12 มื้อค่ำอาบยาพิษ

2436 Words
แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับสาดส่องลงมายังห้องอาหารขนาดมหึมาของคฤหาสน์วิรงคพิทักษ์ สะท้อนกับเครื่องเงินและแก้วไวน์ราคาแพงที่ถูกจัดวางอย่างประณีตบรรจงบนโต๊ะไม้มะฮอกกอกนียาวเหยียด ดอกกุหลาบสีแดงสดถูกจัดใส่แจกันทรงสูงวางเรียงราย ส่งกลิ่นหอมฉุนที่ผสมปนเปกับกลิ่นอาหารฝรั่งเศสเลิศรส บรรยากาศดูหรูหรา อบอุ่น และสมบูรณ์แบบ หากมองจากภายนอก แต่สำหรับ ของขวัญ ที่นั่งตัวลีบอยู่ข้าง ธีรัช บรรยากาศในห้องนี้ไม่ต่างอะไรกับลานประหารที่ถูกประดับประดาด้วยดอกไม้ วันนี้เธอสวมชุดเดรสผ้าไหมสีกลีบบัว เรียบง่ายแต่ตัดเย็บประณีต เผยให้เห็นช่วงคอระหงและผิวขาวเนียนที่เธอพยายามใช้รองพื้นปกปิดรอยแดงจาง ๆ จากรอยนิ้วของเขาเมื่อวาน ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นหลวม ๆ ให้ดูสุภาพ เครื่องประดับมีเพียงแหวนหมั้นเพชรเม็ดงามที่นิ้วนางข้างซ้าย และต่างหูมุกเม็ดเล็กที่คุณแม่เคยทิ้งไว้ให้ ตรงข้ามเธอ คือภาพสะท้อนที่เจิดจรัสและเหนือชั้นกว่าในทุกมิติ อันดา อัญธิดา วัชราภิรมย์ พี่สาวต่างแม่ของเธอ อยู่ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่น ริมฝีปากเคลือบสีแดงสด รอยยิ้มมั่นใจ และแววตาของนางพญาที่สะกดทุกสายตา เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่นั่งขนาบข้างด้วย คุณเปรม ที่วันนี้ดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม และที่สำคัญ ครอบครัววัชราภิรมย์ หรือครอบครัวฝั่งพ่อของของขวัญ ก็มากันครบทีม นำโดย คุณหญิงอนงค์ ผู้เป็นย่า และ คุณนายอรวี แม่เลี้ยงใจร้ายที่แฝงตัวอยู่ภายใต้หน้ากากผู้ดี “อาหารวันนี้ถูกปากไหม คุณอนงค์” คุณหญิงวรรณา ประมุขหญิงแห่งวิรงคพิทักษ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะใช้มีดเงินหั่นสเต็กเนื้อวากิวในจานอย่างเชื่องช้า “เลิศรสมากค่ะคุณพี่วรรณา” คุณหญิงอนงค์วางแก้วไวน์ลง “สมกับเป็นรสนิยมของบ้านวิรงคพิทักษ์จริง ๆ ไม่เสียแรงที่คุณเปรมเป็นคนดูแลกิจการอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด” คุณเปรมยิ้มรับบาง ๆ ค้อมศีรษะเล็กน้อย “ขอบคุณครับคุณย่าอนงค์ พอดีผมทราบว่าอันดาชอบทานเนื้อวากิวเป็นพิเศษ เลยสั่งนำเข้าส่วนที่ดีที่สุดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ” เขาหันไปสบตาอันดา สายตาที่มองดูหวานเชื่อมจนคนทั้งโต๊ะยิ้มตาม อันดาเขินอายเล็กน้อย ยกมือทัดผม “คุณเปรมจำเก่งจังเลย อันดาเคยพูดเปรย ๆ ไว้นานแล้ว ไม่คิดว่าจะจำได้” “เรื่องสำคัญของคนสำคัญ เราจำได้เสมอนั้นแหละ” ประโยคนั้นเรียกเสียงฮือฮาเบา ๆ จากพวกผู้ใหญ่ ของขวัญนั่งนิ่ง มือที่วางบนตักกำผ้าเช็ดปากแน่นจนเจ็บ เธอจำได้ดี ว่าใครเป็นคนสอนให้เขาแยกแยะเกรดเนื้อ ใครเป็นคนหมักเนื้อสูตรพิเศษให้เขาทานสมัยเรียนที่ฝรั่งเศส เขาจำได้...แต่เขาเลือกที่จะใช้ความจำนั้นเพื่อเอาใจผู้หญิงอีกคน ต่อหน้าเธอ “แหม...หวานกันขนาดนี้ ข่าวลือที่กำลังดังในโซเชียลคงไม่ใช่แค่ข่าวลือแล้วมั้งคะ” คุณนายอรวี แม่เลี้ยงของของขวัญพูดขึ้น พลางปรายตามองลูกเลี้ยงตัวเองที่นั่งหัวโด่อยู่อีกฝั่งด้วยสายตาเหยียดหยาม “เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกจริง ๆ นะคะ สองตระกูลใหญ่มาเกี่ยวดองกันด้วยคู่ที่สมน้ำสมเนื้อแบบนี้” คำว่า ‘สมน้ำสมเนื้อ’ ถูกเน้นเสียงหนักราวกับจะตบหน้าคนที่ ‘ไม่เจียมตัว’ “นั่นสิคะ” เจ้าขา ที่มาร่วมโต๊ะด้วยในฐานะภรรยาธาวิน พูดเสริมขึ้นมา “คุณเปรมก็เก่ง อันดาก็วางตัวดี ไม่มีข่าวเสียหาย ชาติตระกูลก็เสมอกัน เป็นหน้าเป็นตาให้วงศ์ตระกูลได้ไม่อายใคร” ธีรัชรู้สึกถึงแรงสั่นจากมือของขวัญที่วางอยู่ใต้โต๊ะ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น บีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ ก่อนจะพูดขัดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ของขวัญเองก็เก่งนะครับคุณน้าอรวี ร้านขนมของขวัญขยายไปทั่วประเทศแล้ว อีกหน่อยคงเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้แน่ ๆ เธอสร้างมาด้วยมือตัวเองล้วน ๆ เลยนะครับ” ธีรัชพยายามปกป้องคู่หมั้นอย่างสุดความสามารถ แต่คำพูดของเขาเหมือนโยนฟืนเข้ากองไฟ คุณนายอรวีหัวเราะเบา ๆ ยกผ้าเช็ดปากขึ้นซับมุมปาก “อ๋อ...จ้ะ น้าก็ภูมิใจนะที่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แม่เขา...เอ้ย คุณสารณี ก็ทำขนมเก่งแบบนี้แหละ เสียดายที่วาสนาคนเรามันแข่งกันไม่ได้ เก่งงานบ้านงานเรือนก็ดีจ้ะ เหมาะจะเป็นแม่ศรีเรือน คอยดูแลปรนนิบัติสามีอยู่ก้นครัว” คำพูดที่ดูเหมือนชม แต่เนื้อในคือการเหยียบย่ำ เธอกำลังบอกว่า ของขวัญก็เป็นได้แค่ ‘คนครัว’ เหมือนแม่ของเธอ ไม่มีวันเทียบชั้น ‘นางพญา’ อย่างอันดาได้ ของขวัญหน้าชา แต่เธอยังคงรักษารอยยิ้มไว้ เธอถูกฝึกมาให้ทน ถูกฝึกมาให้เงียบ “ขอบคุณค่ะคุณแม่ใหญ่” เธอตอบเสียงเรียบ “ขวัญมีความสุขกับการทำขนมค่ะ การได้เห็นคนที่เรารักทานของอร่อย มันก็เป็นความสำเร็จของขวัญแล้ว” “ตอบได้ดี” คุณเปรม พูดขึ้นลอย ๆ สายตาคมกริบตวัดมามองเธอ เขาหมุนแก้วไวน์ในมือเล่น ของเหลวสีแดงเข้มหมุนวนเป็นระลอก “คนเราควรรู้หน้าที่และที่ยืนของตัวเอง เป็นก้อนหินที่ค้ำจุนบ้าน ก็อย่าริอาจไปเป็นยอดฉัตร” ทั้งโต๊ะเงียบกริบ...คำพูดของคุณเปรมตีความได้หลายอย่าง แต่สายตาที่เขาจ้องของขวัญนั้นชัดเจน มันคือการเตือน และการกดเธอให้จมดิน ของขวัญสบตาเขา วูบหนึ่งเธอเห็นความสะใจในดวงตาคู่นั้น เขาไม่ได้ช่วยปกป้องเธอ เขาคือคนที่ยื่นมีดให้คนอื่นแทงเธอซ้ำต่างหาก ธีรัชทนไม่ไหว หันไปหาคุณหญิงวรรณา ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องเพื่อจบความอึดอัดนี้ “คุณย่าครับ ไหน ๆ วันนี้ผู้ใหญ่ก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ผมอยากจะขอปรึกษาเรื่องฤกษ์แต่งงานของผมกับของขวัญ...” “ไม่ได้!” เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงวรรณาดังแทรกขึ้นมาทันที บรรยากาศบนโต๊ะเงียบกริบ ท่านวางแก้วไวน์ลงช้า ๆ สายตาเปลี่ยนจากความเมตตาเป็นความเฉียบขาด “จะรีบร้อนไปไหนตาธีร์ กฎของตระกูลวิรงคพิทักษ์ คงไม่ได้ลืมไปแล้วใช่ไหม?” ธีรัชหน้าซีด “ตะ...แต่ว่า...” คุณหญิงวรรณากวาดสายตามองทุกคนบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นดุจคำพิพากษา “ตระกูลเรายึดถือลำดับอาวุโสเป็นสำคัญมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า การแต่งงานต้องเรียงตามลำดับพี่น้อง ห้ามข้ามหน้าข้ามตา” ท่านชี้ไปทางคุณเปรมและคนอื่น ๆ “ตอนนี้ ธาวิน คุณโปรด คุณปราบ เหล่าพี่คนโตแต่งงานไปแล้ว คนต่อไปตามลำดับศักดิ์คือ คุณเปรม คุณปลื้ม แล้วก็ ธัญญา ทั้งหมดจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา ตาธีร์ที่เป็นน้องเล็กสุด ไม่มีสิทธิ์จะจัดงานแต่งงานก่อนเด็ดขาด!” เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางโต๊ะอาหาร ของขวัญเบิกตากว้าง หันไปมองธีรัชที่นั่งนิ่งอึ้ง กฎบ้าบอนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการขังลืมเธอไว้ในนรก ธัญญา...ยังไม่มีวี่แววจะมีแฟน คุณเปรม... ยิ่งไม่มีทางยอมแต่งงานง่าย ๆ คุณปลื้ม... ยังโสดสนิท กว่าจะถึงคิวธีรัช...เธอต้องรออีกกี่ปี? หรือต้องรอไปตลอดชีวิต? “คุณย่าครับ!” ธีรัชพยายามแย้ง “แต่พี่ ๆ เขาก็ยังไม่มีใครพร้อม แต่ผมกับของขวัญเรารักกัน เราพร้อมจะสร้างครอบครัวกันแล้วนะครับ” “ความรักมันกินไม่ได้! นะตาธีร์” คุณหญิงวรรณณาตวาด “ระเบียบประเพณีคือรากฐานของความมั่นคง ถ้าข้ามหน้าข้ามตาพี่ ๆ แล้วสังคมจะมองยังไง? เขาจะหาว่าตระกูลเราไร้วินัย ปล่อยให้น้องเล็กชิงสุกก่อนห่าม!” ท่านหันไปยิ้มให้คุณหญิงอนงค์ “คุณอนงค์คงเห็นด้วยกับดิฉันใช่ไหมคะ ว่าเราควรจะจัดการเรื่องคู่ครองของหลาน ๆ รุ่นโตให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะคุณเปรม กับหนูอันดา...ที่ดูจะเหมาะสมและพร้อมที่สุดในตอนนี้” อันดาแสร้งทำเป็นตกใจแก้มแดง “อุ๊ย...คุณย่าพูดอะไรคะ อันดากับคุณเปรมเราเพิ่งจะ...” “เพิ่งจะเริ่ม... แต่ก็พัฒนาได้เร็วนะครับ” คุณเปรม พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาเอื้อมมือไปวางทับมือของอันดาบนโต๊ะอย่างเปิดเผย “ผมเองก็เคารพกฎของตระกูลครับคุณย่า ยังไงน้องเล็กต้องรอพี่ ๆ นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว” เขาหันมาสบตาธีรัชด้วยแววตาของผู้ชนะ ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่ของขวัญ สายตาที่บอกชัดเจนว่า ‘เธอไปไหนไม่ได้หรอก ของขวัญ เธอต้องอยู่ที่นี่ รอเป็นของเล่นของฉัน จนกว่าฉันจะเบื่อ’ “ได้ยินไหมตาธีร์ พี่เขาพูดขนาดนี้แล้ว” มัณฑนาผู้เป็นแม่รีบเสริมเพราะกลัวลูกชายจะขัดใจคุณย่า “แกก็ใจเย็น ๆ รอไปก่อนสิ ระหว่างนี้ก็หมั้น ๆ กันไป จะรีบแต่งไปทำไม หรือกลัวว่าฝ่ายหญิงเขาจะทนรอไม่ไหว แหม...ของเกรดนี้ จะให้รออีกสิบปีก็คงไม่มีใครมาแย่งหรอกย่ะ” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากฝั่งวัชราภิรมย์ “มัดเธอก็พูดเกินไป” อรวีจีบปาก “ของขวัญเขาก็ชินกับการรออยู่แล้ว แม่เขาก็รอพ่อมาทั้งชีวิต สุดท้ายก็ได้แค่บ้านไม้เก่า ๆ ยังไงลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอย่างที่รู้ ๆ กันนั่นแหละ” ของขวัญรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ความเจ็บปวด ความอับอาย และความสิ้นหวัง ถาโถมเข้ามาจนตาพร่า เธอมองไปรอบโต๊ะ คุณย่าที่ใจร้าย แม่เลี้ยงที่เหยียดหยาม พี่สาวที่แย่งชิงทุกอย่าง และผู้ชายที่เธอรัก ที่กำลังจับมือผู้หญิงอื่นและยิ้มเยาะเย้ยเธอด้วยกฎบ้า ๆ นี้ “อันดา” คุณเปรมเรียกชื่อหญิงสาวข้างกายเสียงนุ่ม เขาหยิบขวดไวน์ขึ้นมา รินใส่แก้วของอันดาเพิ่ม ก่อนจะพูดประโยคที่เชือดเฉือนที่สุดออกมา “คนบางคน...เกิดมาเพื่อเป็นเพชรที่ต้องโชว์ให้โลกเห็น ส่วนคนบางคน เกิดมาเพื่อเป็นแค่ ฐานรองเพชร ยิ่งเงียบ ยิ่งมืด ก็ยิ่งทำให้เพชรดูสวยขึ้น” เขาวางขวดไวน์ลง เสียงแก้วกระทบโต๊ะดังกึก “เราควรขอบคุณความเสียสละของฐานรองนะครับ...จริงไหมครับ ว่าที่น้องสะใภ้เจ้าสาว” เขาจงใจถามของขวัญ ‘ฐานรองเพชร’ นั่นคือสิ่งที่เขาเห็นในตัวเธอมาตลอดอย่างนั้นหรือ? ความอดทนของของขวัญขาดผึง แต่เธอฉลาดพอที่จะไม่โวยวาย เธอเรียนรู้ความเย็นชามาจากเขา ของขวัญเงยหน้าขึ้น สบตาคุณเปรมตรง ๆ ดวงตาที่เคยโอนอ่อนบัดนี้แข็งกร้าวขึ้นชั่วขณะ เธอหยิบแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นมา “ขอบคุณค่ะคุณเปรม ที่เปรียบเปรยได้เห็นภาพ” น้ำเสียงของเธอเรียบ นิ่ง และทรงพลังจนคนทั้งโต๊ะชะงัก “ฐานรองอาจจะดูต่ำต้อย ไม่สวยงาม...แต่คุณเปรมลืมไปหรือเปล่าคะ ว่าถ้าไม่มีฐานที่แข็งแรง เพชรเม็ดงามแค่ไหนก็ตั้งอยู่ไม่ได้ มันจะกลิ้งตกลงไปคลุกฝุ่น...จนหมดราคา” เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ สายตามองผ่านแก้วไวน์ไปยังอันดา แล้วเลื่อนกลับมาที่เขา “และบางครั้ง...ฐานรองก็อาจจะเบื่อที่จะแบกรับ แล้วเลือกที่จะเทเพชรทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้เหมือนกัน” เคร้ง! เสียงช้อนส้อมหลุดจากมือคุณนายอรวีกระทบจานดังลั่น ทุกคนอึ้ง ไม่มีใครคิดว่า ‘กระต่ายน้อย’ ที่เคยยอมจำนนจะกล้าลุกขึ้นมากัด ธีรัชมองคู่หมั้นด้วยความทึ่งและภูมิใจ อันดาหน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มจางหายไป แต่คนที่ดูจะ ‘พอใจ’ ที่สุด กลับเป็นคุณเปรม เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเร่าร้อนที่ถูกจุดประกาย เขาชอบ เขาชอบเวลาที่เธอดื้อดึง ชอบเวลาที่เธอพยายามขัดขืน “พูดเก่งนี่...” คุณเปรมกระซิบเบา ๆ พอให้ได้ยินกันแค่นั้น เขาโน้มตัวไปข้างหน้า เท้าศอกลงบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากัน “งั้นเรามารอดูกัน ว่าฐานรองจะเทเพชรทิ้งได้จริงไหม...หรือฐานจะถูกเพชรบดขยี้จนแหลกคามือก่อน” บรรยากาศบนโต๊ะอาหารตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สงครามประสาทระหว่างชนชั้น ระหว่างพี่น้อง และคนที่เธอชอบ ทันใดนั้น เสียงคุณหญิงวรรณาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ แล้วหันมาประกาศข่าวสำคัญที่เหมือนตอกฝาโลงใส่ของขวัญ “พรุ่งนี้...จะมีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการร่วมทุนระหว่าง‘วิรงคพิทักษ์’ และ ‘วัชราภิรมย์’ อย่างเป็นทางการ” ท่านมองไปที่คุณเปรมและอันดาด้วยสายตาชื่นชม “และฉันอยากให้ คุณเปรมกับหนูอันดา เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของโครงการนี้...ในคอนเซปต์ ‘การรวมเป็นหนึ่งของล้านนา’” มันคือคำประกาศจับคู่ทางอ้อม เท่ากับว่า ข่าวลือที่ภูเก็ต กำลังจะกลายเป็นเรื่องจริงทางธุรกิจ ของขวัญรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำสอง ในขณะที่งานแต่งของเธอต้องซ่อนอยู่ในเงามืดและถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด งานของพวกเขากลับถูกฉายไฟสปอร์ตไลท์ให้คนทั้งโลกชื่นชม ธีรัชบีบมือเธอแน่นขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ขวัญ...ไม่เป็นไรนะ” ของขวัญหันไปยิ้มให้ธีรัช ยิ้มที่เศร้าที่สุด แต่ดวงตาว่างเปล่า “ไม่เป็นไรธีร์...ขวัญชินแล้ว” แต่สายตาของคุณเปรมที่มองมือของธีรัชที่กุมมือของขวัญอยู่นั้น...มันลุกโชนไปด้วยไฟบรรลัยกัลป์ เขาไม่สนเรื่องโครงการร่วมทุน เขาไม่สนเรื่องอันดา เขาสนแค่ว่า...ทำไมมือคู่นั้นถึงกล้าแตะต้อง ‘ของ’ ของเขา ขณะที่ทุกคนเริ่มลุกจากโต๊ะเมื่อมื้ออาหารจบลง คุณเปรมเดินเฉียดเข้ามาใกล้ของขวัญ จังหวะที่ธีรัชหันไปคุยกับแม่ เขาโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้สันหลังวาบ “คืนนี้...เธอต้องชดใช้ ที่กล้าทำตัวเป็นฐานรองปีกกล้าขาแข็ง...มาเจอฉันที่เดิม”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD