ตอนที่ 5 ยั่วเงียบ

2035 Words
เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังเรือนหรูชี้บอกเวลาบ่ายสามโมงตรง ความเงียบในห้องถูกทำลายลงเป็นระยะด้วยเสียงตวัดปลายปากกาเซ็นเอกสารและเสียงพลิกกระดาษของสิงหราช กำลังนั่งหน้าเคร่งขรึมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ วันนี้เขามีประชุมมาราธอนกับหัวหน้าฝ่ายผลิตตั้งแต่เช้า เพิ่งจะได้กลับเข้ามาเคลียร์เอกสารกองโตในช่วงบ่าย ใบหน้าคมเข้มที่ปกติก็ดุอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งดูตึงเครียดขึ้นไปอีก คิ้วหนาขมวดมุ่นแทบจะชนกัน บ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อหากมีอะไรมาสะกิด ที่มุมหนึ่งของห้อง พราวนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเล็กที่สิงหราชสั่งให้คนยกมาตั้งไว้ใกล้ ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกใช้หรือจับตาดู เธอลอบมองเจ้านายผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะ รอยยิ้มซุกซนจุดขึ้นที่มุมปากเมื่อเห็นท่าทางเคร่งเครียดของเขา “คิ้วขมวดจนผูกโบว์ได้แล้วมั้งคะคุณอา” พราวเอ่ยเสียงเบาอย่างขบขัน เธอสังเกตเห็นว่าสิงหราชยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองบ่อยครั้ง และแก้วกาแฟบนโต๊ะก็ว่างเปล่ามานานแล้ว นี่คือจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปฏิบัติการ ‘กระชับพื้นที่’ พราวลุกขึ้นยืน จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เป๊ะปัง เสื้อเชิ้ตชีฟองสีครีมเนื้อบางเบาที่มองเห็นสายเดี่ยวซับในลูกไม้สีดำวับ ๆ แวม ๆ ยามต้องแสงไฟ กระโปรงทรงดินสอสีดำที่ผ่าข้างสูงขึ้นมาอวดเรียวขาขาวเนียน หญิงสาวเดินตรงไปยังมุมกาแฟ จัดการชงกาแฟร้อนสูตรพิเศษที่เขาชอบ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ “คุณสิงห์คะ พักดื่มกาแฟหน่อยไหมคะ เผื่อจะสดชื่นขึ้น” เสียงหวานใสเอ่ยทำลายความเงียบ พราวเดินนวดนาดเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเจ้านาย ในมือประคองถ้วยกาแฟกระเบื้องเคลือบราคาแพงที่มีควันฉุยลอยกรุ่น เจ้านายหน้านิ่งเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาอ่อนล้าฉายชัดวูบหนึ่งก่อนจะปรับเป็นเคร่งขรึมตามเดิม “อืม... วางไว้ตรงนั้นแหละ ขอบใจ” เขาตอบโดยไม่มองหน้า พยายามเบนสายตาไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับความสวยที่รุนแรงของเด็กฝึกงานคนนี้ ยิ่งเธอเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นกายสาวที่หอมละมุนก็ยิ่งรบกวนสมาธิเขาอย่างหนัก พราววางแก้วกาแฟลงบนที่รองแก้วข้างมือเขาอย่างระมัดระวัง แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะดึงมือกลับ ปลายเล็บยาวสวยที่เพิ่งทำมาใหม่แสร้งสะกิดโดนขอบแก้วเบา ๆ เหมือนอุบัติเหตุ แก้วกาแฟที่วางไม่เต็มฐานดีเอียงวูบ ของเหลวสีเข้มร้อนกรุ่นกระฉอกออกจากแก้ว กระเด็นไปโดนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของสิงหราชอย่างจัง! “เชี่ย!” เสียงสบถลั่นด้วยความตกใจ รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนถอยหลังเก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดัง “ว้าย! ตายแล้ว!” พราวอุทานเสียงหลง มือไม้อ่อนยกขึ้นปิดปาก ทำท่าตกใจสุดขีด “คุณสิงห์! พราวขอโทษค่ะ พราวไม่ได้ตั้งใจ มือมันลื่น เจ็บไหมคะ ร้อนมากไหม” กาแฟสีเข้มซึมกระจายเป็นวงกว้างบนอกเสื้อเชิ้ตราคาแพงอย่างรวดเร็ว ผ้าเนื้อดีที่เปียกชุ่มแนบลู่ไปกับแผงอกแกร่ง เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นและสีผิวแทนสวยรำไร ความร้อนของกาแฟทำให้ผิวหนังใต้ร่มผ้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที แต่โชคดีที่มันไม่ได้ร้อนจัดจนลวกผิว เพียงแค่สะดุ้งเท่านั้น “ไม่... ไม่เป็นไร” สิงหราชกัดฟันตอบ พยายามข่มความแสบร้อนและความหงุดหงิด หยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะมาซับ ๆ แบบลวก ๆ “เดี๋ยวผมไปล้างในห้องน้ำ” “ไม่ได้ค่ะ ต้องรีบเช็ดเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวผิวพอง” พราวไม่รอช้า เธอรีบวิ่งอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว คว้ากล่องทิชชูติดมือมาด้วย มือเรียวบางดึงกระดาษทิชชูออกมาเป็นปึก แล้วกดซับลงไปบนแผงอกกว้างที่เปียกชุ่มของเขาโดยที่ร่างสูงไม่ทันได้ตั้งตัว “พราว! ถอยไป ผมทำเองได้” สิงหราชร้องห้าม พยายามจะเบี่ยงตัวหนีและจับข้อมือเธอไว้ “อยู่นิ่ง ๆ สิคะ ยิ่งดิ้นมันยิ่งเลอะนะ” พราวดุกลับเสียงเขียว แสร้งทำหน้าจริงจังด้วยความเป็นห่วง “ดูสิคะ แดงหมดแล้วเนี่ย” มือเล็กนุ่มนิ่มของเธอกดซับลงบนเสื้อเชิ้ตเปียกชื้น แรงกดเบา ๆ นั้นทำให้ฝ่ามือของเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อหน้าอกที่เกร็งแน่นอยู่ภายใต้เนื้อผ้า ความร้อนจากผิวกายชายหนุ่มแผ่ซ่านออกมาจนเธอรู้สึกได้ พราวไม่ได้แค่ซับธรรมดา แต่เธอจงใจ ‘ลูบ’ และ ‘คลึง’ เบา ๆ ผ่านกระดาษทิชชู ไล่จากแผ่นอกลงมาที่หน้าท้องแกร่งที่มีลอนกล้ามเนื้อซิกแพคเรียงตัวสวย นิ้วเรียวกรีดกรายผ่านสาบเสื้อที่กระดุมเม็ดบนหลุดออกจากการขยับตัวเมื่อครู่ “ซี๊ด...” สิงห์เผลอสูดปากเบา ๆ ไม่ใช่เพราะความร้อนของกาแฟ แต่เป็นเพราะสัมผัสวาบหวิวที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง กลิ่นหอมของเธออยู่ใกล้แค่ปลายจมูก เส้นผมยาวสลวยสีคาราเมลที่ทิ้งตัวลงมาปรกใบหน้าสวยหวานเฉียดผ่านปลายคางเขาไปมา ยามที่เธอก้ม ๆ เงย ๆ เช็ดคราบกาแฟให้ สายตาของเขาที่พยายามจะมองต่ำหนีหน้าอกหน้าใจของเธอ กลับต้องมาเจอกับภาพที่อันตรายยิ่งกว่า กระดุมเสื้อเชิ้ตที่ปริออกเล็กน้อยยามคนตัวเล็กโน้มตัว เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวผ่องและร่องอกอิ่มที่มีลูกไม้สีดำปกปิดไว้อย่างหมิ่นเหม่ สิงหราชกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก เลือดในกายหนุ่มใหญ่สูบฉีดพล่านไปทั่วร่าง “พราว... พอแล้ว” สิงห์บอกเสียงพร่า พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “มัน... มันแห้งแล้ว” “ยังไม่แห้งเลยค่ะ ดูสิคะ มันซึมเข้าไปข้างในแล้ว” พราวเงยหน้าขึ้นสบตา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว จนลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งสองเป่ารดกัน ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังไหวระริก เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้น และเห็นความปรารถนาที่คนมาดขรึมพยายามกดข่มไว้อย่างชัดเจน “ถอดเถอะค่ะ” พราวเอ่ยบอกเสียงแผ่ว พลางวางมือทาบลงบนอกซ้ายของเขา ตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับจะทะลุออกมา “เสื้อเปียกแบบนี้ใส่แล้วไม่สบายตัวหรอกค่ะ เดี๋ยวพราวเอาไปซักให้” นิ้วเรียวสวยค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปที่กระดุมเม็ดที่สอง ปลดมันออกอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา ราวกับกำลังแกะของขวัญชิ้นสำคัญ สิงหราชยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด สมองสั่งการให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับทรยศ มันต้องการสัมผัสจากมือนุ่มนิ่มคู่นั้นมากกว่านี้ เขาเผลอกลั้นหายใจยามที่หลังมือนุ่มปัดผ่านผิวเนื้อเปลือยเปล่าบริเวณแผงอก “พราว...” สิงหราชเรียกชื่อหญิงสาวเสียงต่ำ เป็นเชิงตักเตือนและวิงวอนในคราเดียวกัน “อย่าเล่นแบบนี้” “เล่นอะไรคะ?” พราวถามกลับตาใสซื่อ ขณะที่นิ้วมือยังคงวุ่นวายอยู่กับกระดุมเม็ดที่สาม “พราวแค่เป็นห่วง กลัวคุณสิงห์จะไม่สบาย” เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แสนจะยั่วยวนและท้าทาย ก่อนจะก้มหน้าลงไปใกล้แผงอกเขาอีกครั้ง แล้วทำในสิ่งที่หนุ่มใหญ่คาดไม่ถึง “ฟู่...” หญิงสาวเป่าลมออกจากปากเบา ๆ รดลงบนผิวเนื้อแดงระเรื่อที่โผล่พ้นเสื้อออกมา ลมเย็น ๆ ปะทะกับผิวร้อนผ่าว ทำให้ร่างสูงสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความเสียวซ่านแล่นปราดจากจุดที่โดนเป่าลงไปสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วและรุนแรง “หายเจ็บหรือยังคะ” เงยหน้าขึ้นถามอีกครั้ง สายตาหวานเชื่อมหยาดเยิ้ม “เพี้ยง... หายนะ” ความอดทนเส้นสุดท้ายของสิงหราชขาดผึงลงวินาทีนั้น หมับ! มือหนาใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้างของพราว แล้วกระชากร่างบางเข้ามาแนบชิดตัวจนหน้าอกอวบอิ่มของเธอบดเบียดเข้ากับแผงอกแกร่ง พราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่ในใจกลับร้องเฮด้วยความสะใจ ‘ติดกับแล้ว!’ “รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่” คนพยายบามควบคุมตัวเองถามเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาจนจมูกโด่งเกือบจะชนแก้มเนียน กลิ่นกายชายชาตรีผสมกลิ่นกาแฟจาง ๆ ยิ่งเพิ่มความดิบเถื่อนและเซ็กซี่ให้กับหนุ่มใหญ่ “รู้ค่ะ” พราวตอบเสียงท้าทาย ไม่หลบสายตา “พราวกำลังดูแลเจ้านายไงคะ หรือว่าคุณสิงห์คิดเป็นอื่นคะ?” คำย้อนที่แสนจะเจ็บแสบทำให้สิงหราชกัดกรามแน่น เขาอยากจะบดขยี้ริมฝีปากอิ่มสีพีชที่ช่างเจรจานั้นให้รู้ฤทธิ์ แต่ศักดิ์ศรีและความเป็นผู้ใหญ่ยังค้ำคออยู่ เขาคือเจ้าของไร่ผู้ทรงเกียรติจะมาพ่ายแพ้ให้กับมารยาของเด็กเมื่อวานซืนแบบนี้ไม่ได้! สิงหราชสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด ผลักร่างของพราวออกห่างเบา ๆ แต่หนักแน่นพอที่จะสร้างระยะห่างระหว่างกัน “พอได้แล้ว” บอกเสียงดังฟังชัด “ผมจะไปเปลี่ยนเสื้อ คุณกลับไปทำงานที่โต๊ะ แล้วห้ามลุกตามมาเด็ดขาด” พูดจบก็รีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวที่อยู่ด้านหลังห้องทำงานทันที ท่าทางรีบร้อนราวกับคนหนีตาย ทิ้งให้พราวยืนยิ้มกริ่มอยู่กลางห้องลำพัง เมื่อประตูห้องพักส่วนตัวปิดลง และเสียงล็อกกลอนดัง ตามมาติด ๆ พราวก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ “คิ ๆ ๆ น่ารักชะมัด” เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง นึกถึงสายตาร้อนแรงของเขาเมื่อครู่ หัวใจก็เต้นแรงไม่แพ้กัน ใช่ว่าเธอจะเก่งกล้าสามารถขนาดนั้น สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่น ๆ และกลิ่นอายความดิบเถื่อนของร่างสูงก็เล่นเอาเธอแข้งขาอ่อนเหมือนกัน “เกือบไปแล้วนะยัยพราว อีกนิดเดียวพ่อเสือก็ตะปบเหยื่อแล้ว ต้องเอาชนะคุณอาสิงห์ให้ได้” พราวพึมพำกับตัวเอง พลางก้มลงเก็บแก้วกาแฟที่หกเลอะเทอะด้วยอารมณ์เบิกบาน ฮัมเพลงเบา ๆ อย่างมีความสุข ขณะเช็ดคราบกาแฟบนโต๊ะ ...ทางด้านในห้องพักส่วนตัว สิงหราชยืนพิงประตูห้อง หอบหายใจหนักหน่วงราวกับเพิ่งไปวิ่งรอบไร่มา มือหนายกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่หัวใจยังคงเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่ง “ยัยเด็กบ้า... ยัยตัวแสบ” ก้มลงมองสภาพตัวเองในกระจก เสื้อเชิ้ตเปียกชุ่มแนบเนื้อ กระดุมหลุดลุ่ยด้วยสีหน้าหน้าแดงก่ำ และที่สำคัญความเป็นชายที่ตื่นตัวจนปวดหนึบอยู่ภายใต้กางเกงยีนเนื้อหนา เสียงสบถคำหยาบออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย เขาไม่เคยเสียการควบคุมขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าจะกับผู้หญิงคนไหน แต่กับเด็กคนนี้ แค่เธอสัมผัส แค่เธอส่งสายตา เขาก็แทบจะหมอบราบคาบ “ฝากไว้ก่อนเถอะพราว” หนุ่มใหญ่ถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกชุ่มเหวี่ยงลงตะกร้าผ้าอย่างแรง เผยให้เห็นมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่แข็งเกร็ง เดินตรงไปที่ห้องน้ำ เปิดฝักบัวให้น้ำเย็นจัดราดรดลงบนศีรษะและร่างกาย เพื่อดับไฟราคะที่กำลังลุกโชน แต่น่าเสียดายแม้น้ำจะเย็นเพียงใด ก็ไม่อาจชะล้างสัมผัสอุ่นนุ่มจากฝ่ามือของเธอที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวอกของเขาออกไปได้เลย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD