13 พันธสัญญากุหลาบหนาม

1765 Words
รถยนต์ยุโรปคันหรูของธีรัชจอดสนิทที่หน้าบ้านไม้สักหลังเก่า ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่ไร้ดวงดาว มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดร้องระงมแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่ยังเดินเบาอยู่ ธีรัชปลดล็อกประตูรถ แต่ไม่มีใครขยับตัว เขาหันมามองคู่หมั้นสาวที่นั่งเงียบมาตลอดทาง ใบหน้าของเธอซีดเซียว ดวงตาบวมช้ำจากการกลั้นน้ำตา และไหล่เล็ก ๆ ที่ห่อเข้าหากันราวกับคนกำลังหนาวสั่นจากภายใน “ขวัญ...” ธีรัชเอ่ยเรียกเบา ๆ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่วางนิ่งอยู่บนตัก “ไม่ต้องคิดมากนะเรื่องที่คุณย่าพูด ท่านก็แค่... ยึดติดกับกฎเกณฑ์เก่า ๆ เดี๋ยวเราค่อย ๆ หาทางคุยกันใหม่” ของขวัญเงยหน้าขึ้นมองเขา รอยยิ้มของธีรัชยังคงอบอุ่นและจริงใจเสมอ เหมือนแสงแดดยามเช้าที่พยายามสาดส่องเข้ามาในถ้ำมืดมิดที่เธออาศัยอยู่ แต่ยิ่งเขาดีกับเธอมากเท่าไหร่ ความรู้สึกผิดในใจเธอก็ยิ่งกัดกินจนเน่าเฟะ ถ้าเขารู้ ว่ามือคู่นี้ที่เขากุมอยู่ เพิ่งถูกผู้ชายอีกคนบีบเค้นด้วยความปรารถนา ถ้าเขารู้ ว่าร่างกายนี้ที่เขาทะนุถนอม มีรอยตีตราจาง ๆ ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า จะเป็นยังไงนะ “ขอบคุณนะธีร์” เธอตอบเสียงแผ่ว ดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างสุภาพ “ขวัญเหนื่อยมากเลย ขอตัวไปพักก่อนนะ” “ให้เราอยู่เป็นเพื่อนไหม คืนนี้...” “ไม่ต้องหรอก” เธอรีบปฏิเสธ “ขวัญอยากอยู่คนเดียว” ของขวัญลงจากรถ ยืนรอจนไฟท้ายรถของธีรัชลับหายไปในความมืด แล้วความเข้มแข็งที่เสแสร้งมาทั้งคืนก็พังทลายลง เธอไขกุญแจเข้าบ้านด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่ประตูปิดลง ร่างบางก็ทรุดฮวบลงกับพื้นไม้เย็นเฉียบ พิงหลังกับบานประตู ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร คำพูดบนโต๊ะอาหารยังดังก้องในหัวเหมือนเทปที่เปิดซ้ำ “ฐานรองเพชร” “ก้อนหินค้ำจุนบ้าน” “อย่าริอาจเป็นยอดฉัตร” และคำสั่งสุดท้ายของคุณเปรม “คืนนี้...มาเจอฉันที่เดิม” ของขวัญยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เข็มสั้นชี้ที่เลขสิบเอ็ด อีกหนึ่งชั่วโมงจะถึงเที่ยงคืน ร่างกายของเธอจดจำความเจ็บปวดและความสุขสมที่เขามอบให้ได้ดีเกินไป สมองสั่งให้หนี แต่หัวใจที่ภักดีมาตลอดสิบกว่าปีกำลังบอกให้เธอไปหาเขา ไปทำหน้าที่ “กระต่ายน้อย” ที่ซื่อสัตย์ เพื่อแลกกับเศษเสี้ยวความรักที่เขาอาจจะเจียดมาให้ แต่ภาพวันนี้...ภาพที่เขารินไวน์ให้อันดา ภาพที่เขาจับมือผู้หญิงคนนั้นประกาศศักดาความเหมาะสม มันกระชากหน้ากากความรักจอมปลอมออกจนหมดสิ้น เขาไม่ได้รักเธอ เขาแค่ “หวงของเล่น” และเธอ ก็เหนื่อยเหลือเกินที่จะเป็นของเล่นที่ไร้จิตวิญญาณ ของขวัญปาดน้ำตา ลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เย็น หยิบน้ำเย็นจัดขึ้นมาดื่มรวดเดียวเพื่อดับไฟในอก สายตาเหลือบไปเห็นนามบัตรสีครีมขอบทองใบเล็กที่ถูกทิ้งไว้บนหลังตู้เย็นมาหลายวัน นามบัตรของ คุณแม่เล็กภัทรา ย้อนความ: 3 วันก่อนหน้า วันที่ของขวัญเพิ่งกลับจากภูเก็ต บรรยากาศในห้องรับรองส่วนตัวของร้านสปาหรูใจกลางเมืองเชียงใหม่เงียบสงบ กลิ่นหอมระเหยของตะไคร้และมะลิช่วยผ่อนคลายอารมณ์ แต่บทสนทนาระหว่างสตรีต่างวัยสองคนกลับตึงเครียดราวกับกำลังเจรจาศึก คุณภัทรา นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุกำมะหยี่ ท่วงท่าสง่างามสมกับเป็นสะใภ้รองแห่งวิรงคพิทักษ์ มือเรียวสวยที่ผ่านการทำเล็บมาอย่างดีวางแก้วชาสมุนไพรลง “ฉันรู้เรื่องที่ภูเก็ตหมดแล้วนะ” ประโยคสั้น ๆ เรียบง่าย แต่ทำให้ของขวัญที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตัวชาวาบ “คุณป้า...หมายถึงเรื่องอะไรคะ” “ไม่ต้องมาเล่นละครกับฉัน แม่หนู” ภัทรายิ้มเย็น “คุณเปรมลูกชายฉัน...นิสัยเป็นยังไงฉันรู้ดีที่สุด เขาเหมือนพ่อเขา หวงของ อยากได้อะไรก็ต้องได้ และไม่สนวิธีการ” ภัทรามองของขวัญตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาไม่ได้มีความเอ็นดู แต่มีความประเมินค่าแบบนักธุรกิจ “เธอรักคุณเปรมหรือเปล่า?” ของขวัญนิ่งเงียบ ก้มหน้ามองมือตัวเอง “คุณป้าคิดว่ายังไงคะ” เธอถามเสียงเบาหวิว “คุณป้าเองก็เห็นมาตลอดนี่คะ ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไร ถึงพวกคุณป้าเลือกจะหลับหูหลับตากันหมด แต่แล้วยังไงคะ ความรักมันกินไม่ได้นี่นา” “ใช่ ฉันรู้เรื่องพวกเธอสองคน” ภัทราถอนหายใจเบา ๆ “แต่เธอรู้ใช่ไหม ว่าความรักของเธอมันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ใช่แค่เพราะฐานะ แต่เพราะคุณเปรม เขาถูกเลี้ยงมาให้เป็นผู้นำ เขาต้องการคู่ชีวิตที่ส่งเสริมบารมี ไม่ใช่คู่ชีวิตที่ต้องคอยอุ้มชู” ภัทราโน้มตัวมาข้างหน้า จ้องตาของขวัญเขม็ง “และตอนนี้...เหมือนว่า 'อันดา' คือคนที่เหมาะสมที่สุด ที่จะมาช่วยคานอำนาจกับบ้านของสะใภ้คนอื่น ๆ ฉันต้องการให้อันดามาเป็นสะใภ้ของฉัน เพื่อความมั่นคงของคุณเปรมเอง” ของขวัญรู้สึกจุกในอก “คุณป้าเรียกขวัญมาเพื่อจะบอกให้ขวัญเจียมตัวเหรอคะ” “เปล่า” ภัทราส่ายหน้า “ฉันเรียกเธอมา เพราะฉันรู้ว่าลำพังตัวเธอเอง หนีคุณเปรมเขาไม่พ้นหรอก ต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก เขาก็จะตามล่าเธอกลับมาขังไว้ในกรงเหมือนเดิม”ภัทรายื่นนามบัตรใบหนึ่งให้ของขวัญ “ฉันมีข้อเสนอ...ฉันจะช่วยเธอ” ของขวัญเงยหน้ามองอย่างไม่เชื่อหู “หมายถึง คุณป้าจะช่วย...ขวัญเหรอคะ?” “ใช่ ฉันจะช่วยกันคุณเปรมออกไปจากชีวิตเธอ ฉันจะใช้อำนาจของความเป็นแม่ และเส้นสายทั้งหมดที่ฉันมี เพื่อขัดขวางไม่ให้เขายุ่งกับเธอได้อีก ฉันจะสนับสนุนให้เธอได้แต่งงานกับธีรัชอย่างราบรื่น...ให้เธอได้มีชีวิตที่ปกติสุขเสียที” “แลกกับอะไรคะ?” ของขวัญถามทันที เธอรู้ดีว่าของฟรีไม่มีในโลก โดยเฉพาะในตระกูลนี้ คุณภัทรายิ้มพึงพอใจ “ฉลาด...สมกับที่เอาตัวรอดมาได้ถึงป่านนี้” “แลกกับความร่วมมือของเธอ...เธอต้องทำทุกวิถีทางให้คุณเปรม ‘เกลียด’ เธอ หรืออย่างน้อยก็ทำให้เขาเชื่อว่าเธอ ‘หมดรัก’ เขาแล้วอย่างสิ้นเชิง เธอต้องผลักไสเขาไปหาอันดา เปิดทางให้เขาสองคนลงเอยกันให้ได้” ภัทราเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดประโยคที่โหดร้ายที่สุด “เธอต้องเป็นคนร้าย...เธอต้องใจแข็ง...และที่สำคัญ เธอต้องห้ามใจอ่อนกลับไปนอนกับเขาเด็ดขาด เพราะถ้าเธอพลาดแม้แต่ครั้งเดียว...แผนของฉันพัง และฉันจะไม่ช่วยเธออีกเลย” ของขวัญมองนามบัตรในมือ ข้อเสนอนี้เหมือนเชือกเส้นสุดท้ายที่หย่อนลงมาในบ่อลึก “กลับไปคิดดูให้ดี...นามบัตรใบนั้นคือตั๋วสู่อิสรภาพของเธอ หรือเธอจะเลือกเป็นนางบำเรอลับ ๆ ของลูกชายฉันไปตลอดชีวิต...ก็เลือกเอา” กลับมาสู่ปัจจุบัน เวลา 23:45 น. ของขวัญมองนามบัตรใบเดิมในมืออีกครั้ง ตลอดสามวันที่ผ่านมา เธอลังเล เธอหวาดกลัว และลึก ๆ ในใจ เธอยังมีความหวังโง่ ๆ ว่าคุณเปรมอาจจะเปลี่ยนไป แต่เหตุการณ์ในค่ำคืนนี้...มันชัดเจนแล้ว เขาไม่มีวันเปลี่ยน และเธอ...ไม่มีวันทนได้อีกต่อไป การเป็น “ฐานรอง” ที่ต้องแบกรับน้ำหนักของคนอื่น แบกรับความเจ็บปวดเพื่อให้เขาเฉิดฉาย มันหนักเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เธอไม่อยากเป็นฐานรอง เธออยากเป็นคน ของขวัญสูดลมหายใจลึก หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของคุณแม่เล็กภัทราตามที่ระบุในนามบัตร เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่เพียงสองครั้ง ปลายสายก็กดรับ ราวกับรอคอยอยู่แล้ว “ว่าไง...ตัดสินใจได้แล้วสินะ” เสียงคุณภัทราดังขึ้น เรียบเย็น แต่แฝงกระแสแห่งชัยชนะ “ค่ะ คุณป้า...” ของขวัญตอบกลับ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่หนักแน่น แววตาที่เคยวูบไหวเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้น “ขวัญตกลงรับข้อเสนอ...ขวัญจะทำทุกอย่าง ตามที่คุณป้าต้องการ” “ดี...” ภัทราตอบสั้น ๆ “คืนนี้เขาเรียกเธอไปพบใช่ไหม?” ของขวัญชะงัก “คุณป้ารู้?” “ฉันเป็นแม่เขานะ อัญชิสา...ฉันรู้ทุกการเคลื่อนไหวของลูกชายฉัน” “แล้วขวัญต้องทำยังไงคะ...ต้องไปไหม?” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยคำสั่งที่เฉียบขาด “ไม่ต้องไป...ให้มันเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีนี้ ปิดเครื่อง ล็อกบ้าน แล้วเข้านอนซะ พรุ่งนี้เช้า...เกมของเราจะเริ่มอย่างเป็นทางการ” “ค่ะ” ของขวัญวางสาย มือที่ถือโทรศัพท์ตกลงข้างลำตัว นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนตรง เวลาของซินเดอเรลล่าหมดลงแล้ว...แต่สำหรับของขวัญ นี่ไม่ใช่ตอนจบของนิทาน แต่มันคือบทเริ่มต้นของสงคราม เธอจะไม่ใช่กระต่ายน้อยที่รอให้เสือขย้ำอีกต่อไป เธอจะเป็นหนามกุหลาบ ที่แม้จะสวยงาม แต่ถ้าใครกล้ากำแน่นเกินไป ก็ต้องได้เลือดคืนไปบ้าง ณ คอนโดหรูใจกลางเมืองเชียงใหม่ คุณเปรมนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม ในมือถือแก้ววิสกี้ น้ำแข็งละลายจนเจือจาง เขามองนาฬิกาบนผนัง 00:15 น. ไม่มีเสียงกริ่ง ไม่มีเสียงเปิดประตู ไม่มีร่างเล็ก ๆ ที่คุ้นเคยเดินเข้ามาด้วยท่าทีหวาดกลัว ความเงียบในห้องเริ่มเปลี่ยนเป็นความกดดัน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรออกหาเบอร์ที่เขาจำได้ขึ้นใจ “เลขหมายที่ท่านเรียกอยู่ในขณะนี้ยังไม่เปิดให้ใช้บริการ” เพล้ง! แก้ววิสกี้ในมือถูกขว้างใส่ผนังห้องจนแตกละเอียด เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น คุณเปรมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยโทสะ ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้มที่น่ากลัวที่สุดออกมา “กล้ามากนะ...ของขวัญ คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ คิดว่าตัวเองจะแข็งข้อกับฉันได้จริง ๆ เหรอ”เขาเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองลงไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองเชียงใหม่ ทิศทางที่บ้านไม้หลังเล็กนั้นตั้งอยู่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD