เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังเรือนหรูชี้บอกเวลาบ่ายสามโมงตรง
ความเงียบในห้องถูกทำลายลงเป็นระยะด้วยเสียงตวัดปลายปากกาเซ็นเอกสารและเสียงพลิกกระดาษของสิงหราช
กำลังนั่งหน้าเคร่งขรึมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ วันนี้เขามีประชุมมาราธอนกับหัวหน้าฝ่ายผลิตตั้งแต่เช้า เพิ่งจะได้กลับเข้ามาเคลียร์เอกสารกองโตในช่วงบ่าย
ใบหน้าคมเข้มที่ปกติก็ดุอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งดูตึงเครียดขึ้นไปอีก คิ้วหนาขมวดมุ่นแทบจะชนกัน บ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อหากมีอะไรมาสะกิด
ที่มุมหนึ่งของห้อง พราวนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเล็กที่สิงหราชสั่งให้คนยกมาตั้งไว้ใกล้ ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกใช้หรือจับตาดู
เธอลอบมองเจ้านายผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะ รอยยิ้มซุกซนจุดขึ้นที่มุมปากเมื่อเห็นท่าทางเคร่งเครียดของเขา
“คิ้วขมวดจนผูกโบว์ได้แล้วมั้งคะคุณอา” พราวเอ่ยเสียงเบาอย่างขบขัน
เธอสังเกตเห็นว่าสิงหราชยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองบ่อยครั้ง และแก้วกาแฟบนโต๊ะก็ว่างเปล่ามานานแล้ว
นี่คือจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปฏิบัติการ ‘กระชับพื้นที่’
พราวลุกขึ้นยืน จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เป๊ะปัง เสื้อเชิ้ตชีฟองสีครีมเนื้อบางเบาที่มองเห็นสายเดี่ยวซับในลูกไม้สีดำวับ ๆ แวม ๆ ยามต้องแสงไฟ กระโปรงทรงดินสอสีดำที่ผ่าข้างสูงขึ้นมาอวดเรียวขาขาวเนียน
หญิงสาวเดินตรงไปยังมุมกาแฟ จัดการชงกาแฟร้อนสูตรพิเศษที่เขาชอบ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ
“คุณสิงห์คะ พักดื่มกาแฟหน่อยไหมคะ เผื่อจะสดชื่นขึ้น”
เสียงหวานใสเอ่ยทำลายความเงียบ
พราวเดินนวดนาดเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเจ้านาย ในมือประคองถ้วยกาแฟกระเบื้องเคลือบราคาแพงที่มีควันฉุยลอยกรุ่น
เจ้านายหน้านิ่งเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาอ่อนล้าฉายชัดวูบหนึ่งก่อนจะปรับเป็นเคร่งขรึมตามเดิม
“อืม... วางไว้ตรงนั้นแหละ ขอบใจ”
เขาตอบโดยไม่มองหน้า พยายามเบนสายตาไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับความสวยที่รุนแรงของเด็กฝึกงานคนนี้
ยิ่งเธอเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นกายสาวที่หอมละมุนก็ยิ่งรบกวนสมาธิเขาอย่างหนัก
พราววางแก้วกาแฟลงบนที่รองแก้วข้างมือเขาอย่างระมัดระวัง
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะดึงมือกลับ ปลายเล็บยาวสวยที่เพิ่งทำมาใหม่แสร้งสะกิดโดนขอบแก้วเบา ๆ เหมือนอุบัติเหตุ
แก้วกาแฟที่วางไม่เต็มฐานดีเอียงวูบ ของเหลวสีเข้มร้อนกรุ่นกระฉอกออกจากแก้ว กระเด็นไปโดนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของสิงหราชอย่างจัง!
“เชี่ย!” เสียงสบถลั่นด้วยความตกใจ รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนถอยหลังเก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดัง
“ว้าย! ตายแล้ว!” พราวอุทานเสียงหลง มือไม้อ่อนยกขึ้นปิดปาก ทำท่าตกใจสุดขีด “คุณสิงห์! พราวขอโทษค่ะ พราวไม่ได้ตั้งใจ มือมันลื่น เจ็บไหมคะ ร้อนมากไหม”
กาแฟสีเข้มซึมกระจายเป็นวงกว้างบนอกเสื้อเชิ้ตราคาแพงอย่างรวดเร็ว ผ้าเนื้อดีที่เปียกชุ่มแนบลู่ไปกับแผงอกแกร่ง เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นและสีผิวแทนสวยรำไร
ความร้อนของกาแฟทำให้ผิวหนังใต้ร่มผ้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที แต่โชคดีที่มันไม่ได้ร้อนจัดจนลวกผิว เพียงแค่สะดุ้งเท่านั้น
“ไม่... ไม่เป็นไร” สิงหราชกัดฟันตอบ พยายามข่มความแสบร้อนและความหงุดหงิด หยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะมาซับ ๆ แบบลวก ๆ “เดี๋ยวผมไปล้างในห้องน้ำ”
“ไม่ได้ค่ะ ต้องรีบเช็ดเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวผิวพอง”
พราวไม่รอช้า เธอรีบวิ่งอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว คว้ากล่องทิชชูติดมือมาด้วย
มือเรียวบางดึงกระดาษทิชชูออกมาเป็นปึก แล้วกดซับลงไปบนแผงอกกว้างที่เปียกชุ่มของเขาโดยที่ร่างสูงไม่ทันได้ตั้งตัว
“พราว! ถอยไป ผมทำเองได้” สิงหราชร้องห้าม พยายามจะเบี่ยงตัวหนีและจับข้อมือเธอไว้
“อยู่นิ่ง ๆ สิคะ ยิ่งดิ้นมันยิ่งเลอะนะ” พราวดุกลับเสียงเขียว แสร้งทำหน้าจริงจังด้วยความเป็นห่วง “ดูสิคะ แดงหมดแล้วเนี่ย”
มือเล็กนุ่มนิ่มของเธอกดซับลงบนเสื้อเชิ้ตเปียกชื้น แรงกดเบา ๆ นั้นทำให้ฝ่ามือของเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อหน้าอกที่เกร็งแน่นอยู่ภายใต้เนื้อผ้า ความร้อนจากผิวกายชายหนุ่มแผ่ซ่านออกมาจนเธอรู้สึกได้
พราวไม่ได้แค่ซับธรรมดา แต่เธอจงใจ ‘ลูบ’ และ ‘คลึง’ เบา ๆ ผ่านกระดาษทิชชู
ไล่จากแผ่นอกลงมาที่หน้าท้องแกร่งที่มีลอนกล้ามเนื้อซิกแพคเรียงตัวสวย นิ้วเรียวกรีดกรายผ่านสาบเสื้อที่กระดุมเม็ดบนหลุดออกจากการขยับตัวเมื่อครู่
“ซี๊ด...” สิงห์เผลอสูดปากเบา ๆ ไม่ใช่เพราะความร้อนของกาแฟ แต่เป็นเพราะสัมผัสวาบหวิวที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง
กลิ่นหอมของเธออยู่ใกล้แค่ปลายจมูก เส้นผมยาวสลวยสีคาราเมลที่ทิ้งตัวลงมาปรกใบหน้าสวยหวานเฉียดผ่านปลายคางเขาไปมา
ยามที่เธอก้ม ๆ เงย ๆ เช็ดคราบกาแฟให้ สายตาของเขาที่พยายามจะมองต่ำหนีหน้าอกหน้าใจของเธอ กลับต้องมาเจอกับภาพที่อันตรายยิ่งกว่า
กระดุมเสื้อเชิ้ตที่ปริออกเล็กน้อยยามคนตัวเล็กโน้มตัว เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวผ่องและร่องอกอิ่มที่มีลูกไม้สีดำปกปิดไว้อย่างหมิ่นเหม่
สิงหราชกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก เลือดในกายหนุ่มใหญ่สูบฉีดพล่านไปทั่วร่าง
“พราว... พอแล้ว” สิงห์บอกเสียงพร่า พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “มัน... มันแห้งแล้ว”
“ยังไม่แห้งเลยค่ะ ดูสิคะ มันซึมเข้าไปข้างในแล้ว”
พราวเงยหน้าขึ้นสบตา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว จนลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งสองเป่ารดกัน
ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังไหวระริก เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้น และเห็นความปรารถนาที่คนมาดขรึมพยายามกดข่มไว้อย่างชัดเจน
“ถอดเถอะค่ะ”
พราวเอ่ยบอกเสียงแผ่ว พลางวางมือทาบลงบนอกซ้ายของเขา ตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับจะทะลุออกมา
“เสื้อเปียกแบบนี้ใส่แล้วไม่สบายตัวหรอกค่ะ เดี๋ยวพราวเอาไปซักให้”
นิ้วเรียวสวยค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปที่กระดุมเม็ดที่สอง ปลดมันออกอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา ราวกับกำลังแกะของขวัญชิ้นสำคัญ
สิงหราชยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด สมองสั่งการให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับทรยศ มันต้องการสัมผัสจากมือนุ่มนิ่มคู่นั้นมากกว่านี้
เขาเผลอกลั้นหายใจยามที่หลังมือนุ่มปัดผ่านผิวเนื้อเปลือยเปล่าบริเวณแผงอก
“พราว...” สิงหราชเรียกชื่อหญิงสาวเสียงต่ำ เป็นเชิงตักเตือนและวิงวอนในคราเดียวกัน “อย่าเล่นแบบนี้”
“เล่นอะไรคะ?”
พราวถามกลับตาใสซื่อ ขณะที่นิ้วมือยังคงวุ่นวายอยู่กับกระดุมเม็ดที่สาม
“พราวแค่เป็นห่วง กลัวคุณสิงห์จะไม่สบาย”
เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แสนจะยั่วยวนและท้าทาย ก่อนจะก้มหน้าลงไปใกล้แผงอกเขาอีกครั้ง แล้วทำในสิ่งที่หนุ่มใหญ่คาดไม่ถึง
“ฟู่...”
หญิงสาวเป่าลมออกจากปากเบา ๆ รดลงบนผิวเนื้อแดงระเรื่อที่โผล่พ้นเสื้อออกมา
ลมเย็น ๆ ปะทะกับผิวร้อนผ่าว ทำให้ร่างสูงสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความเสียวซ่านแล่นปราดจากจุดที่โดนเป่าลงไปสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วและรุนแรง
“หายเจ็บหรือยังคะ” เงยหน้าขึ้นถามอีกครั้ง สายตาหวานเชื่อมหยาดเยิ้ม “เพี้ยง... หายนะ”
ความอดทนเส้นสุดท้ายของสิงหราชขาดผึงลงวินาทีนั้น
หมับ!
มือหนาใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้างของพราว แล้วกระชากร่างบางเข้ามาแนบชิดตัวจนหน้าอกอวบอิ่มของเธอบดเบียดเข้ากับแผงอกแกร่ง
พราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่ในใจกลับร้องเฮด้วยความสะใจ
‘ติดกับแล้ว!’
“รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่”
คนพยายบามควบคุมตัวเองถามเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาจนจมูกโด่งเกือบจะชนแก้มเนียน
กลิ่นกายชายชาตรีผสมกลิ่นกาแฟจาง ๆ ยิ่งเพิ่มความดิบเถื่อนและเซ็กซี่ให้กับหนุ่มใหญ่
“รู้ค่ะ” พราวตอบเสียงท้าทาย ไม่หลบสายตา “พราวกำลังดูแลเจ้านายไงคะ หรือว่าคุณสิงห์คิดเป็นอื่นคะ?”
คำย้อนที่แสนจะเจ็บแสบทำให้สิงหราชกัดกรามแน่น เขาอยากจะบดขยี้ริมฝีปากอิ่มสีพีชที่ช่างเจรจานั้นให้รู้ฤทธิ์
แต่ศักดิ์ศรีและความเป็นผู้ใหญ่ยังค้ำคออยู่ เขาคือเจ้าของไร่ผู้ทรงเกียรติจะมาพ่ายแพ้ให้กับมารยาของเด็กเมื่อวานซืนแบบนี้ไม่ได้!
สิงหราชสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด ผลักร่างของพราวออกห่างเบา ๆ แต่หนักแน่นพอที่จะสร้างระยะห่างระหว่างกัน
“พอได้แล้ว” บอกเสียงดังฟังชัด “ผมจะไปเปลี่ยนเสื้อ คุณกลับไปทำงานที่โต๊ะ แล้วห้ามลุกตามมาเด็ดขาด”
พูดจบก็รีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวที่อยู่ด้านหลังห้องทำงานทันที
ท่าทางรีบร้อนราวกับคนหนีตาย ทิ้งให้พราวยืนยิ้มกริ่มอยู่กลางห้องลำพัง
เมื่อประตูห้องพักส่วนตัวปิดลง และเสียงล็อกกลอนดัง ตามมาติด ๆ พราวก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างกลั้นไม่อยู่
“คิ ๆ ๆ น่ารักชะมัด”
เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง นึกถึงสายตาร้อนแรงของเขาเมื่อครู่
หัวใจก็เต้นแรงไม่แพ้กัน ใช่ว่าเธอจะเก่งกล้าสามารถขนาดนั้น สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่น ๆ และกลิ่นอายความดิบเถื่อนของร่างสูงก็เล่นเอาเธอแข้งขาอ่อนเหมือนกัน
“เกือบไปแล้วนะยัยพราว อีกนิดเดียวพ่อเสือก็ตะปบเหยื่อแล้ว ต้องเอาชนะคุณอาสิงห์ให้ได้”
พราวพึมพำกับตัวเอง พลางก้มลงเก็บแก้วกาแฟที่หกเลอะเทอะด้วยอารมณ์เบิกบาน ฮัมเพลงเบา ๆ อย่างมีความสุข ขณะเช็ดคราบกาแฟบนโต๊ะ
...ทางด้านในห้องพักส่วนตัว
สิงหราชยืนพิงประตูห้อง หอบหายใจหนักหน่วงราวกับเพิ่งไปวิ่งรอบไร่มา
มือหนายกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่หัวใจยังคงเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่ง
“ยัยเด็กบ้า... ยัยตัวแสบ”
ก้มลงมองสภาพตัวเองในกระจก เสื้อเชิ้ตเปียกชุ่มแนบเนื้อ กระดุมหลุดลุ่ยด้วยสีหน้าหน้าแดงก่ำ และที่สำคัญความเป็นชายที่ตื่นตัวจนปวดหนึบอยู่ภายใต้กางเกงยีนเนื้อหนา
เสียงสบถคำหยาบออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย เขาไม่เคยเสียการควบคุมขนาดนี้มาก่อน
ไม่ว่าจะกับผู้หญิงคนไหน แต่กับเด็กคนนี้ แค่เธอสัมผัส แค่เธอส่งสายตา เขาก็แทบจะหมอบราบคาบ
“ฝากไว้ก่อนเถอะพราว”
หนุ่มใหญ่ถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกชุ่มเหวี่ยงลงตะกร้าผ้าอย่างแรง เผยให้เห็นมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่แข็งเกร็ง
เดินตรงไปที่ห้องน้ำ เปิดฝักบัวให้น้ำเย็นจัดราดรดลงบนศีรษะและร่างกาย เพื่อดับไฟราคะที่กำลังลุกโชน
แต่น่าเสียดายแม้น้ำจะเย็นเพียงใด ก็ไม่อาจชะล้างสัมผัสอุ่นนุ่มจากฝ่ามือของเธอที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวอกของเขาออกไปได้เลย