ตอนที่10

1566 Words
หยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มของ ผิงผิง มือหนาของบอสคินที่จับข้อมือเธออยู่แม้มันจะดูมั่นคงแต่เธอก็สัมผัสได้ว่าเขากำลังสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธ หรือผิดหวังก็ไม่รู้ "ผิง... ผมถามว่าใครสั่งให้เธอทำ" คินเค้นเสียงถามอีกครั้ง ความกดดันมันพุ่งปรี๊ดจนผิงผิงหายใจไม่ออก เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยน้ำตามองคนตัวสูง "ผิง... "พยายามจะพูดนะยัยผิง แต่ทำไมลิ้นมันแข็งแบบนี้วะ " "ผิงขอโทษค่ะบอส ผิงไม่ได้อยากทำจริงๆ แต่ผิงไม่มีทางเลือกแล้ว" "ไม่มีทางเลือก ทางเลือกมีตั้งเยอะแยะ แต่เธอเลือกที่จะมาขโมยของผมเนี่ยนะ" คินคำรามต่ำๆ เขาปล่อยข้อมือเธอแต่เปลี่ยนมาคว้าไหล่ทั้งสองข้างไว้แทน "บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าพวกมันขู่อะไรเธอ ถ้าไม่บอก ผมจะโทรแจ้งความจริงๆ ด้วย!" "อย่าแจ้งนะบอส! อย่าแจ้ง" ผิงผิงโผเข้ากอดเอวคินไว้แน่น ซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างพลางร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาย "พวกมันจับพ่อกับแม่ผิงไป ฮือออ... มันส่งรูปมาบอกว่าถ้าผิงไม่เอาข้อมูลธุรกิจบอสไปแลก พวกมันจะฆ่าพ่อแม่ผิง บอสช่วยผิงด้วย ผิงกลัวจริงๆ ผิงไม่รู้จะทำยังไงแล้ว" ความเงียบเข้าปกคลุมร้านอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของร่างเล็กในอ้อมกอด คินยืนนิ่งขึงไปชั่วครู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันทีที่ได้ยินความจริง "ไอ้พวกเวรเอ๊ย..." เขาพึมพำลอดไรฟัน มือหนาค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาลูบหัวพนักงานตัวแสบเบาๆ เป็นเชิงปลอบ "บอส... "บอสจะเกลียดผิงไหมวะที่ผิงเป็นต้นเหตุทำให้เรื่องมันวุ่นวายขนาดนี้" บอสจะส่งผิงให้ตำรวจก็ได้นะ ผิงผิดเองที่ซุ่มซ่ามไปติดหนี้ เอ๊ย ไปทำให้พ่อแม่เดือดร้อนจนพวกมันต้องมาใช้ผิงเป็นเครื่องมือ" ผิงผิงเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่แตกสลาย "แต่บอสช่วยพ่อแม่ผิงก่อนได้ไหมคะ ผิงยอมทำทุกอย่างเลย จะติดคุกแทนก็ได้" คินถอนหายใจยาวเหยียด เขาเชยคางเธอขึ้นมาแล้วใช้หัวแม่มือปาดน้ำตาให้อย่างเบามือ "ยัยบื้อ... ใครจะส่งเธอให้ตำรวจกัน ผมบอกแล้วไงว่าเธอเป็นคนของผม ใครหน้าไหนก็แตะไม่ได้" "แต่พวกมันมีปืนนะบอส! พวกมันดูนักเลงมากเลยนะ" ผิงผิงบอกด้วยความกังวล "ปืนเหรอ หึ..." คินเหยียดยิ้มมุมปากที่ดูเย็นเฉียบจนผิงผิงขนลุก "พวกมันคงไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร ผิง... เอามือถือเธอมาให้ผมดูรูปนั่นเดี๋ยวนี้" ผิงผิงรีบควักมือถือออกมาส่งให้บอสคินด้วยมือที่สั่นเทา คินจ้องมองรูปพ่อแม่ของเธอที่โดนมัดอยู่ในโกดังมืดๆ สายตาเขาดูวาวโรจน์ขึ้นมาทันที "โกดังร้างแถวท้ายซอยสิบสอง... ไอ้พวกกระจอกเอ๊ย คิดจะลองดีกับตระกูลวรโชติเมธีงั้นเหรอ" "วรโชติ... อะไรนะบอส ชื่อตระกูลบอสเหรอคะ ฟังดูรวยชะมัดเลย" "โถ่เอ๊ยยย ยัยผิง เวลาแบบนี้ยังจะมาสนใจความรวยของเขาอีก" "เลิกถามมาก แล้วรออยู่นี่ ห้ามไปไหนเด็ดขาด" คินสั่งพลางคว้าแจ็กเก็ตหนังมาสวมทับเสื้อเชิ้ต เขาหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนทันที "ภีม... เตรียมคนให้กูที โกดังท้ายซอยสิบสอง มีแขกไม่ได้รับเชิญไปเล่นกับคนของกู... เออ เอาแบบจบงานแล้วเงียบที่สุดนะ" ผิงผิงอ้าปากค้าง มองบอสหน้าตายที่ตอนนี้ดูเหมือน มาเฟีย มากกว่า เจ้าของร้านกาแฟ เสียอีก "บอสคะ... บอสจะไปบวกกับพวกมันจริงๆ เหรอคะ ผิงไปด้วยได้ไหม ผิงเป็นห่วงพ่อแม่" "ไม่ได้! เธอมันยัยซุ่มซ่าม ไปด้วยเดี๋ยวก็ได้ไปสะดุดตีนโจรจนเสียเรื่องพอดี" คินหันมาจ้องหน้าเธอเขม็ง "นั่งเงียบๆ อยู่ในร้าน ล็อกประตูให้แน่น ถ้าผมยังไม่กลับมา ห้ามเปิดให้ใครเด็ดขาด เข้าใจไหม" "คะ... ค่ะบอส บอสระวังตัวด้วยนะ" ผิงผิงรับคำเสียงอ่อย เธอเดินไปส่งบอสที่หน้าประตูร้านด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ "บอส... ถ้าบอสเป็นอะไรไป ผิงจะล้างแก้วในร้านให้สะอาดที่สุดเพื่อเป็นการไว้ลัยบอสนะคะ" คินชะงักฝีเท้า หันกลับมามองพนักงานตัวแสบด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่าขำหรือระอา "ยัยบื้อ... ผมยังไม่ตาย เก็บคำไว้ลัยไว้ใช้กับไอ้พวกโจรนั่นเถอะ" พูดจบเขาก็ลูบหัวเธออีกครั้งก่อนจะกระโดดขึ้นรถบิ๊กไบค์คันโตที่ผิงผิงไม่เคยเห็นเขาขับมาก่อน เสียงเครื่องยนต์แผดคำรามลั่นซอยก่อนจะพุ่งทะยานออกไปในความมืด ทิ้งให้ผิงผิงยืนอึ้งอยู่หน้าร้านเพียงลำพัง "บอสแม่ง... โคตรเท่เลยว่ะ แต่ถ้าบอสโดนยิงขึ้นมา ใครจะจ่ายเงินเดือนให้ฉันล่ะเนี่ย" ผิงผิงส่ายหัวไล่ความคิดบ้าๆ ออกไปก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปในร้านแล้วล็อกประตูตามที่บอสสั่ง เวลาผ่านไปนาทีต่อนาทีที่ยาวนานราวกับชั่วโมง ผิงผิงเดินวนไปวนมาในร้านจนพื้นไม้แทบจะสึก เธอแอบส่องกระจกหน้าร้านเป็นพักๆ "ทำไมมันเงียบแบบนี้วะ หรือบอสจะโดนจับมัดรวมไปกับพ่อแม่แล้ว" ความคิดฟุ้งซ่านเริ่มทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านไปเกือบสองชั่วโมง แสงไฟจากรถยนต์ที่ขับเข้ามาจอดหน้าร้านทำเอาผิงผิงสะดุ้งสุดตัว เธอแอบดูที่รอยแยกประตู เห็นรถบิ๊กไบค์ของบอสคินขับกลับมาพร้อมกับรถตู้สีดำอีกสองคัน คินก้าวลงจากรถด้วยท่าทางนิ่งสงบเหมือนเดิม แต่เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขามีรอยเปื้อนฝุ่นและเลือดจางๆ อยู่ที่แขนเสื้อ ผิงผิงรีบปลดล็อกประตูแล้วโผออกไปหาทันที "บอส! บอสเป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม" คินไม่ได้ตอบแต่เบี่ยงตัวหลบให้คนข้างหลังเดินออกมา ผิงผิงตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นพ่อกับแม่ของเธอเดินออกมาจากรถตู้สภาพอิดโรยแต่ปลอดภัยดีทุกประการ "พ่อ! แม่!" ผิงผิงวิ่งเข้าไปกอดพ่อแม่พลางร้องไห้โฮออกมาด้วยความดีใจ พ่อกับแม่ก็กอดลูกสาวแน่นพร้อมกับบอกว่าขอบคุณบอสคินที่พาลูกน้องบุกไปช่วยได้ทันเวลา "ขอบคุณบอสจริงๆ นะคะ ถ้าไม่ได้บอส พวกเราคง..." แม่ผิงผิงบอกด้วยเสียงสั่นเครือ "ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดูแล... ครอบครัว ของคนในปกครอง" คินพูดเสียงเรียบแต่สายตาแอบเหลือบมามองผิงผิงที่ยังกอดพ่อแม่ไม่ปล่อย หลังจากจัดการส่งพ่อแม่ผิงผิงไปพักผ่อนที่หอพักโดยคินสั่งให้ลูกน้องตามไปดูแลความปลอดภัยอย่างดี คินกับผิงผิงก็กลับมาอยู่กันลำพังในร้านอีกครั้ง "บอส... ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยพ่อแม่ผิง" ผิงผิงเดินเข้ามาใกล้คินที่กำลังแกะกระดุมข้อมือเสื้อที่มีรอยเลือด "บอสเจ็บไหมคะ ให้ผิงดูแผลหน่อย" คินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นแขนให้ดู "แค่รอยขีดข่วน... ไม่ตายง่ายๆ หรอก" ผิงผิงค่อยๆ จับแขนบอสมาดู เห็นรอยถลอกยาวเหมือนโดนของมีคมบาด เธอรีบไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลอันเดิมมาทำแผลให้เขา คราวนี้สถานการณ์สลับกัน บอสหน้าตายนั่งนิ่งเป็นหุ่นนิ่งให้พนักงานซุ่มซ่ามทำแผลให้ "บอส... ที่บอสบอกว่าผิงเป็นคนของบอส บอสพูดจริงหรือเปล่าคะ" ผิงผิงถามพลางก้มหน้าก้มตาเช็ดแผล ไม่กล้าสบตา "ผมดูเหมือนคนชอบล้อเล่นเหรอ" "ก็... ก็บอสหน้าตายจะตาย ผิงเดาใจไม่ออกนี่นา" คินใช้มือข้างที่ไม่ได้เจ็บเชยคางผิงผิงขึ้นมาให้สบตากันตรงๆ "พิจิตรา... ตั้งแต่วันนี้ไป เรื่องหนี้สินของครอบครัวเธอ ผมจัดการให้หมดแล้ว แต่เธอต้องมาชดใช้ให้ผมแทน" "ชดใช้ ชดใช้ยังไงคะบอส ผิงต้องล้างแก้วกี่แสนใบถึงจะหมดหนี้คะเนี่ย" ผิงผิงหน้าเสีย คินโน้มใบหน้าลงมาหาจนจมูกแทบจะชนกัน แววตาของเขาตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ผิงผิงไม่เคยเห็นมาก่อน "ไม่ใช่ล้างแก้ว... แต่ต้องมาเป็น เด็กเลี้ยง ของผม จนกว่าผมจะพอใจ" ผิงผิงตาค้าง สมองเบลอไปหมด "เด็กเลี้ยง? แบบ... แบบในนิยายที่เขาต้องนอนด้วยกันเหรอคะบอส!" "แล้วคิดว่าคนอย่างผม... จะเลี้ยงเธอไว้ดูเล่นเฉยๆ หรือไง" คินกระซิบพร่าข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ ทำเอาผิงผิงตัวอ่อนระทวยลงไปกองกับพื้นทันทีถ้าเขาไม่คว้าเอวไว้ก่อน!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD