ความเงียบหลังเที่ยงคืนหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก แสงไฟจากโคมเพดานส่องลงมาบนใบหน้าของขวัญที่ซีดเซียวราวกับศพ ดวงตาแดงก่ำ แต่ไม่หลั่งน้ำตา เธอไม่ยอมให้มันหลุดออกมา ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ต่อหน้าเขา เพราะถ้าหลุดออกมา เธอจะแพ้
คุณเปรมยืนพิงบาร์ มือใหญ่กำขวดไวน์แน่นจนข้อนิ้วขาว ไวน์สีแดงเข้มกระเพื่อมในขวดราวกับเลือดที่กำลังเดือด เขาไม่พูดอะไรหลังจากกระซิบคำว่า “ไม่มีวันยอมปล่อย” แต่ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับกำลังฉีกเธอออกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยสายตา
ของขวัญวางแก้วลงช้า ๆ เสียงแก้วกระทบโต๊ะกระจกดังก้องในความเงียบที่ตึงเครียดจนอากาศสั่นสะเทือน เธอลุกขึ้นยืน ขาที่สั่นราวกับกำลังจะล้ม แต่เธอบังคับให้ยืนตรง เพราะถ้าล้ม เธอจะไม่ลุกขึ้นอีก
“ฉันต้องกลับแล้วค่ะ” เธอพูดเบา ๆ เสียงสั่นแต่พยายามมั่นคงจนสุดแรง “พรุ่งนี้ฉันมีนัดกับธีรัช ไปซื้อแหวนหมั้น”
คำว่า “แหวนหมั้น” ถูกขว้างออกมาจากปากเธอเหมือนระเบิดที่จุดชนวนในอกเขา คุณเปรมสะดุ้งรุนแรง มือที่กำขวดไวน์บีบแน่นจนขวดแตกในมือ เสียงกระจกแตกดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า เลือดไหลซึมลงพื้นกระเบื้องอิตาลีสีเทา ไวน์สีแดงเข้มกระเซ็นเปื้อนตัวเขาและพื้นราวกับเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลลึก แต่เขาไม่สนใจความเจ็บ เขาก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธที่ระเบิดออกมาจนควบคุมไม่ได้
“เธอพูดว่าอะไรนะ” เขาคำราม เสียงต่ำแต่สั่นสะเทือนจนกำแพงสั่น “เธอกล้าพูดคำนั้นต่อหน้าฉันจริง ๆ เหรอ ของขวัญ”
ของขวัญถอยหลังหนึ่งก้าว มือกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือจนเลือดซึม “ฉันไม่มีทางเลือก คุณเปรม คุณเองก็รู้ดีว่าฉันไม่มีมันจริง ๆ”
คุณเปรมหัวเราะในลำคอ เสียงแหบแห้งแต่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ไม่มีทางเลือก? เธอมีทางเลือกมาตลอด ของขวัญ!” เขาตะโกน เสียงดังจนหน้าต่างสั่น มือใหญ่ชี้หน้าอกเธอราวกับจะแทงทะลุ “เธอเลือกที่จะอยู่กับฉัน เธอเลือกที่จะรับบุญคุณจากฉัน เธอเลือกที่จะเป็นของเล่นในกรงทองของฉัน! และตอนนี้ เธอคิดว่าจะทิ้งมันไปง่าย ๆ แบบนั้นเหรอ?”
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเธอถอยจนติดกำแพง หลังชนกำแพงเย็นเฉียบ มือใหญ่ยกขึ้นจับคอเธอแรงจนเจ็บ ปลายนิ้วกดลงบนผิวคอขาวจนเป็นรอยแดงช้ำลึก ดวงตาคมกริบจ้องมองดวงตาเธอที่แดงก่ำ ราวกับกำลังบีบวิญญาณเธอให้ขาดสะบั้น
“หรือเธอคิดว่า ธีรัชจะให้เธอมากกว่าที่ฉันให้?” เขากระซิบเสียงสั่น แต่แฝงด้วยความอาฆาตที่เย็นเยียบราวกับมีดกรีด “เขาจะให้ Maison d’Ancha ได้ไหม? เขาจะให้ที่ดินของบ้านไม้สักหลังนั้นได้ไหม? เขาจะให้ชีวิตที่เธอมีตอนนี้ได้ไหม? เธอคิดว่าเขาจะให้เธอมากกว่าฉันเหรอ? อย่ามาทำเป็นโง่ ของขวัญ เธอรู้ดีว่าเธอติดหนี้ฉันขนาดไหน”
ของขวัญสะอื้นในลำคอ แต่ไม่ยอมให้น้ำตาหลุดออกมา เธอสะบัดหน้าออก มือใหญ่ของเขาหลุดจากคอเธอ แต่รอยช้ำยังคงแดงก่ำ “ฉันไม่เคยต้องการสิ่งพวกนั้น!” เธอตะโกนกลับ เสียงสั่นแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่สะสมมา 14 ปี “ฉันต้องการแค่...แค่คนที่มองฉันเป็นคน ไม่ใช่สิ่งของ!”
คุณเปรมชะงัก มือที่ยกขึ้นค้างกลางอากาศ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธที่เย็นชา ไม่มีแม้เงาของความกลัวหรือความเสียใจ เขาไม่เคยมีมัน และจะไม่มีวันมี
ของขวัญผลักอกเขาแรงจนเขาถอยหลังหนึ่งก้าว “คุณให้อะไรฉันบ้าง คุณเปรม นอกจากกรงทองกับบุญคุณที่ท่วมหัว นอกจากการเรียกฉันมาก็มา ไล่ไปก็ไป นอกจากการมีอะไรกับผู้หญิงอื่นต่อหน้าฉัน!” เธอร้องไห้ออกมาในที่สุด น้ำตาไหลลงแก้ม แต่เธอไม่ยอมเช็ด “ฉันเคยชินแล้ว ฉันเคยชินกับทุกอย่าง แต่ฉันทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน!”
คุณเปรมกำแน่น มือที่เปื้อนเลือดยกขึ้นราวกับจะตบหน้าอย่างแรง แต่หยุดค้างกลางอากาศ เขาไม่เคยทำร้ายเธอ ไม่เคย แต่คืนนี้ เขาใกล้ขอบนั้นมากกว่าที่เคย ความโกรธของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ไม่มีประกายของความรักหรือความผูกพันใด ๆ แฝงอยู่ มีแต่ความครอบครองที่บริสุทธิ์และโหดร้าย
“ฟังให้ดี ของขวัญ” เขาพูดเสียงต่ำ เย็นชา จนอากาศรอบตัวเย็นยะเยือก “เธอไม่มีวันหนีฉันได้ ไม่มีวันพูดคำว่าหมั้นหมายกับไอ้เด็กนั่น ไม่มีวันรู้สึกอะไรนอกจากความกลัวและบุญคุณที่มีต่อฉัน เธอเป็นของฉัน ของฉันเท่านั้น และฉันจะไม่ยอมให้เธอแม้แต่คิดถึงทางออกอื่น” เขาก้าวเข้าใกล้อีกครั้ง มือใหญ่จับข้อมือเธอทั้งสองข้าง บีบแน่นจนกระดูกดังกร๊อบ “ถ้าเธอกล้าพบมันพรุ่งนี้ ฉันจะทำลายมัน ทำลายทุกอย่างของมัน ทำลายทุกอย่างที่เธอรัก จนเธอเหลือแต่ฉันคนเดียว และถ้าเธอกล้าพูดคำว่ารักกับมัน ฉันจะทำให้เธอเสียใจที่เลือกมัน”
ของขวัญตัวสั่นเทา ดวงตาแดงก่ำด้วยความกลัวที่แท้จริง แต่คุณเปรมไม่สนใจ เขาปล่อยข้อมือเธออย่างแรงจนเธอเซไปชนกำแพงอีกครั้ง แล้วหันหลังจะเดินออกไป ทิ้งเธอไว้กับความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม และเลือดที่ยังไหลซึมจากมือเขา ราวกับคำสัญญาที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ของขวัญยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงนั้น น้ำตาไหลไม่หยุด แต่เสียงสะอื้นถูกกลืนลงคอเพราะความกลัวที่แท้จริง คุณเปรมหันหลังเดินออกไปเพียงไม่กี่ก้าว หยุดชะงักตรงประตูห้อง แล้วหันกลับมามองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบราวกับศพที่เพิ่งขุดขึ้นจากหลุม
“พรุ่งนี้เช้า” เขาพูดช้า ๆ เสียงต่ำจนแทบเป็นกระซิบ แต่ทุกคำกรีดลงกระดูก “ฉันจะส่งคนไปรับเธอที่บ้าน ถ้าเธอไม่อยู่ที่นั่น หรือถ้าเธอกล้าออกไปพบธีรัช...”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์สั้น ๆ แล้วยกขึ้นแนบหู ไม่กี่วินาที เสียงตอบรับดังขึ้นจากลำโพง “ครับคุณเปรม”
“พรุ่งนี้เช้า เตรียมรถตู้สีดำ คันที่ไม่มีป้ายทะเบียน ไปจอดหน้าบ้านของของขวัญ” เขาพูดโดยไม่ละสายตาจากเธอ “ถ้าเธอไม่ออกมาในสิบนาที ให้บุกเข้าไป ลากตัวเธอออกมา อย่าสนใจว่าเธอจะกรีดร้องหรือดิ้นรนแค่ไหน ถ้าเธอขัดขืน หักข้อมือข้างหนึ่งให้เป็นตัวอย่าง”
ของขวัญตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้าง น้ำตาไหลลงแก้มแต่ปากอ้าค้าง ไม่มีเสียง
เขาวางสาย แล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาเบาะหนังดังโครม “ได้ยินชัดเจนไหม ของขวัญ” เขาพูดเสียงนิ่ง แต่ทุกคำหนักแน่นราวกับค้อนตีเหล็ก “พรุ่งนี้เช้า เธอจะอยู่ที่นี่ กับฉัน หรือไม่ก็...เลือกเอง”
ของขวัญทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลไม่หยุด มือกุมคอที่ยังแดงช้ำ เธอรู้ดีว่าเขาไม่ขู่เล่น เขาไม่เคยขู่เล่น
คุณเปรมเดินออกไปจริง ๆ ครั้งนี้ ประตูปิดดังปัง ทิ้งเธอไว้กับความมืดที่หนักอึ้ง และเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากกระเป๋าเธอ
ข้อความจากธีรัช: พรุ่งนี้เจอกันนะ รอไม่ไหวแล้ว
ของขวัญกำโทรศัพท์แน่นจนหน้าจอแตกร้าว น้ำตาหยดลงบนรอยแตก เธอรู้ว่า ถ้าตอบกลับไป ชีวิตของคนที่รักเธอจะพังทลาย และเธอไม่มีทางเลือกอีกต่อไป