คู่รักต่างขั้ว

2166 Words
จารวีตื่นมาตอนเช้ามืดเธอบิดตัวอย่างเมื่อยล้า เหมือนไปทำอะไรหนักๆ มา เธอลุกเข้าห้องน้ำแล้วกลับมานอนต่อ หญิงสาวหลับไปอีกครั้งเพราะความงัวเงียทำให้ยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดใด ต่างกับภารัณที่ตื่นเพราะได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำ เขาคิดว่าจารวีออกมาจากห้องน้ำแล้วเธอคงจะโวยวายแต่กลับเป็นว่าเธอหลับเสียนี่ ชายหนุ่มลุกขึ้นบ้างไปหยิบโทรศัพท์มาดูเวลาเห็นว่าใกล้หกโมงเช้าแล้วจึงไปทำธุระในห้องน้ำเตรียมตัวทำกิจวัตรประจำวัน จากนั้นจึงลงไปที่ห้องยิมส่วนตัวที่ชั้นล่างของบ้าน ภารัณเป็นคนรักสุขภาพ ปีนี้เขาอายุสามสิบห้าแต่ยังดูเหมือนชายหนุ่มยี่สิบปลาย เพราะเขาไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืนยกเว้นไปทำงาน ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยห้าวันต่อหนึ่งสัปดาห์ เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพซึ่งสิ่งที่เขาเป็นนั้นเรียกได้ว่าตรงข้ามกับคู่หมั้นสาวเกือบทุกอย่าง จารวีเป็นสาววัยยี่สิบแปดปี เธอเป็นลูกของเจตน์เพื่อนของนายภาวินบิดาภารัณ บิดาของทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกันทำธุรกิจมาด้วยกัน นอกจากบิดาเป็นเพื่อนกันแล้วมารดาของทั้งสองก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาเช่นกัน ดังนี้สายสัมพันธ์จึงแนบแน่นถึงขั้นที่มีสัญญาให้ทายาททั้งสองเป็นคู่หมายกันตั้งแต่เยาว์วัย จารวีเรียนจบปริญญาโทด้านการบริหาร เธอมีตำแหน่งเป็นรองประธานในบริษัทของบิดา แต่เป็นที่รู้กันว่านั่นเป็นเพียงตำแหน่งลอยๆ ที่เจตน์ตั้งให้คนเกรงใจเธอเท่านั้น ในทางปฏิบัติเธอมีผู้ช่วยที่เก่งมากหนึ่งคนที่สามารถจัดการงานของเธอได้ จนหญิงสาวมีเวลาไปไหนต่อไหนได้ตามอำเภอใจ หญิงสาวเป็นขาประจำของงานสังคม เป็นดาวเด่นในบรรดากลุ่มเซเลบตามงานเลี้ยงต่างๆ เธอมักจะพอใจกับการเที่ยวยามค่ำคืนตามสถานเริงรมย์ ดื่มกินอย่างเฮฮาสนุกสนาน ความเป็นจารวีกับภารัณเรียกได้ว่าอยู่คนละขั้ว ซ้ายกับขวา ขาวกับดำก็ไม่ปาน หนึ่งชั่วโมงต่อมาภารัณออกจากยิม เขาถามแม่บ้านที่ทำงานในห้องโถงว่า “คุณไจ๋ลงมาหรือยัง” สาวใช้ส่ายหน้าทันที “ยังค่ะ เมื่อครู่ดิฉันจะเข้าไปทำห้องเธอยังหลับอยู่” ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ เขาเดินขึ้นบันไดหลังจากที่สั่งแม่บ้านให้เตรียมมื้อเช้าให้จารวีด้วย ภารัณเปิดประตูห้องนอนเขารูดม่านออกแสงสว่างเข้ามาเต็มที่จากนั้นจึงปลุกคู่หมั้นสาว เขาคิดว่าตนเองมีเรื่องต้องคุยกับเธอ “ไจ๋ ไจ๋ตื่นได้แล้ว” เขาเรียกทำให้หญิงสาวพลิกร่างลงนอนคว่ำกับที่นอน ทำท่ารำคาญเต็มทีภารัณจึงนั่งลงข้างๆ แล้วพลิกร่างเธอให้หันกลับมา “ไจ๋ตื่นตอนนี้สายแล้ว” จารวีลืมตาตื่นแบบงัวเงียดวงตากลมโตหรี่ลงสู้แสง เธอกำลังฝันว่านอนหลับอยู่แล้วภารัณมาตะโกนเรียกหน้าห้องนอน คู่หมั้นจอมเฮี้ยบของเธอช่างน่ารำคาญแม้แต่ในฝัน แต่เอ๊ะ... ถ้าฝันแล้วทำไมใครจับตัวเธออยู่ หญิงสาวลืมตาตื่นอย่างรวดเร็วสบตากับชายหนุ่มที่จ้องเธออยู่ “คุณ...” เธอเกิดอาการช็อก จากนั้นเธอหยิกตัวเองแรงๆ เพื่อให้ตื่นจากฝัน ฝันร้ายขนาดหนักแน่ๆ ที่ฝันเห็นผู้ชายคนนี้ “โอ๊ย...” เธอร้องเพราะหยิกตัวเองและเจ็บเอง ทำเอาอีกคนส่ายหน้าไปมา ภารัณจับแขนเธอมาดูมันขึ้นรอยแดงมากกว่ารอยที่คอที่เขาทำไว้เมื่อคืนอีก “หยิกตัวเองทำไม เป็นอะไรมากไหมคุณ” “ฉันฝัน ฝันแน่ๆ” เธอพึมพำ “ไม่ฝัน” ภารัณย้ำชายหนุ่มลุกไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำให้แล้วบอกสั้นๆ “ไปอาบน้ำก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลย” ครึ่งชั่วโมงต่อมาจารวีออกจากห้องน้ำ เธอเห็นเสื้อผ้าชุดเดิมที่แม่บ้านนำไปซักและอบแห้งให้แล้วจึงนำมาสวม จากการสำรวจร่างกายตัวเองและความเจ็บในบางจุดทำให้เธอแน่ใจว่าตัวเองถูกล่วงละเมิดแน่นอน 'หนอย... ไอ้คนฉวยโอกาส' ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มหลั่งไหลมาสู่จิตสำนึกของจารวี ว่าตนเองทำอะไรไปบ้างในตอนที่เมาจนเสียอาการขนาดนั้น 'แต่เขาก็ไม่ควรฉวยโอกาสไหม' เธอยังโทษภารัณอยู่ เพราะเขามีสติมากกว่าเธอ หญิงสาวบริภาษเขาในใจไปพร้อมกับที่คิดว่าจะเอาอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่เคยอ่านในนิยายถ้าเป็นตัวร้ายก็ต้องเรียกร้องให้พระเอกรับผิดชอบด้วยการแต่งงานทันที หรือถ้าเป็นนางเอกนิยายก็ต้องหนีกลับบ้านแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่โทษทีว่านี่คือจารวีที่ไม่ใช่ผู้หญิงทั้งสองแบบนั้น ไอ้ซิงที่เสียไปอย่างไรก็ต้องเสียสักวันทำไมต้องแคร์ สิ่งที่เธอควรทำคือไปพบแพทย์แล้วขอยาต้านเนื่องจากมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกันนั่นคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดต่างหาก จารวีเชิดหน้าขึ้น “ใครเขาจะแคร์ เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเขาเสียอะไรแล้ว มีแต่สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต” จารวีออกจากห้องน้ำเจอภารัณที่เปิดประตูเข้ามาพอดี “ไปกินข้าวก่อน” หญิงสาวมองนาฬิกาแล้วทำสีหน้าเหมือนถูกบังคับให้กินยาขม เพราะว่ามันยังเช้ามาก เช้ามากสำหรับเธอ “เพิ่งแปดโมงเองค่ะ ไจ๋ยังไม่หิว” ในยามที่อยู่ในอารมณ์ปกติ จารวีจะใช้สรรพนามแทนตัวด้วยชื่อเล่น “อาหารเช้าสำคัญมากนะไจ๋ มันบำรุงสมองให้ความคิดปลอดโปร่ง ไม่ไหวอาหารหนักก็ลงไปกินอะไรเบา ๆ ก่อนก็ได้” 'เอ๋... นี่เธอถูกภารัณหลอกด่าอยู่หรือเปล่า' จารวีทำสีหน้าเคร่งเครียดคิดไม่ตกขณะที่เดินตามเขาลงมาที่ห้องอาหาร จนเมื่อมานั่งที่โต๊ะแล้วควันหอมฉุยของข้าวต้มปลาก็ทำให้เธอได้สติ “คุณหลอกด่าฉันนี่ หาว่าฉันไม่ยอมกินอะไรบำรุงสมองเลยโง่” เธอพูดทันทีที่สาวใช้ออกไปจากห้องหลังจากที่เสิร์ฟแล้วเรียบร้อย ภารัณทำสีหน้ากึ่งบึ้งกึ่งยิ้ม เขามองหน้าเธอราวจะพิจารณาจนถูกถลึงตาใส่จึงพูดขึ้น “ไจ๋คิดไปเอง ผมไม่ใช่เด็กจะหลอกด่าคุณทำไม มีอะไรว่ากันตรงๆ เลยก็ได้ถ้าผมคิดว่าคุณไม่มีสมองน่ะ” จารวีทำสีหน้าดีขึ้นก่อนจะคิดหนักอีกครั้ง “ฟังดูเหมือนไม่ด่า คุณไม่ได้ด่าฉันจริงๆ ใช่ไหม” ภารัณพยักหน้า เขาตอกไข่ลวกให้เธอสองฟองแล้วเลื่อนถ้วยเล็กๆ นั้นมาให้หญิงสาว “กินเถอะ” หลังจากที่จัดการอาหารเช้ากันไปเงียบๆ จารวีพบว่าตนเองทานได้มากกว่าที่คิด ซึ่งหญิงสาวคิดว่าน่าจะเป็นเพราะตนเองไม่ได้ทานมื้อเย็นในวันวานด้วยเลยหิวเป็นพิเศษ “คุณจะไปชุดนี้เลยไหม หรือว่าอยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่” จารวีทำหน้างง ไปไหนกัน ชายหนุ่มจึงพูดต่อ “วันนี้เรามีนัดกัน คุยกับเพื่อนผมที่จะมาร่วมทุนเรื่องช่องโทรทัศน์ดิจิตอลที่เราจะร่วมประมูลไง” หญิงสาวคิดออกขึ้นมาทันที โครงการนี้เป็นการร่วมกันทำงานระหว่างครอบครัวของเธอและเขา และอีกหนึ่งหุ้นส่วนสำคัญคือหม่อมหลวงพันธกานต์ ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษ “คุณไปส่งฉันที่บ้านได้ไหมคะ ขอแต่งตัวใหม่แล้วจะตามไปนัดตอนสายนี่” “อย่าเลยเดี๋ยวช้า ผมจะไปรอคุณแต่งตัวที่บ้านแล้วออกมาพร้อมกัน” “แต่ว่าฉันอยากเอารถไปเอง เผื่อมีธุระที่ไหน” “ธุระที่ไหนก็บอกมาผมจะไปส่ง บอกแล้วว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน” “คุยอะไรอีก” จารวีเริ่มอารมณ์ไม่ดีอีกแล้ว “เรื่องเมื่อคืน คนทั้งบ้านเห็นว่าคุณมาค้างที่นี่ ป่านนี้พ่อของเราสองคนรู้เรื่องแล้วล่ะ” จารวีใจหายเธอลืมเรื่องนี้เสียสนิท “แล้วทำไมคุณไม่บอกพวกเขาล่ะว่าห้ามบอกคุณลุง” หญิงสาวโวยวายทันที “ห้ามไม่ทัน” เขาตอบง่ายๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารเห็นว่าเธออิ่มแล้วจึงดึงข้อมือให้เดินออกมาด้วยกัน “โอ๊ย... ปล่อยก่อนค่ะ เหนื่อย” จารวีบ่นในขณะที่คู่หมั้นหนุ่มหันไปรับกระเป๋าของเธอจากมือสาวใช้ที่ขึ้นไปนำลงมาจากในห้องนอนมาส่งให้ที่รถ ภารัณเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วจับตัวเธอยัดเข้าไปประจำที่ วางกระเป๋าลงบนตักของเธอแล้วปิดประตูรถอ้อมไปขึ้นอีกฝั่งในที่นั่งคนขับ “วันนี้ผมให้มาริศไปเตรียมงานให้ก่อน ดังนั้นผมมีเวลาไปรอคุณแต่งตัวได้ที่บ้าน” เขาพูดโดยที่เธอยังไม่ได้ถาม “แต่ว่าบอกแล้วไงคะว่าจะเอารถไปเอง มีธุระช่วงบ่ายค่ะ” จารวีเสียงอ่อนลงเธอไม่อยากเถียงกับเขาอีกแล้ว รู้ว่าคงเอาชนะไม่ได้ “ตกลงจะไปไหนละ เมื่อไหร่จะบอกได้สักที” ภารัณถามกลับขณะที่ขับรถออกนอกรั้วประตูบ้าน “จะไปคลินิกนิรนามค่ะ” ชายหนุ่มเป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้าง “คลินิกนิรนาม คุณจะไปทำไม” จารวีหน้าร้อน เขาอาจจะไม่อายแต่เธอก็อายอยู่ดีเวลาที่ต้องพูดถึงเรื่องเมื่อคืน แต่การจะทำเอียงอายเป็นแม่ถนิมสร้อยไม่กล้าตอบก็คงไม่ใช่เธอ “ถามมาได้ ก็ฉันมีอะไรกับคุณโดยที่ไม่ได้ตั้งใจฉันก็ต้องไปรับยาต้านสิ ไหนจะต้องซื้อยาคุมฉุกเฉินกินอีก” “ยาต้าน นี่คุณหาว่าผมไม่ปลอดภัยเหรอ” แน่นอนว่าใครๆ ก็รู้ว่าพฤติกรรมเขาใกล้เคียงกับพระเข้าไปทุกที หากไม่นับว่ามีจารวีเป็นคู่หมั้นอยู่ทนโท่ “เปล๊า... ฉันแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ” จารวีเชิดหน้าขึ้น เธอผิดตรงไหนกับการป้องกันตัวเองแต่ก็ต้องแทบจะร้องกรี๊ดเมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของชายหนุ่ม “ถ้าจะบอกว่าเรามีอะไรกันโดยไม่ตั้งใจก็คงไม่ใช่ เพราะผมว่าเมื่อคืนเราสองคนตั้งใจมากเลยนะไจ๋” หลังจากที่เถียงไม่ชนะภารัณไปหนึ่งยกจารวีจึงต้องยอมให้เขาไปนั่งรอในห้องรับแขกที่บ้าน ระหว่างที่เธอขึ้นไปแต่งตัวใหม่บนห้องนอน หญิงสาวอาบน้ำใหม่แช่น้ำอุ่นอย่างสบายใจโดยที่ไม่สนใจว่าคนที่รออยู่จะรีบหรือไม่ 'ช่วยไม่ได้ บอกแล้วว่าไม่ต้องรอ' เธอบอกตัวเองขณะที่เอนร่างพิงขอบอ่างอาบน้ำอย่างสำราญใจ ไอจางๆ ลอยขึ้นมาจากน้ำผสมปนเปกับกลิ่นหอมจากสบู่น้ำแร่สำหรับตีฟองทำให้เธอสดชื่นมากขึ้น อาการเจ็บเวลาเดินลดลงจนแทบไม่เหลือ “ถ้าคุณชอบแช่น้ำเดี๋ยวผมให้คนเตรียมไว้ที่บ้านตอนเย็น แต่ตอนนี้ผมว่าไจ๋น่าจะรีบสักหน่อย” เสียงห้าวที่ดังขึ้นมาแทบจะทำให้จารวีตกใจจนเสียหลักจากท่านั่งพิงอ่างทั้งตัวจมลงไปในน้ำ ดีว่ามือแข็งแรงของชายหนุ่มคว้าต้นแขนเธอไว้ทัน “คุณเข้ามาได้ยังไง นี่มันห้องส่วนตัวนะ” เธอหันมาแว้ดใส่ยกมือขึ้นลูบหน้า “ไม่มีคำว่าเรื่องส่วนตัวระหว่างเราแล้ว ไปล้างฟองออกแล้วแต่งตัวไม่งั้นผมจะช่วยแต่งให้” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกดปุ่มปล่อยน้ำทำเอาเจ้าของห้องโวยวาย แต่เสียงเธอต้องเงียบลงเพราะเขาเหนี่ยวต้นคอระหงแล้วก้มหน้าลงมาหา ปิดปากเธอด้วยเรียวปากรุ่มร้อนและเงยหน้าขึ้นสบตากัน จารวีตกใจตัวแข็งไม่กล้าร้องโวยวายอีกเมื่อถูกสำทับด้วยคำพูดว่า “ถ้าคุณยังไม่รีบอาบน้ำแต่งตัวผมจะโทรไปบอกนายพัทว่าวันนี้ยกเลิกนัดไปก่อน แล้วเราจะอยู่กันในห้องนี้ทั้งวันก็ได้นะ” “ก็ได้... รีบแล้วคุณออกไปก่อนสิ” เธอยกมือขึ้นปิดช่วงอกเพราะระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ตามองภารัณผละออกห่างลุกขึ้นไปล้างมือแล้วถอยออกห้องน้ำไปเงียบๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD