ๆ ขาไขว่ห้าง สายตานิ่งกว่าปืนจ่อหัว ข้างตัวมีลุกน้องหลายคนยืนเป็นกำแพงมนุษย์ และพ่อของเธอ…นั่งก้มหน้าอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดราวกับไม่มีเลือดเหลืออยู่แล้ว นนท์ยิ้มที่มุมปากก่อนพูดเสียงทุ้มเย็นชา “มาเร็วดีนี่…กูนึกว่าจะให้พวกกูซ้อมพ่อมึงก่อนซะอีก” วีนัสกัดฟันแน่น “ต้องการอะไรอีก มึงพูดมาดีกว่านนท์” เขาหัวเราะเบา ๆ เหมือนกำลังดูเด็กดื้อเถียงผู้ใหญ่ “โอโห…เสียใจว่ะวีนัส ไม่ได้เจอแค่สามเดือน มึงเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” “อย่ามาเล่นลิ้นนนท์ กูถามว่าต้องการอะไร เงินใช่ไหม? หนี้พ่อกูห้าหมื่น กูก็ทำงานใช้หนี้แทนให้ไปหมดแล้ว ทำไมยังตามวุ่นวายไม่เลิก” สายตาของนนท์เปลี่ยนจากขำเป็นเย็นเฉียบ นิ้วเขาเคาะพนักโซฟาช้า ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงโคตรมั่นใจ “ห้าหมื่นที่มึงจ่าย…มันแค่ ดอกเบี้ย นะวีนัส” วีนัสขมวดคิ้วทันที “ดอกเบี้ยอะไรของมึง จะมากไปแล้วนะนนท์…” “ยังไม่จบ” เขาพูดขัดทันที ก่อนเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย “ไอยอดหนี้ตัวจริงของพ่อมึง ที่ยังไม่เคยแตะเลยสักบาทน่ะ…รวมดอกเบี้ยที่มันขอยืมเพิ่มตอนหลัง รวม ๆ แล้ว…” เขายกนิ้วขึ้นช้า ๆ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง “…สามล้าน” ห้องทั้งห้องเหมือนเงียบลงในเสี้ยววิ วีนัสหันขวับไปหาพ่อ เสียงของเธอสั่นจนแทบออกมาเป็นกระซิบ “พ่อ…พ่อกลับไปเล่นพนันอีกแล้วหรอ” พ่อของเธอก้มหน้า น้ำตาไหลเงียบ ๆ ไม่ตอบ ไม่กล้ามองหน้าเธอด้วยซ้ำ นนท์ยิ้มเยาะ “ใช่สิวีนัส…มึงเพิ่งรู้หรอว่าพ่อมึงมัน ‘ผีพนันตัวพ่อ’ ” เขาวางศอกบนเข่า โน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม ประโยคต่อมาคมเฉือนเหมือนใบมีดกรีดกลางอก “แต่กูไม่ได้อยากได้เงินสามล้านหรอกนะ…” เขาหยุดหนึ่งจังหวะ ให้ความเงียบบีบคอวีนัสจนหายใจติดขัด “กูอยากได้ มึง กลับมา” “กูไม่ยอมกลับไปตกนรกอีกแน่” เสียงวีนัสสั่น แต่ชัดเจนเหมือนฟันคมที่ฟาดลงบนเหล็ก เธอยืนตรง ๆ ทั้งที่ขาแข็งไปหมด เหล่าลูกน้องที่ยืนเรียงเป็นกำแพงสองฝั่งบ้านมองเธอเหมือนกำลังรอคำสั่งฆ่า นนท์หัวเราะหึ ๆ แววตากดต่ำ ก่อนจะยกมือขึ้นตบมือช้า ๆ แปะ แปะ แปะ คล้ายชม…แต่จริง ๆ คือเหยียบ บรรยากาศในบ้านมืดขรึม กลิ่นบุหรี่คละคลุ้ง โต๊ะกระจกมีคราบเบียร์ค้างอยู่เต็มไปหมด ไม่มีที่ไหนในบ้านเธอปลอดภัยเลยสักจุดเดียว “แล้วต้องทำไงวะ?” นนท์ยักคิ้ว แล้วพูดเหมือนเรื่องมันสนุกสำหรับเขา “ให้กูไปเก็บไอวิศวะก่อนมั้ย?” หัวใจวีนัสหล่นวูบ แต่เธอกัดฟันตอบทันที “อย่ายุ่งกับวิศวะ” “หึ คิดไว้แล้วว่ามึงต้องตอบแบบนี้” เขาเดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นเหล้าตีขึ้นจมูกเธอ “มึงกับมันคงเจอกันแล้วที่มหาลัยใช่ไหม?” วีนัสนิ่ง แต่ความเงียบก็เป็นคำตอบให้เขาอยู่ดี “มึงนี่น่าขำฉิบหายเลยนะวีนัส” น้ำเสียงนนท์เริ่มหยาบเหมือนฟันกรามขบกัน “พอรู้ว่ามันติดวิศวะ มึงก็รีบกระเสือกกระสนสอบเข้าตามมัน หมาไล่เจ้าของยังไม่ทำขนาดนี้เลย” มือของวีนัสกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ บัวตาไหลไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะ เสียศักดิ์ศรี “อย่ามาลดค่ากู…” “ก็ลดเพราะมึงมันต่ำไงวะ!” เขาขึ้นเสียงจนพ่อของเธอสะดุ้งน้ำตาคลอ “มึงตามมันทำไม มันมีดีตรงไหนนักหนา!” วีนัสสูดลมหายใจลึกครั้งหนึ่ง ก่อนจะสบตาเขาตรง ๆ ด้วยความเย็นชา “ดีกว่ามึงแล้วกัน” สีหน้านนท์กระตุกวูบ แต่เธอยังพูดต่อ ดวงตาแดงก่ำแต่ไม่หลบ “ดีกว่ามึงหลายเท่า มึงมันก็แค่เศษดินที่คนเขาเดินเตะทิ้ง ส่วนวิศวะ มึงยังเอื้อมถึง ‘พื้นรองเท้า’ ของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ” เพียะ!!! เสียงตบดังสะท้อนทั้งบ้าน แรงจนหน้าวีนัสสะบัด มุมปากแตกเลือดไหลซึมทันที พ่อของเธอร้องลั่น “วะ…วีนัส!” เขาขยับจะเข้ามา แต่ลูกน้องของนนท์ก็กั้นเอาไว้ทันที ชายชราตัวสั่นงก ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวและเจ็บปวด วีนัสหันหน้ากลับมาช้า ๆ แก้มแดงเป็นปื้น รอยนิ้วมือชัดเหมือนตราประทับ เลือดเค็ม ๆ ไหลลงคาง แต่น้ำตาเธอยังไม่ยอมไหลออกมาแม้สักหยดเดียว นนท์ยืนหอบหายใจแรงเหมือนสัตว์ป่า เส้นเลือดขมับเต้นตุบ ๆ มือยังสั่นเพราะความโกรธจัด เขาก้มหน้าลงมาใกล้เธอ จนลมหายใจร้อน ๆ แตะข้างหู “งั้นกูจะทำให้มึงรู้… ว่าแค่ปากดีมันช่วยให้คนที่มึงรัก รอด ได้จริงไหม” เสียงเขาเย็นเฉียบ แต่ความหมายกลับแหลมคม…เหมือนมีดที่ปาดเข้ากลางหัวใจจนขาดเป็นริ้ว ๆ จากนั้นนนท์ก็สะบัดหน้า ถอนหายใจแรงเหมือนรำคาญความดื้อของวีนัส ก่อนจะปรายตามองลูกน้องแล้วพูดเสียงต่ำ “ไป” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พวกมันเดินออกจากบ้านทีละคน เงียบ เร็ว และหน้าตาไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังเดินออกจากคุกที่พวกมันเป็นฝ่ายคุม พ่อของวีนัสได้แต่นั่งตัวสั่น มองตามพวกมันเหมือนหลุดจากฝันร้ายชั่วคราว จนประตูปิด ปัง! เงียบ… เงียบจนได้ยินเสียงหายใจหนัก ๆ ของตัวเอง ทันทีที่บ้านเงียบสนิท ไม่เหลือใครนอกจากเธอกับพ่อ ร่างของวีนัสที่แข็งทื่อไว้ด้วยความกลัว ก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที ตุบ! เหมือนแรงทั้งหมดหายไปจากร่างในคราวเดียว เธอยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ยังแสบจากแรงตบเมื่อครู่ เลือดอุ่น ๆ จากมุมปากไหลซึมลงคาง แต่เธอไม่ได้ร้องไห้ เธอแค่…เจ็บเกินจะร้อง พ่อของวีนัสรีบเข้ามาจะประคอง แต่วีนัสเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย มือสั่นจนเห็นชัด สายตาเธอสั่นไหว เสียงแตกพร่าราวกับกลั้นไว้ทั้งชีวิต “ไหนพ่อบอก…พ่อจะเลิกพนันแล้วไง” ชายแก่หมดเรี่ยวแรงทรุดนั่งลงตรงหน้าเธอ น้ำตาไหลเงียบ ๆ เหมือนคนหมดศักดิ์ศรีจนไม่เหลืออะไรให้หวง “พ่อ…พ่อขอโทษ” เสียงเขาแผ่วสั่น “พ่อแค่อยากหาเงินไว้ส่งนัสเรียนจนจบ พ่อไม่อยากให้ลูกลำบาก…” วีนัสเงยหน้าขึ้น มองพ่อด้วยสายตาที่เจ็บลึกแบบไม่มีคำไหนอธิบายได้ “แล้วพ่อเห็นผลที่ตามมามั้ย…” เสียงเธอสั่นจนปะติดปะต่อแทบไม่ไหว “นัสพยายามทุกอย่างนะ พยายามพาเราหนีจากไอพวกนั้น…พยายามเรียนให้หนัก พยายามเก็บเงิน พยายามตัดขาดจากนรกพวกนั้น…” เธอทุบอกตัวเองเบา ๆ เหมือนระบายความเจ็บที่อัดแน่นข้างใน “แต่พ่อ…พ่อยังจะลากนัสกลับไปที่เดิมอีกอ่ะ” เสียงเธอสั่นจนแทบไม่ใช่เสียงของตัวเองแล้ว “เราย้ายบ้าน…หนีพวกมันมาสามครั้งแล้วนะพ่อ” เธอเม้มปากแน่น น้ำตาคลอจนมองอะไรไม่ชัด “นัสเหนื่อยแล้ว…เหนื่อยจริง ๆ” เธอกดมือลงที่อกตัวเอง ราวกับจะหยุดหัวใจที่เต้นแรงด้วยความเจ็บ “พ่อช่วย…ช่วยทำให้ได้เหมือนที่พ่อพูดได้ไหม” น้ำเสียงนั้นทั้งอ้อนวอน ทั้งตัดพ้อ ทั้งเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD