ตอนที่ 1 แตกหัก

1950 Words
ตอนที่ 1 แตกหัก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างดังสนั่นหวั่นไหว แข่งกับเสียงสายฝนที่ตกลงมากระทบกระจกหน้าต่างคอนโดหรูใจกลางเมือง ราวกับว่าท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับโชคชะตาที่บิดเบี้ยวของหญิงสาวผู้หนึ่ง ภายในห้องนอนที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของผู้หญิงแปลกหน้า “พราว! ฟังไทม์ก่อน!” เสียงทุ้มที่เคยพร่ำบอกรักตะโกนไล่หลังมาอย่างร้อนรน แต่ทว่าเจ้าของชื่อนั้นไม่ได้หยุดฟัง พราว หรือ พรนภัส เลิศวรินทร์ สาวสวยวัย 24 ปี ในชุดเอื้อมยีนทะมัดทะแมง ดวงหน้าเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตา ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูห้องนอน ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยทอประกายสดใส แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส ภาพเบื้องหน้าคือ ไทม์ หรือ ธนกฤต แฟนหนุ่มที่เธอคบหามาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ลูกชายเจ้าของไร่องุ่นชื่อดัง กำลังรีบคว้าผ้าขนหนูมาพันกายท่อนล่างอย่างลวก ๆ บนเตียงกว้างที่ยับยู่ยี่นั้น มีหญิงสาวอีกคนนั่งชันเข่ามองมาด้วยสายตาเย้ยหยันและท้าทาย “ฟังเหรอ? จะให้ฟังอะไรอีก ไทม์!” พราวตวาดกลับเสียงสั่นเครือ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อกจนแทบหายใจไม่ออก “ภาพมันฟ้องขนาดนี้ นายยังจะแก้ตัวอะไรอีก!” “มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดนะพราว ฉันกับวิ... เราแค่...” ไทม์พยายามเดินเข้ามาจับมือเธอ แต่พราวสะบัดออกอย่างรังเกียจ “อย่ามาแตะตัวพราว!” เธอตะโกนลั่น ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของแฟนหนุ่มฉาดใหญ่ เพี้ยะ! ใบหน้าของไทม์หันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือห้าแถบปรากฏเด่นชัดขึ้นบนแก้มสาก เขาหันกลับมามองพราวด้วยสายตาที่ไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่แสนเรียบร้อยและอ่อนหวานอย่างเธอจะกล้าทำร้ายเขา “เธอตบฉันเหรอพราว?” ไทม์ถามเสียงต่ำ แววตาเริ่มแข็งกร้าวขึ้น “แค่เรื่องสนุก ๆ ของผู้ชาย จะจริงจังอะไรนักหนา ไทม์ก็ยังเลือกพราวเป็นตัวจริงอยู่ดีไม่ใช่รึไง!” คำพูดที่เห็นแก่ตัวนั้นเปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจ พราวมองหน้าผู้ชายที่เธอเคยวาดฝันว่าจะสร้างครอบครัวด้วยความผิดหวังถึงขีดสุด “เรื่องสนุกงั้นเหรอ... ความซื่อสัตย์ของพราว ความรักของพราว มันเป็นแค่เรื่องตลกสำหรับไทม์สินะ” พราวแค่นยิ้มทั้งน้ำตา รอยยิ้มนั้นขมขื่นจนน่าใจหาย “พอสักทีเถอะไทม์ เราจบกันแค่นี้!” “พราว! อย่ามางี่เง่านะ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง” ไทม์พยายามจะคว้าตัวเธอไว้ แต่พราวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกเขาเต็มแรง ก่อนจะวิ่งหนีออกจากห้องนรกแห่งนั้น ทิ้งเสียงตะโกนด่าทอของไทม์ไว้เบื้องหลัง ด้านนอกสายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุเข้า พราววิ่งลงมาที่ลานจอดรถด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เธอพาตัวเองเข้าไปในรถคันเก่ง สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปสู่ถนนใหญ่โดยไม่คิดชีวิต น้ำตามากมายไหลพรากลงมาอาบแก้มจนภาพตรงหน้าพร่ามัว เสียงสะอื้นไห้ดังระงมแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ‘ทำไม... ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ฉันทำอะไรผิด ฉันรักนายไม่พอเหรอไทม์’ คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและความน้อยเนื้อต่ำใจ พราวปาดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวก ๆ พยายามเพ่งมองถนน แต่ม่านน้ำตากลับบดบังทัศนวิสัยจนแทบมองไม่เห็นทาง แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปบนถนนเปียกลื่น ทันใดนั้น... แสงไฟจ้าจากรถบรรทุกที่สวนเลนมาก็สาดเข้าตาทันที ปี้นนน... เสียงแตรดังลากยาวก้องกังวานไปทั่วโสตประสาท พราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เท้าเล็กเหยียบเบรกจนมิด แต่ด้วยความเร็วของรถบวกกับถนนที่ลื่นทำให้รถเสียหลักหมุนคว้างกลางถนน “กรี๊ดดด...” โครม! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างกายของพราวถูกเหวี่ยงไปมาอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงจมูก สติของพราวเริ่มเลือนราง ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือเศษกระจกที่แตกกระจายและแสงไฟที่ค่อย ๆ ดับวูบลง พร้อมกับความหนาวเหน็บที่เริ่มกัดกินหัวใจ ‘ถ้าชาติหน้ามีจริง... ฉันจะไม่ขอรักคนใจร้ายอย่างนายอีกเลย...’ . . . “ถึงสถานีปากช่องแล้วครับ ผู้โดยสารโปรดตรวจสอบสัมภาระ...” เสียงประกาศตามสายที่ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ปลุกให้พราวสะดุ้งตื่นขึ้นจากภวังค์อันดำมืด เฮือก! หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกโพลงขึ้นท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง “แฮ่ก... แฮ่ก...” พราวยกมือขึ้นทาบอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามไรผม เธอหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนกและมึนงง ที่นี่ไม่ใช่ซากรถที่พังยับเยิน ไม่ใช่โรงพยาบาลและไม่ใช่โลกหลังความตาย แต่เป็น... บนรถไฟ? เสียงของล้อเหล็กที่บดเบียดไปกับรางดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านหน้าต่างบานเลื่อนเข้ามาปะทะใบหน้า กลิ่นสนิมเหล็กจาง ๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นและกลิ่นไก่ย่างที่แม่ค้าหาบเร่เดินขาย เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด “นี่ฉัน... ยังไม่ตายเหรอ?” พราวพึมพำกับตัวเองเสียงเบาหวิว ยกสองมือขึ้นมาดู พลิกซ้ายพลิกขวา ไม่มีรอยแผล ไม่มีเลือด ร่างกายครบ 32 ทุกประการ เธอรีบคลำไปตามใบหน้าและลำตัว ทุกอย่างดูปกติ... ปกติจนน่ากลัว “หนูจ๊ะ เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดเชียว” เสียงทักทายอย่างใจดีดังขึ้นจากหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ป้าคนนั้นมองพราวด้วยสายตาเป็นห่วง “เมารถไฟหรือเปล่า เอายาดมไหม?” พราวส่ายหน้าช้า ๆ พยายามรวบรวมสติ “มะ... ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะป้า” เธอรีบควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายข้างใบเก่ง นิ้วเรียวสั่นระริกขณะกดปุ่มเปิดหน้าจอ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2xxx ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างแทบถลน ตัวเลขปีพุทธศักราชที่ปรากฏบนหน้าจอคือปีเมื่อ... 2 ปีก่อน! “เป็นไปไม่ได้...” พราวอุทานออกมาเบา ๆ มือไม้เริ่มเย็นเฉียบ ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับน้ำป่าไหลหลาก วันนี้... วันที่ 15 มีนาคมเมื่อ 2 ปีก่อน คือวันที่เธอนั่งรถไฟจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางมาฝึกงานที่... ไร่ภักดีบดินทร์ ใช่... มันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เธอจำได้แม่นยำ วันนี้เธอจะเดินทางไปถึงสถานีปากช่อง แล้วไทม์แฟนหนุ่มที่เพิ่งคบกันได้ไม่นานจะมารับเธอที่สถานี เขาพาเธอไปที่ไร่ แนะนำให้รู้จักกับพ่อของเขา แล้วเรื่องราวความรักอันแสนหวานชื่น (จอมปลอม) ก็จะเริ่มต้นขึ้นที่นั่น พราวหลับตาลงแน่น พยายามลำดับเหตุการณ์ ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง ความรู้สึกตอนที่รถหมุนคว้าง และความตายที่เยือกเย็น ทุกอย่างมันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่ความฝัน “ฉันย้อนเวลากลับมาจริง ๆ เหรอเนี้ย” ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อพึมพำออกมาแผ่วเบา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ไม่ใช่เย้ยหยันใคร แต่เย้ยหยันโชคชะตาที่เล่นตลกกับเธอ ให้โอกาสได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปสู่ขุมนรกแห่งความรักจอมปลอม พราวหันหน้าออกไปมองวิวนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ของภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนและทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคลื่อนผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว ช่างดูสวยงามและสงบนิ่ง ต่างจากพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของเธอ ในชาติที่แล้ว เธอคือผู้หญิงหัวอ่อนที่บูชาความรัก ทุ่มเททุกอย่างเพื่อไทม์ ยอมให้เขาบงการชีวิต ยอมปิดหูปิดตาเรื่องความเจ้าชู้ เพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว จนสุดท้ายต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสมเพช แต่วันนี้... ตอนนี้... เธอคือพราวคนใหม่ แววตาที่เคยสับสนและตื่นตระหนกค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและมุ่งมั่น ดวงตาสีเทาอ่อนทอประกายวาวโรจน์ “ขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสฉันอีกครั้ง” พราวกำโทรศัพท์ในมือแน่น ก้มลงมองหน้าจออีกครั้ง ข้อความไลน์เด้งขึ้นมา ชื่อผู้ส่งคือ... Time: ถึงไหนแล้วครับคนดี ไทม์มารอรับที่สถานีแล้วนะ คิดถึงจังเลย หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงรีบตอบกลับไปด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น พิมพ์คำหวานเลี่ยนส่งกลับไปพร้อมสติ๊กเกอร์รูปหัวใจรัว ๆ แต่ตอนนี้ เมื่อได้เห็นข้อความนั้น ความรู้สึกเดียวที่เกิดขึ้นคือความขยะแขยงและคลื่นไส้ “คิดถึงเหรอ หึ! โกหกทั้งเพ” พราวแสยะยิ้มเย็นชา นิ้วเรียวสวยกดปิดหน้าจอโดยไม่คิดจะอ่านหรือตอบกลับ เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วหยิบตลับแป้งขึ้นมาส่องกระจก ใบหน้าในกระจกคือพราวในวัย 22 ปีที่ยังสดใส แก้มป่องนิด ๆ ผิวพรรณเปล่งปลั่งไร้ริ้วรอยความเครียด ดวงตากลมโตคู่สวยที่ใคร ๆ ต่างก็หลงรัก จ้องมองกลับมา “จำความเจ็บปวดนั้นไว้ให้ดี” เธอบอกกับตัวเองในกระจก น้ำเสียงหนักแน่น “การไปที่ไร่ภักดีบดินทร์ครั้งนี้ จะต้องไม่เหมือนเดิม” เธอไม่ได้กลับไปเพื่อเป็นเหยื่อให้เสือผู้หญิงอย่างไทม์ขย้ำเล่นอีกแล้ว แต่เธอจะกลับไปในฐานะผู้ล่า และเป้าหมายของเธอในครั้งนี้ ไม่ใช่ลูกชายเจ้าของไร่ที่ไร้วุฒิภาวะคนนั้น ภาพของหนุ่มใหญ่อีกคนผุดขึ้นมาในความทรงจำ... คนที่เธอเคยกลัวและเกรงใจในชาติที่แล้ว ผู้ชายที่มีใบหน้าคมเข้ม ดุดัน แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ผู้ที่เป็นพ่อแท้ ๆ ของไทม์ สิงห์ หรือ สิงหราช ภักดีบดินทร์ ครั้งนั้นเธอเคยมองข้ามเขาไป เพราะมัวแต่หลงใหลในความฉาบฉวยของลูกชาย เมื่อมองย้อนกลับไป ช่วงเวลาที่เธอฝึกงาน คนที่คอยช่วยเหลือ แนะนำ และตักเตือนเธอด้วยความหวังดีเสมอมา กลับไม่ใช่แฟนหนุ่ม แต่เป็น คุณอาสิงห์ เจ้าของไร่จอมดุคนนั้นต่างหาก พราวสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก แต่งแต้มให้ใบหน้าหวานหยดนั้นดูเซ็กซี่และอันตรายขึ้นมาทันตาเห็น “รอหน่อยนะคะ คุณอาสิงห์” เธอยกมือขึ้นสางผมลอนยาวสลวยสีคาราเมลให้เข้าทรง จัดเสื้อนักศึกษาพอดีตัวให้เรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ต่อจากนี้ เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นยาวเหยียด เป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ล้อเหล็กชะลอความเร็วลง ภาพสถานีรถไฟปากช่องค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นในครรลองสายตา พราวลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ก้าวเดินไปที่ประตูทางออกด้วยท่วงท่ามั่นใจ ละครฉากใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น และครั้งนี้เธอจะเป็นคนกำหนดเส้นทางใหม่เอง “ลาก่อนนะความรักโง่ ๆ และสวัสดีชีวิตใหม่” หญิงสาวก้าวลงจากรถไฟ ท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องลงมา ราวกับสปอตไลต์ที่ส่องนำทางให้เธอก้าวเดินไปสู่เกมแก้แค้นที่เดิมพันด้วยหัวใจ... และเป้าหมายใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD