เช้าวันจันทร์เริ่มต้นเหมือนทุกครั้ง แต่สำหรับลลินา ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอรู้ตัวตั้งแต่ตอนลืมตาตื่นว่า วันนี้…เธอตัดสินใจแล้ว
หญิงสาวลุกจากเตียงอย่างระมัดระวังมากกว่าปกติ ทั้งที่หน้าท้องยังแบนราบแทบไม่ต่างจากเดิม เธอเดินไปหน้ากระจก ลูบมือเบา ๆ ลงบนหน้าท้องตัวเอง
“เราอยู่ด้วยกันนะลูก” เธอพูดเบา ๆ จนแทบฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงจริง หรือแค่เสียงก้องในหัว
กิจวัตรยามเช้าถูกปรับใหม่เล็กน้อย เครื่องชงกาแฟตัวโปรดในมุมแพนทรีเล็ก ๆ ของคอนโดถูกงดใช้งานมาหลายวันแล้ว ลลินาเลือกหยิบนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่แช่เย็นไว้ใส่กระเป๋าแทน เลือกชุดทำงานที่ใส่สบายกว่าปกติ เสื้อเชิ้ตทรงหลวมกับกระโปรงทรงเอที่ไม่รัดหน้าท้องเกินไป และรองเท้าคัทชูส้นเตี้ยที่เพิ่งซื้อมาเมื่อคืนวันเสาร์
“วันนี้เราจะไม่รอคำตอบของเขาอีกแล้ว” เธอบอกตัวเองอีกครั้งตอนลงลิฟต์
เมื่อมาถึงสำนักงานทุกอย่างยังคงเหมือนที่เคยเป็น พนักงานบางส่วนมาถึงก่อนหน้าแล้ว เสียงเครื่องถ่ายเอกสาร เสียงกดคีย์บอร์ด และกลิ่นกาแฟจากแพนทรีร่วมของแผนก ล้วนบอกว่าที่นี่คือโลกของเธอและเป็นโลกใบเดิมที่เธอรู้จักดี แต่ไม่มีใครรู้ว่าความจริงในร่างกายของเธอเปลี่ยนไปแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่ลิล เช้านี้ไม่กินกาแฟเหรอคะ” น้องในทีมการตลาดต่างประเทศถามเมื่อเห็นเธอถือแต่น้ำเต้าหู้
“วันนี้ลองเปลี่ยนบ้างจ้ะ กินกาแฟทุกวันเดี๋ยวหัวใจวาย” เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ดูปกติจนอีกฝ่ายไม่เอะใจ
หญิงสาวประจำที่นั่งตัวเอง เริ่มงานด้วยการจัดตารางนัดหมายของพอภัทร เช็กอีเมลลูกค้าต่างประเทศ เท่าที่มองจากภายนอก ทุกสิ่งทุกอย่างยังดำเนินไปเช่นเดิมอย่างที่ควรเป็น
เก้าโมงครึ่ง ลลินาเคาะประตูห้องทำงานของพอภัทรเบา ๆ
“เข้ามาได้ครับ” เสียงเจ้านายหนุ่มดังขึ้น
เธอถือแท็บเล็ตและแฟ้มเอกสารสองชุดเข้าไป
“วันนี้คุณพอภัทรมีประชุมผู้ถือหุ้นรอบเช้านะคะ” เธอเริ่มอัปเดตตารางงาน “หนึ่งชั่วโมงเต็ม เริ่มสิบโมงที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้นยี่สิบค่ะ”
พอภัทรพยักหน้า “หุ้นส่วนฝั่งคุณรามมาด้วยใช่ไหมครับวันนี้”
“ใช่ค่ะ เอกสาร MOU ตัวล่าสุดกับฝั่งยุโรป ลิลจัดไว้ในแฟ้มหัวข้อสีฟ้า ส่วนยอดออเดอร์รวมทั้งปีที่คุณพอภัทรขอ ลิลสรุปตัวเลขในไฟล์นี้ค่ะ” เธอวางแท็บเล็ตบนโต๊ะ
พอภัทรเลื่อนดูคร่าว ๆ แล้วเงยหน้าขึ้น “ขอบคุณมากครับ ตามเคยเลยนะคุณลิล ถ้าไม่มีคุณ ผมคงยุ่งกว่านี้แน่ๆ ”
เธอยิ้มบาง ๆ “หน้าที่ของลิลอยู่แล้วค่ะบอส”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“วันนี้อาจต้องรบกวนคุณลิลช่วยอยู่ในห้องประชุมด้วยนะครับ คุณมัทรีกับคุณวันวิสาข์อยากเห็นภาพรวมฝ่ายต่างประเทศด้วยตัวเอง ผมอยากให้คุณช่วยตอบรายละเอียดตรงนั้นเลย จะได้ชัดเจนไม่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมตามหลัง”
หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นนิดหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อนั้น
มัทรี…วันวิสาข์…
แม่กับพี่สาวของมาวัชร์
แต่ลลินาก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้าอย่างสุภาพ “ได้ค่ะบอส งั้นเดี๋ยวลิลไปดูเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ”
เมื่อออกจากห้องของเจ้านาย เลขานุการสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ที่หน้าแพนทรี มองเห็นตู้กาแฟอีกครั้งแล้วหันหนี เธอรู้ดีว่าการได้เจอคนในครอบครัวเขา โดยที่เจ้าตัวเองยังเงียบอยู่อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนอย่างเธอ
แต่ถึงยังไง… วันนี้เราก็เลือกไปแล้ว
เราเลือกเก็บลูกไว้เองแล้ว เธอบอกตัวเอง
ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทโชติภิวรรธอาหารสัตว์และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ถูกจัดเตรียมอย่างเรียบร้อยก่อนสิบนาฬิกาเพียงเล็กน้อย ลลินาเช็กโปรเจกเตอร์ แล็ปท็อป และเอกสารชุดสำหรับผู้ถือหุ้นแต่ละท่านให้พร้อม
เธอดูป้ายชื่อ “คุณมัทรี โชติภิวรรธ” และ “คุณวันวิสาข์ โชติภิวรรธ” ตามตำแหน่งว่าครบดีแล้วก็ถอนใจเรียกพลังให้ตัวเอง
เสียงเปิดประตูกระจกใสทำให้เธอเงยหน้าขึ้น
หญิงวัยกลางคนในชุดสูทสีอ่อน กิริยาสุภาพอ่อนโยนดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีก้าวเข้ามาก่อน เธอจำใบหน้านั้นได้ทันที แม้จะเคยเห็นเพียงในรูปถ่ายประกอบข่าวและป้ายเกียรติคุณ
มัทรี โชติภิวรรธ ภรรยาของนพ.ราม
และด้านข้างคือวันวิสาข์ ในชุดทำงานโทนเข้ม ผมยาวตรงถูกจัดทรงอย่างดี เธอดูเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะท่าน” ลลินารีบเดินเข้าไปไหว้เธอทั้งสอง
“สวัสดีจ้ะหนู” มัทรียิ้มอ่อนโยน “เราใช่น้องลิลหรือเปล่าคะ ที่ทำงานกับตาพอร์ช”
เธอชะงักนิดหนึ่ง “ใช่ค่ะ… ดิฉันลลินาค่ะท่าน”
วันวิสาข์มองหน้าเธอแล้วเหมือนจะนึกอะไรออก “อ้อ… แฟนเจ้ารุจใช่ไหมเรา ยินดีที่รู้จักนะคะน้องลิล”
ใจของลลินาหล่นวูบ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าครอบครัวของเขารู้ถึงการคบหาของเราสองคนก่อนหน้านี้ เธอนึกกังวลเพราะไม่รู้ว่าทั้งแม่และพี่สาวของมาวัชร์จะมองเธออย่างไร จะตำหนิเธอหรือไม่ที่บังอาจไปคบกับผู้บริหารระดับ MD แบบมาวัชร์
“เอ้า ทำไมทำหน้าแบบนั้น ป้ากับพี่เขาไม่ได้ว่าอะไรหรอกจ้ะ เรื่องของหนุ่มๆ สาวๆ เขาเนอะ” มัทรีนึกรู้ความกังวลของหญิงสาวตรงหน้า
“จริง มีแต่เห็นใจเรามากกว่า น่าจะเจอคนที่ดีกว่านายรุจ” วันวิสาข์หัวเราะคิกคัก
ลลินาได้แต่ยิ้มจืดเจื่อน “ขอบคุณที่ท่านเมตตาลิลนะคะ แต่เรื่องของลิลกับคุณรุจเรายังไม่ได้ตกลงอะไรชัดเจนขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูงานให้เด็ก ๆ ในบริษัท” มัทรีพูดอย่างผู้ใหญ่ที่เอ็นดู “วันนี้รบกวนด้วยเลยนะ หนูช่วยคุณพอภัทรเล่าเรื่องลูกค้าต่างประเทศให้แม่ฟังที แม่แก่แล้วตามตัวเลขไม่ค่อยทัน”
“ยินดีมากเลยค่ะ” ลลินาตอบ ทั้งที่ในใจทั้งอุ่นทั้งหน่วงไปพร้อมกัน
ครู่ต่อมา พอภัทรกับกรรมการผู้ถือหุ้นอีกสองท่านก็เข้ามาในห้อง การประชุมเริ่มอย่างเป็นทางการ ลลินานั่งด้านข้างพอภัทร คอยเตรียมเอกสารส่งให้และจดโน้ตหัวข้อสำคัญ
ระหว่างที่พูดถึงยอดออเดอร์ต่างประเทศ มัทรีหันมามองเธอเป็นระยะ สีหน้าเต็มไปด้วยความสนใจ ไม่ใช่ในฐานะ “พนักงาน” อย่างเดียว แต่เหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังประเมินลูกหลานอีกคนหนึ่งด้วย
จนจบการประชุม พอภัทรเชิญมัทรีและวันวิสาข์ไปคุยต่อที่ห้องทำงานของตน เป็นการลงรายละเอียดเกี่ยวกับอาหารสูตรใหม่ที่จะส่งขาย ต่างประเทศ โดยมีลลินาคอยอำนวยความสะดวกให้ระหว่างตลอดการหารือ
“น่าสนใจดี ป้าเห็นด้วย” มัทรีตอบเมื่อฟังทุกอย่างรอบด้าน
“ครับคุณป้า ผมจะได้ดำเนินการเลย” พอภัทรสรุป