ตอนที่ 4 เด็กฝึกงาน

1890 Words
ตอนที่ 4 เด็กฝึกงาน เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในห้องทำงานใหญ่ของไร่ภักดีบดินทร์ดูเหมือนจะสดใสขึ้นกว่าทุกวัน อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของ เก่งกาจ เลขาฯ หนุ่มที่ปกติมักจะต้องนั่งหน้าดำคร่ำเครียดรับมือกับพายุอารมณ์ของเจ้านาย แต่วันนี้เขากลับมีเวลาจิบกาแฟอย่างสบายใจ เพราะมีตัวช่วยระดับท็อปมาแบ่งเบาภาระ “เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะพี่เก่ง เอกสารย้อนหลัง 3 ปี พราวแยกหมวดหมู่ตามวันที่และประเภทคู่สัญญาให้แล้วนะคะ แฟ้มสีน้ำเงินคือสัญญาซื้อขาย สีแดงคือเอกสารทางกฎหมาย ส่วนสีเขียวคือบัญชีงบดุลค่ะ” เสียงหวานใสเจือความมั่นใจดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่วางกองแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะอย่างเบามือ เก่งกาจตาโต อ้าปากค้างเมื่อเห็นตั้งเอกสารที่ถูกจัดระเบียบอย่างเนี้ยบกริบ “โห... พราว! นี่พี่ทำมาเป็นอาทิตย์ยังไม่เสร็จ น้องพราวใช้เวลาแค่ครึ่งเช้าเนี่ยนะ? สุดยอดไปเลยครับ!” “เรื่องเล็กน้อยค่ะ พราวชอบจัดระเบียบอยู่แล้ว” พราวยิ้มตอบอย่างถ่อมตน แต่แววตาเป็นประกายวาววับ ในชาติที่แล้ว ช่วงเวลาที่เธอคบกับไทม์ เธอไม่ได้แค่นั่งสวย ๆ ไปวัน ๆ แต่ไทม์มักจะโยนงานเอกสารของไร่ที่เขาขี้เกียจทำมาให้เธอช่วยทำเสมอ ทำให้เธอคุ้นเคยกับระบบงานของที่นี่เป็นอย่างดี แถมยังรู้ลึกไปถึงจุดอ่อนและช่องโหว่ของการบริหารงานในยุคนี้ด้วย ตึก ตึก... เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นดังมาจากทางเดินหน้าห้อง รอยยิ้มของพราวขยายกว้างขึ้น เธอกระซิบกับเก่งกาจเบา ๆ “คุณสิงห์มาแล้วค่ะ” ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของสิงหราช ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม คิ้วหนาขมวดมุ่นเป็นปมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่คุกรุ่นอยู่ในใจ มือหนาถือแท็บเล็ตเครื่องบางไว้แน่นราวกับอยากจะบีบมันให้แตกคามือ “เก่งกาจ! สัญญาเจรจากับกลุ่มทุนจีนไปถึงไหนแล้ว ทำไมฝ่ายกฎหมายถึงยังไม่ส่งดราฟต์สุดท้ายมาให้ผมดูอีก พรุ่งนี้ต้องบินไปเซ็นแล้วนะ!” เสียงทุ้มตวาดก้องห้อง ทำให้เก่งกาจสะดุ้งโหยง รีบลนลานค้นหาเอกสาร “เอ่อ... ทางฝ่ายกฎหมายแจ้งว่ากำลังตรวจทานเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ครับนาย เห็นว่ามีความเสี่ยงเรื่องค่าเงินหยวนผันผวน...” “ข้ออ้าง!” สิงห์กระแทกแท็บเล็ตลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปัง “ผมบอกไปแล้วว่าให้ฟิกซ์เรตไปเลย จะผันผวนยังไงผมรับผิดชอบเอง ทำงานชักช้าไม่ทันกินแบบนี้ ลูกค้าหนีหมดพอดี” บรรยากาศเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น สิงหราชเดินวนไปมาเหมือนเสือติดจั่น เขาเกลียดความไม่เป็นมืออาชีพและความล่าช้าที่สุด พราวยืนสงบนิ่งอยู่ที่มุมห้อง มองดูหนุ่มใหญ่อารมณ์ร้ายด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ เธอจำเหตุการณ์นี้ได้แม่นยำ การเจรจากับกลุ่มทุน ‘หวังกรุ๊ป’ จากจีน ในอดีต สิงหราชเซ็นสัญญานี้ด้วยความเร่งรีบเพราะกลัวเสียโอกาส แต่หารู้ไม่ว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า รัฐบาลจีนจะออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มงวดเรื่องสารตกค้าง ทำให้ไวน์ล็อตใหญ่ของไร่ภักดีบดินทร์ถูกตีกลับ ขาดทุนย่อยยับเกือบสิบล้าน เธอจะไม่ยอมให้ว่าที่สามี (ในอนาคต) ต้องขาดทุนฟรี ๆ แน่นอน “ขออนุญาตค่ะ คุณสิงห์” เสียงหวานที่แทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียดทำให้สิงหราชชะงัก หันขวับมามองทางต้นเสียง สายตาคมดุจใบมีดโกนจ้องเขม็ง “มีอะไร ไม่เห็นเหรอว่าผมกำลังยุ่ง” คนหัวเสียถามเสียงห้วน แต่พราวไม่สะทกสะท้าน ก้าวเดินเข้าไปหาสิงหราชด้วยท่วงท่ามั่นใจแต่ยังคงความอ่อนน้อม “พราวเห็นเอกสารสัญญาฉบับร่างวางอยู่บนโต๊ะพี่เก่งเมื่อเช้า ถ้าคุณสิงห์ไม่ว่าอะไร พราวขอเสนอความคิดเห็นหน่อยได้ไหมคะ” “คุณเนี่ยนะ?” สิงหราชเลิกคิ้วสูง มองเด็กฝึกงานตรงหน้าด้วยสายตาประเมินแกมดูแคลนเล็กน้อย “คุณจบการตลาด? รู้เรื่องกฎหมายการค้าระหว่างประเทศด้วยหรือไง” “พราวเรียนไมเนอร์ธุรกิจระหว่างประเทศมาค่ะ แล้วก็พอจะอ่านภาษาจีนได้บ้าง” พราวโกหกหน้าตาย เรื่องภาษาจีนเธอพอได้ แต่เรื่องธุรกิจนั้นเธอรู้มาจากประสบการณ์เลือดตาแทบกระเด็นในชาติก่อนต่างหาก เธอยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสัญญาฉบับร่างที่วางอยู่มุมโต๊ะของเก่งกาจขึ้นมา แล้วเปิดไปยังหน้าเกือบสุดท้าย นิ้วเรียวสวยชี้ไปที่ข้อย่อยข้อหนึ่ง “ตรงนี้ค่ะ ข้อ 14.3 เรื่องมาตรฐานบรรจุภัณฑ์และการตรวจสอบสารปนเปื้อน” พราวขยับเข้าไปใกล้เจ้าของร่างสูง จนเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกครั้ง “ในสัญญาระบุว่าเราต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GB ของจีนฉบับปัจจุบัน แต่พราวได้ข่าววงในมาว่า ทางการจีนกำลังจะประกาศใช้มาตรฐานใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งเข้มงวดกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะค่าซัลไฟต์ในไวน์แดง” สิงหราชนิ่งฟัง สีหน้าเริ่มเปลี่ยนจากรำคาญเป็นสนใจ เขาหยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวมแล้วก้มลงมองจุดที่พราวชี้ “ถ้าเราเซ็นสัญญาฉบับนี้โดยไม่อ้างอิงมาตรฐานใหม่” พราวอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงฉะฉาน เป็นงานเป็นการ “ไวน์ล็อตแรกที่เราส่งไปเดือนหน้า อาจจะผ่านด่านศุลกากร แต่ล็อตถัดไปในช่วงปลายปีอาจจะโดนตีกลับทั้งตู้คอนเทนเนอร์เพราะค่าซัลไฟต์เกินมาตรฐานใหม่ เสียทั้งเงิน เสียทั้งชื่อเสียงนะคะ” สิงหราชเงยหน้าขึ้นมองพราวช้า ๆ สายตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่สายตาที่มองเด็กฝึกงานแต่งตัวสวยไปวัน ๆ อีกแล้ว แต่เป็นสายตาที่มองคนทำงานที่มีความคิด “คุณรู้เรื่องมาตรฐานใหม่นี่ได้ยังไง? ขนาดฝ่ายกฎหมายผมยังไม่แจ้งเลย” เขาถามเสียงเข้มอยย่างจับพิรุธ “พราว... เอ่อ พราวชอบอ่านข่าวเศรษฐกิจจีนในเว็บน่ะค่ะ พอดีเพื่อนคนจีนแชร์มาให้อ่าน” พราวแถสีข้างถลอก แต่ยังคงรักษาสีหน้ายิ้มแย้มไว้ “พราวคิดว่าคุณสิงห์น่าจะลองให้ฝ่ายผลิตเช็กค่าซัลไฟต์ของเราเทียบกับมาตรฐานใหม่ดู แล้วแก้สัญญาให้ยืดหยุ่นกว่านี้ กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ” สิงหราชนิ่งคิดตาม สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เด็กคนนี้พูดมีเหตุผลและน้ำหนักมาก ถ้ามันเป็นจริง เธอเพิ่งช่วยเซฟเงินเขาไปหลายล้าน “เก่งกาจ” เจ้าของไร่องุ่นหันไปสั่งงานทันที น้ำเสียงเด็ดขาดแต่ไม่เกรี้ยวกราดเหมือนก่อนหน้า “โทรหาหัวหน้าฝ่ายผลิต แล้วเช็กข่าวเรื่องกฎหมายใหม่ของจีนเดี๋ยวนี้ ถ้าจริงอย่างที่พราวพูด สั่งชะลอการเซ็นสัญญา แล้วเรียกประชุมด่วน!” “ครับนาย” เก่งกาจรับคำสั่งแล้วรีบต่อสายโทรศัพท์มือไม้สั่น จากนั้นสิงหราชก็หันกลับมามองพราวอีกครั้ง “ไม่เลว” พึมพำออกมา มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่หาดูได้ยาก “ดูเหมือนคุณจะไม่ได้มีดีแค่แต่งตัวสวยจริง ๆ สินะ” คำชมที่ออกมาจากปากคนปากหนักทำเอาหัวใจของพราวพองโต แต่เธอยังคงคีพลุคไว้ ไม่แสดงถึงความยินดีออกมา “ขอบคุณค่ะ” พราวยิ้มรับ “พราวบอกแล้วไงคะ ว่าพราวตั้งใจมาทำงานจริง ๆ” “อืม... เข้าใจแล้ว” หนุ่มใหญ่พยักหน้าเบา ๆ สายตาเลื่อนไปมองกองเอกสารที่พราวจัดไว้บนโต๊ะเก่งกาจ “แล้วนั่น... ฝีมือคุณด้วยเหรอ?” “ใช่ค่ะ พราวเห็นมันรก ก็เลยถือวิสาสะจัดหมวดหมู่ให้ คุณสิงห์จะหาเอกสารอะไรก็ง่ายขึ้นค่ะ อย่างเช่น...” ช่วงขาเรียวเดินไปหยิบแฟ้มสีน้ำเงินเล่มหนึ่งออกมา “ถ้าอยากดูงบโฆษณาไตรมาสที่แล้ว ก็เล่มนี้ค่ะ หน้า 45 พราวคั่นหน้าไว้ให้แล้ว” สิงหราชรับแฟ้มไปเปิดดู ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอ ทำให้คนเจ้าระเบียบอย่างเขาปฏิเสธไม่ลงว่าเขาพอใจมาก “ดี... ดีมาก” เอ่ยชมเสียงนุ่มขึ้น แววตาที่มองเธอดูอ่อนลงหลายส่วน “งั้นต่อไปนี้หน้าที่จัดการเอกสารเข้าออกห้องผม ผมยกให้คุณดูแล เก่งกาจจะได้มีเวลาไปดูหน้างานช่วยผม” “ยินดีค่ะ พราวจะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด” พราวเน้นคำว่า ‘ดูแล’ ด้วยน้ำเสียงที่สื่อความหมายสองแง่สองง่าม พร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้ สิงหราชชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกร้อนวูบวาบแบบเมื่อวานตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาแสร้งกระแอมไอแก้เก้อ “อะแฮ่ม! แล้วก็... กาแฟ” สิงห์สั่งโดยไม่มองหน้า “ไปชงกาแฟมาให้ผมแก้วนึง ขอเข้ม ๆ ไม่หวาน ชงเป็นไหม?” “เป็นสิคะ” พราวยิ้มกริ่ม “รับรองว่าถูกปากคุณสิงห์แน่นอนค่ะ” หญิงสาวหมุนตัวเดินไปยังมุมแพนทรีเล็ก ๆ ทรวดทรงองค์เอวที่เคลื่อนไหวอย่างมีจริตจะก้านอยู่ในสายตาของหนุ่มใหญ่ตลอดเวลา เขามองแผ่นหลังบางนั้นพลางครุ่นคิด เด็กคนนี้อันตราย เก่ง ฉลาด ทันคน แถมยังสวยจนน่ากลัว การมีเธอมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ มันเหมือนเขากำลังเลี้ยงลูกแมวป่าเอาไว้ในห้อง แต่ลึก ๆ ในใจ เขากลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด ไม่นานนักลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟสดก็ลอยมาเตะจมูก พราวกลับมาพร้อมถ้วยกาแฟกระเบื้องเคลือบเนื้อดีมาวางลงบนโต๊ะข้างมือเขา “อเมริกาโน่ร้อน ไม่ใส่น้ำตาลค่ะ” สิงหราชยกแก้วขึ้นจิบ รสชาติเข้มข้น หอม กลมกล่อม อุณหภูมิกำลังพอดีไม่ลวกปาก เป็นรสชาติที่ใช่อย่างเหลือเชื่อ ราวกับเธอรู้ใจเขามานานปี “เป็นไงคะ พอทานได้ไหม?” พราวถามพลางเท้าแขนลงกับขอบโต๊ะ โน้มตัวลงมาหาเขาเล็กน้อยในระยะประชิด หน้าอกอวบอิ่มอยู่ห่างจากสายตาเขาเพียงคืบ หนุ่มใหญ่สำลักความขมของกาแฟเล็กน้อย แต่เก็บอาการไว้ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ พยายามปั้นหน้านิ่ง “ก็... ใช้ได้” เขาตอบเสียงเรียบ “ไปทำงานต่อได้แล้ว อย่ามัวแต่มายืนอู้งาน” “รับทราบค่ะ แด๊ดดี้” พราวหลุดคำว่า ‘แด๊ดดี้’ ออกมาเบา ๆ ราวกับเสียงกระซิบ ก่อนจะรีบทำท่าปิดปากเหมือนพูดผิด “อุ๊ย! ขอโทษค่ะ พราวหมายถึง... คุณสิงห์” เธอส่งยิ้มซุกซนให้เขาหนึ่งที แล้วเดินนวดนาดกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งให้สิงหราชนั่งนิ่งค้างอยู่กับที่ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอกเสื้อ ‘แด๊ดดี้งั้นเหรอ ยัยเด็กนี่เป็นคนยังไงกันเนี้ย ร้ายจริง ๆ” ชายหนุ่มใหญ่ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพื่อไล่ความร้อนผ่าว คำเรียกขานที่แสนจะยั่วยวนนั้นดังก้องอยู่ในหัว “ยัยเด็กแสบ” สิงหราชพึมพำลอดไรฟัน มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ “เดี๋ยวเถอะ... เล่นกับไฟระวังจะโดนเผาไม่รู้ตัว” แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ คนที่กำลังถูกไฟลนก้นจนนั่งไม่ติด น่าจะเป็นตัวเขาเองเสียมากกว่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD