4 เคยชิน

1728 Words
โต๊ะอาหารไม้สักยาวของคฤหาสน์วิรงคพิทักษ์เต็มไปด้วยเสียงจานชามกระทบกัน เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และเสียงพี่เลี้ยงที่วิ่งไล่จับปุณณ์กับธามเพื่อป้อนข้าวต้มปลา กลิ่นข้าวเหนียวสังขยาลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นที่คุณหญิงวรรณาชอบดื่มทุกเช้า “งามหน้าจริง ๆ ตอนนี้ก็จะครบเดือนแล้ว แม่ของลูกคุณปราบก็ยังไม่โผล่หน้ากลับมาให้นมลูกเลย ลูกสะใภ้คนนี้ของเธอเนี่ยสกิลความเป็นแม่ติดลบเหมือนเธอเลยว่าไหมภัทรา” คุณอาสะใภ้มัณฑนาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความประชด มือยกช้อนเงินตักข้าวต้มเข้าปากช้า ๆ ดวงตากรุ้มกริ่มมองคุณแม่เล็กภัทราที่นั่งตรงข้าม “หึ เธอหลงประเด็นอะไรไปรึเปล่ามัด ลูกสะใภ้คนนี้ฉันไม่ได้เป็นคนหามานะ แม่สามีเป็นคนหามาต่างหาก” คุณแม่เล็กภัทราหันไปตอบกลับทันควัน ริมฝีปากยิ้มแต่ดวงตาเย็นชา มือวางช้อนลงเบา ๆ ราวกับกำลังประกาศชัยชนะ “พอ ๆ ฉันอยากกินข้าวดี ๆ สักวันจะได้ไหม” คุณหญิงวรรณาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ขณะที่เดินเข้ามานั่งที่หัวโต๊ะคนสุดท้าย มือถือถ้วยชาใบโปรด ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกคนรอบโต๊ะ “จริงสิ ป้ายินดีด้วยนะตาธีร์ ได้ข่าวว่าเมื่อวานคุณย่าพึ่งพาไปขอหมั้นของขวัญให้ที่บ้านตระกูลวัชราภิรมย์นี่นา” ภัทราหันไปแสดงความยินดีกับธีรัช ลูกชายคนเล็กของมัณฑนา ด้วยรอยยิ้มที่กว้างเกินจริง มัณฑนาหันควับเหมือนคนเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ “โอ๊ะ สีหน้าของเธอแบบนี้หมายความยังไงมัด อย่าบอกนะว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ของลูกชาย เธอไม่รู้” ภัทราที่ได้ทีก็รีบพูดจิกกัดทันที “นี่หมายความว่ายังไงคะคุณแม่” มัณฑนาหันไปถามแม่สามีอย่างคุณหญิงวรรณาด้วยน้ำเสียงที่สับสน คุณหญิงวรรณาวางถ้วยชาลง “ก็เมื่อเดือนที่แล้วธีร์ให้ไปขอหมั้นหมายของขวัญไว้ก่อนตอนนั้นไง เธอก็อยู่นี่นา ทุกคนบนโต๊ะอาหารก็อยู่กันหมด ฉันก็คิดจะพาไปขอตั้งนานแล้ว แต่ดันเกินเรื่องภายในบ้านคุณปราบก่อน เลยเลื่อนวันไปมา จนได้ฤกษ์ดีไปเมื่อวานนั่นแหละ มัณฑนาอะไรกัน นี่เธอไม่ได้สนใจเรื่องของลูกตัวเองเลยใช่ไหม” ธีรัชรีบพูดขึ้น “คุณย่าอย่าโทษคุณแม่เลยนะครับ ผมผิดเองที่ไม่ได้คุยกับคุณแม่ให้ชัด” ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าอีกฟากหนึ่งของโต๊ะอาหาร คุณเปรมที่นั่งอยู่เงียบ ๆ มือที่กำลังตักข้าวต้มปลาหยุดนิ่ง มืออีกข้างกำแน่นใต้โต๊ะจนข้อนิ้วขาว ดวงตาคมกริบจ้องมองจานข้าวตรงหน้า แต่ในใจกำลังเดือดพล่านราวกับถูกจุดไฟ พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าของเชียงใหม่ไปนานแล้ว ท้องฟ้ายามเย็นเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ทว่าแสงไฟจากคอนโดหรูชั้น 28 ยังคงสว่างไสวราวกับไม่เคยรู้จักค่ำคืน คุณเปรมนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเทาในห้องนั่งเล่นกว้าง มือถือแก้วไวน์แดงที่หมุนวนช้า ๆ แต่ไม่ยกขึ้นจิบ ดวงตาคมกริบจ้องมองนาฬิกาบนผนังที่เดินไปถึง 19:27 น. ของขวัญนัดว่าจะมาถึง 19:00 น. แต่ตอนนี้ช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง เขาเปิดโทรศัพท์ เปิดแชทกับเธอ คุณเปรม: ถึงไหนแล้ว ของขวัญ: กำลังออกไปค่ะ ขอโทษนะคะ เขาไม่ตอบ แต่โยนโทรศัพท์ลงบนโซฟา แล้วหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมา กดเบอร์ที่เซฟไว้ในชื่อ “N” “มาหาฉันเดี๋ยวนี้” เขาพูดสั้น แล้ววางสาย 19:52 น. ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออก ผู้หญิงผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนในเดรสสีดำรัดรูปเดินเข้ามา เธอคือ นานา นางแบบที่เขาเคยมีอะไรด้วย เมื่อสองเดือนก่อน คุณเปรมไม่พูดอะไร ดึงเธอเข้ามาจูบทันที มือใหญ่ล้วงเข้าไปใต้เดรส เธอครางเบา ๆ ขณะที่เขาดึงเธอเข้าไปในห้องนอน เสื้อผ้ากระจัดกระจายตามพื้น เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา กางเกงในสีดำของเธอ เดรสที่ถูกฉีกขาดเล็กน้อย 20:03 น. ของขวัญมาถึง เธอแตะคีย์การ์ดเข้ามาในห้องด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่ไม่ใช่ของเธอลอยคลุ้ง เสื้อผ้ากระจัดกระจายตามพื้นห้องนั่งเล่นราวกับพายุเพิ่งผ่าน ของขวัญหยุดนิ่งครู่หนึ่ง ดวงตาแดงก่ำ แต่เธอข่มอารมณ์ไว้ เธอถอดรองเท้าส้นสูงสีขาว วางลงข้างประตูอย่างเคยชิน แล้วเดินไปเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย เสื้อเชิ้ตของเขา เธอพับเรียบร้อย กางเกงในของผู้หญิง เธอหยิบด้วยปลายนิ้ว แล้วโยนลงในถังผ้า เสียงครางของผู้หญิงดังลอดออกมาจากห้องนอนที่ปิดสนิท ของขวัญนั่งลงบนโซฟา มือกำแน่นจนข้อนิ้วขาว เธอหยิบแก้วไวน์ที่เขาทิ้งไว้ จิบช้า ๆ ราวกับกำลังดื่มยาพิษ เธอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเขา เธอเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเรียกมาก็มา ไล่ไปก็ไป เธอเป็นเพียงกระต่ายน้อยในกรงทองที่เขาสร้างให้ แบบนี้เสมอมา 20:47 น. เสียงในห้องเงียบลง ประตูห้องนอนเปิดออก นานาเดินออกมาในเสื้อคลุมสีขาวของเธอ ผมยุ่งเหยิง ใบหน้าแดงระเรื่อ คุณเปรมเดินตามออกมาในกางเกงยีนส์ตัวเดียว ผมเปียกชื้นจากเหงื่อ เขามองของขวัญที่นั่งอยู่บนโซฟา ดวงตาเย็นชา “ทำไมมาช้า” เขาพูดสั้น ของขวัญยิ้มบาง ๆ “ขอโทษค่ะ ต้องกินข้าวกับธีรัช” คุณเปรมกำมือแน่นขึ้น แต่ไม่พูดอะไร เขาเดินไปที่บาร์ หยิบไวน์ขวดใหม่ เปิดจุก แล้วเทให้เธอ “ดื่มสิ ยินดีกับการหมั้นหมาย” เขาสั่ง ของขวัญรับแก้วมา จิบช้า ๆ ดวงตาไม่สบตาเขา นานายืนมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่สับสน แต่คุณเปรมไม่สนใจ เขาดึงนานาเข้ามากอดจากด้านหลัง จูบคอเธอต่อหน้าของขวัญ ของขวัญยังคงนั่งนิ่งบนโซฟาหนังสีเทา แก้วไวน์ในมือสั่นเล็กน้อยจนน้ำสีแดงเข้มกระเพื่อมกระทบขอบแก้ว เธอจิบอีกครั้ง แต่รสชาติขมฝาดเหมือนกำลังดื่มเลือดตัวเอง แล้วนานาก็ถูกคุณเปรมดึงออกจากห้องไปแล้ว ลิฟต์ส่วนตัวปิดลงด้วยเสียง “ติ๊ง” ที่ดังก้องในความเงียบ แต่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอยังลอยคลุ้ง ผสมกับกลิ่นเหงื่อและความเร่าร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องนอน ของขวัญวางแก้วลง มือกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือจนเจ็บ เธอพยายามหายใจช้า ๆ แต่หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เธอเคยชินแล้ว ชินกับการเก็บเสื้อผ้าผู้หญิงอื่น ชินกับการได้ยินเสียงครางที่ไม่ใช่ชื่อเธอ ชินกับการนั่งรอในห้องที่เขาเพิ่ง “ใช้” กับคนอื่นเสร็จ ไม่นานคุณเปรมเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ตัวเปลือยแต่กางเกงยีนส์ ผมเปียกชื้นจากเหงื่อ ดวงตาคมกริบจ้องมองของขวัญราวกับกำลังประเมินศัตรู เขาไม่พูดอะไร เดินตรงไปที่บาร์ หยิบแก้วใหม่ เทไวน์ให้ตัวเอง แล้วยกขึ้นจิบช้า ๆ “กินข้าวกับธีรัช อร่อยไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่แฝงด้วยความประชดที่คมกริบราวกับมีด ของขวัญหันมามองเขา ดวงตาแดงก่ำแต่พยายามยิ้ม “อร่อยค่ะ เขาพาไปร้านใหม่แถวถนนนิมมาน” คุณเปรมหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย “นั่นสินะ ต้องอร่อยอยู่แล้ว เพราะได้ไปกินกับ คู่หมั้นป้ายแดง มานี่นา” คำว่า “คู่หมั้น” ถูกขว้างออกมาจากปากเขาเหมือนก้อนหินที่ทุ่มลงกลางอกของขวัญ เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังคงนั่งนิ่ง มือกำแน่นขึ้นจนเล็บจิกฝ่ามือจนเลือดซึม คุณเปรมวางแก้วลงแรงจนแก้วกระทบโต๊ะเสียงดัง เขาเดินมานั่งข้างเธอ มือใหญ่หยิบโทรศัพท์จากมือเธอทันที เปิดดูรูปที่ธีรัชส่งมาในไลน์กลุ่มครอบครัว รูปเธอกับเขายืนหน้าร้านอาหาร เขายิ้มกว้าง มือโอบไหล่เธอเบา ๆ เขาจ้องรูปนั้นนาน ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธที่ระเบิดออกมา “เขาดูดีนะเวลาอยู่กับเธอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา “จะแต่งงานกันเมื่อไหร่ล่ะ” ของขวัญเงียบ เธอไม่รู้จะตอบยังไง เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้คำตอบ เธอรู้แค่ว่าคำว่า “หมั้น” นี้เป็นแค่คำสั่งจากคุณหญิงวรรณา ไม่ใช่ความต้องการของเธอ คุณเปรมโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาแรงจนกระเด็น เขาหันมามองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวงที่เขาไม่เคยยอมรับ แต่คืนนี้มันระเบิดออกมาจนควบคุมไม่ได้ “เธอจะแต่งงานจริง ๆ เหรอ” เขาถามอีกครั้ง เสียงต่ำแต่หนักแน่นราวกับคำสั่ง “ตอบฉันสิ ของขวัญ” ของขวัญมองตาเขา ดวงตาที่แดงก่ำจากความโกรธ ความหวง และความกลัวที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น เธอรู้ว่าเขากำลังกลัว กลัวว่าเธอจะหนี กลัวว่าเธอจะมีชีวิตที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของ “ฉัน...” เธอเริ่มพูด แต่เสียงสั่น “ฉันยังไม่รู้” คุณเปรมยิ้มมุมปาก แต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่มีความสุข “ดี” เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่น มือใหญ่ลูบผมเธอเบา ๆ แต่แฝงด้วยความครอบครองที่รุนแรง เขาซุกหน้าลงที่ซอกคอของเธอ สูดกลิ่นวนิลาที่ติดอยู่บนผิวเธอ แต่คราวนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน มันคือการตอกย้ำว่าเธอเป็น“ของเขา” “เพราะถ้าเธอจะแต่งงาน” เขากระซิบเสียงสั่น “เธอก็รู้ว่าฉันไม่มีวันยอมปล่อยเธอไป” ของขวัญซุกหน้าลงที่อกเขา ฟังเสียงหัวใจเต้นแรงที่ดังตุบ ๆ แต่คราวนี้ไม่ใช่ความอบอุ่น มันคือเสียงของกรงที่กำลังขึงแน่นขึ้น เธอรู้ว่าเธอหนีไม่พ้น รู้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ รู้ว่าเธอเคยชินแล้ว แต่ในใจลึก ๆ เธอหวังว่า วันหนึ่ง เขาจะพูดคำว่า “รัก” ออกมา ไม่ใช่คำว่า “ของฉัน”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD