7 ซ่อน

1668 Words
เช้าวันถัดมา แสงแดดยามเช้าของภูเก็ตทอดผ่านหน้าต่างบานสูงของคฤหาสน์รัตนวารี เสียงคลื่นซัดสาดแผ่วเบาเหมือนจังหวะลมหายใจของบ้านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนโขดหินริมทะเล บ้านหลังนี้ยังคงงดงาม สง่างาม และเต็มไปด้วยร่องรอยของประวัติศาสตร์ ทั้งที่เป็นของจริง และของที่ฝังลึกอยู่ในคนที่เติบโตมาที่นี่ ในห้องนอนใหญ่ปีกตะวันตก ผ้าม่านสีงาช้างถูกเปิดครึ่งหนึ่ง ลมทะเลพัดเข้ามาอุ่นปนเย็น คุณเปรมนอนตะแคงอยู่บนเตียงไม้สักขนาดใหญ่ แขนข้างหนึ่งกอดเอวของขวัญที่กำลังนอนหลับสนิทเหมือนคนหมดแรงทั้งร่าง ผิวของเธอยังมีรอยแดงจางตามลำคอ ตามไหล่ และที่ข้อมือ ร่องรอยบางอย่างที่ไม่ได้ต้องการการตีความ ของขวัญไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย ลมหายใจของเธอสม่ำเสมอและหนัก เหมือนร่างกายกำลังพยายามหลบหนีไปยังความว่างเปล่าที่ช่วยให้ไม่ต้องรู้สึก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง นุ่ม เรียบ แต่หนักแน่นพอจะปลุกใครก็ตามให้ตื่นจากความฝัน “คุณเปรมจ้๊” เสียงของ คุณน้าปรียพร น้องสาวของคุณแม่ใหญ่ดังขึ้นนอกประตู เสียงที่อบอุ่นทว่าเคร่งครัดเหมือนคนที่เห็นโลกมาเยอะจนรู้ว่าอะไรควรถนอมน้ำหนักคำพูด คุณเปรมลืมตาช้า ๆ ก่อนตอบกลับไปทั้งยังไม่ลุกขึ้น “ครับ” ประตูถูกเปิดเพียงเล็กน้อย มากพอให้สนทนา แต่น้อยพอให้ยังรักษาพรหมแดนระหว่างภายในกับภายนอก คุณน้าปรียพรยืนอยู่ในแสงเช้า ผ้าถุงลายพื้นเมืองสีครามเข้ากับผิวอบแดด ดวงตาของท่านนิ่งและละเอียดราวกับจับทุกความไหวได้โดยไม่ต้องมองตรง “ช่วงบ่ายวันนี้ คุณปลื้ม กับ คุณธีรัช จะมาถึงที่นี่นะ” คำประกาศนั้นตกลงมาในห้องเงียบสนิท ราวกับหยดน้ำหนักหนึ่งเม็ดที่ร่วงลงสู่ผิวน้ำที่นิ่ง วงคลื่นกระจายออกทันที คุณเปรมเลื่อนสายตาไปทางนาฬิกา “แล้วทำไมเขาไม่โทรหาผมเองครับ” น้ำเสียงเรียบเกินไปที่จะเรียบเฉย “เขาบอกว่าติดต่อคุณเปรมไม่ได้ตั้งแต่เมื่อวาน เลยโทรเข้าเบอร์บ้านแต่เช้า ให้มาบอกหลานไว้ว่าพวกเขาจะเข้ามา” คำว่า ตั้งแต่เมื่อวาน แขวนอยู่ในอากาศ เหมือนมีบางสิ่งที่ไม่ควรถาม แต่ทุกคนรู้ว่ามันคืออะไร ดวงตาของคุณน้าปรียพรเลื่อนไปยังปลายเตียง ผ่านช่องประตูที่เปิดไว้แค่คืบ เห็นปลายแขนขาวบางของของขวัญ เห็นรอยแดงที่ผุดขึ้นบนผิวอย่างชัดเจน ท่านไม่ได้ถาม แต่สายตาของผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลก อ่านได้ทันที ไม่มีคำตัดสิน ไม่มีคำตำหนิ แต่มีคำหนึ่งซ่อนอยู่ในความเงียบนั้น คุณเปรมรับรู้ และเหมือนถูกอะไรบางอย่างเสียดผ่านเบา ๆ ใต้ผิวกระดูก แต่เขาไม่ถอย ไม่หลบ ไม่อธิบาย มีเพียงคำตอบเรียบชัดเจน “งั้นรบกวนคุณน้าช่วยให้คนจัดห้องคุณปลื้มไว้ให้เขา ส่วนของธีรัชให้อยู่ห้องรับรองเดิมก็ได้ครับ” ประโยคยังไม่ทันจบ คุณน้าก็พูดต่ออย่างช้า ๆ ชัด และ จงใจ “งั้น…ก็คงให้ใกล้กับห้องของหนูคนนั้นที่คุณเปรมพามาด้วยเมื่อวานแล้วกัน อาน้าได้ยินว่า…เป็น คู่หมั้น กันแล้วนี่นา” ห้องนิ่งจนได้ยินเสียงคลื่นจากนอกหน้าต่าง คุณเปรมยกสายตาขึ้น ไม่มีแววก้าวร้าว ไม่มีโทสะ มีเพียงความเย็นที่เฉียบกว่าใบมีด “ไม่ต้องหรอกครับ” เสียงหนักแน่น “เดี๋ยวสาย ๆ เธอจะออกไปพักที่โรงแรม” คำว่า เธอ มีความหมายมากกว่าแค่ “คน” มันคือการกำหนดสถานะ คือเส้นแบ่ง คือ การกันออกไปจากชีวิตจริง คุณน้าปรียพรยืนนิ่งครู่หนึ่ง พอจะเข้าใจทุกอย่างแล้ว ก่อนพยักหน้าแผ่ว ๆ อย่างคนที่รู้ว่า บางเรื่อง…ห้ามยื่นมือเข้าไปแตะ “จ้ะ ก็ตามนั้นเลย งั้นน้าจะให้เด็กไปเตรียมรถไว้ให้” ประตูปิดลงอย่างละมุน เหลือเพียงเสียงลมหายใจของสองคนในห้องส่วนตัว คุณเปรมหันกลับมา เลื่อนตัวเข้าหาของขวัญ ดึงเธอเข้ามากอดจากด้านหลังอย่างที่เคยทำมาตลอด แขนของเขาโอบแน่น แน่นเกินกว่าที่จะเรียกว่า “อุ่น” แต่ไม่ถึงขั้นที่ทำร้าย มันคือกอดของคนที่กลัวสูญเสีย แต่ไม่เคยยอมรับว่ากลัว หน้าผากเขาซบลงที่หลังคอเธอ ลมหายใจเขาแตะลงบนผิวเธอ แต่เธอไม่ขยับ ไม่ตอบสนอง ไม่แม้แต่จะรู้สึกว่าเขาอยู่ตรงนั้น ราวกับหัวใจของเธอ ได้เก็บตัวเองไปไว้ที่อื่นแล้ว คุณเปรมหลับตา กระซิบเบานุ่มแต่หนักเหมือนคำสั่ง “อยู่กับฉันตรงนี้ก่อน อย่าหายไปไหน” มีเพียงทะเล…ที่ได้ยินประโยคนั้น และมันตอบกลับด้วยเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่ง ซ้ำแล้วซ้ำ เหมือนจะเตือนทั้งคู่ว่า หมู่เกาะนี้ไม่มีทางหนี และไม่มีใครเคยหนีไปได้ ของขวัญลืมตาขึ้นช้า ๆ เมื่อแสงแดดสาย ๆ ทะลุผ้าม่านสีงาช้างเข้ามาในห้องจนแทบแสบตา ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่เหล็ก ทุกเซลล์ยังคงเจ็บปวดจากเมื่อคืน กล้ามเนื้อต้นขาเกร็งจนเดินแทบไม่ตรง เธอขยับตัวเบา ๆ แต่แขนหนักของคุณเปรมยังคงโอบรอบเอวเธอแน่น แน่นจนเธอรู้สึกเหมือนถูกกักขังแม้ในยามหลับ เธอหันไปมองเขา แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าบนหมอนข้าง ๆ คุณเปรมตื่นมาก่อนแล้ว ห้องน้ำปิดสนิท เสียงฝักบัวยังดังแผ่ว ๆ จากด้านใน กลิ่นน้ำหอมไม้สนของเขาลอยคลุ้งในอากาศ ผสมกับกลิ่นคาวจาง ๆ ที่ยังติดอยู่บนผ้าปู ของขวัญพยายามลุกขึ้นนั่ง มือกุมหน้าอกที่ยังปวดตุ้บ ๆ จากรอยแดงช้ำ เธอค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างกายเปลือยเปล่า มองไปรอบห้องด้วยสายตาว่างเปล่า กระเป๋าเดินทางใบเล็กของเธอถูกวางไว้เรียบร้อยที่มุมห้อง ข้าง ๆ กับชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายและรองเท้าแตะที่เธอเคยใส่มาจากเชียงใหม่ ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างตั้งใจ ไม่มีรอยยับแม้แต่เส้นเดียว ประตูห้องน้ำเปิดออก คุณเปรมเดินออกมาในชุดเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแลคสีเทา ผมยังเปียกชุ่ม หยดน้ำเกาะปลายผม เขาเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูสีขาว มองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย “ตื่นแล้ว” เขาพูดเสียงนิ่ง “อาบน้ำได้เลย เดี๋ยวคนขับรถจะมารับไปส่งที่โรงแรม” ของขวัญนิ่งเงียบ มือกำผ้าห่มแน่นจนข้อนิ้วขาว “โรงแรมไหนคะ” เธอถามเสียงแผ่ว “โรงแรมในเครือเราแถวป่าตอง” เขาตอบโดยไม่มองหน้า “ห้องส่วนตัวของฉันที่นั่น เธอจะอยู่ห้องนั้นคนเดียว ไม่ต้องเจอใคร เดี๋ยวให้คนทิ้งรถไว้ให้ใช้ เผื่อเธอจะขับไปดูร้านในภูเก็ต” เขาวางผ้าขนหนูลง แล้วเดินไปหยิบกุญแจรถจากโต๊ะข้างเตียง “ฉันให้คนจัดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวไว้ให้ครบแล้ว อย่าห่วง” ของขวัญกัดปากแน่นจนเลือดซึม เธออยากถามว่าทำไม อยากตะโกนว่าทำไมต้องทำแบบนี้ แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ คุณเปรมเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังทะเลที่ส่องแสงระยิบระยับ “คุณปลื้มกับธีรัชจะถึงบ่ายนี้ ฉันต้องรอรับพวกเขา” เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาเย็นเยียบ “เธอคงไม่อยากให้มันมาเจอเธอในสภาพนี้หรอกใช่ไหม” เธอพยักหน้าช้า ๆ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์สั้น ๆ “รถพร้อมหรือยัง ขึ้นมายกกระเป่าเลย” ไม่ถึงห้านาที ประตูห้องถูกเคาะเบา ๆ ชายในชุดสูทสีดำเดินเข้ามา รับกระเป๋าเดินทางของเธออย่างเงียบเชียบ ของขวัญบังคับตัวเองให้เดินเข้าห้องน้ำ น้ำเย็นจากฝักบัวตีลงบนร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำ เธอขัดผิวแรงจนแดงก่ำ ราวกับพยายามลบร่องรอยของเขา แต่ยิ่งขัด ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ เมื่อเธอเดินออกมา คุณเปรมยืนรออยู่ที่ประตูห้อง มือล้วงกระเป๋า มองเธอด้วยสายตาที่ไม่มีความรู้สึก “ไปได้แล้ว” เขาพูด “ฉันมีธุระต้องจัดการ” ของขวัญเดินตามคนขับรถออกจากห้อง โดยไม่หันกลับมามองเขาแม้แต่ครั้งเดียว รถตู้สีดำคันเดิมพาเธอออกจากคฤหาสน์รัตนวารี มุ่งหน้าไปยังโรงแรมหรูริมทะเลป่าตอง ระหว่างทาง เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ทะเลภูเก็ตยังคงสวยงามเหมือนเดิม แต่สำหรับเธอ มันคือทะเลที่กลืนกินทุกอย่าง เมื่อถึงโรงแรม พนักงานต้อนรับพาเธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด ห้องพักส่วนตัวของ “คุณเปรม” ห้องที่กว้างขวาง หรูหรา และเงียบสงบ มีระเบียงเห็นวิวทะเลเต็มตา ประตูปิดลง ของขวัญทรุดตัวลงกับพื้น น้ำตาไหลไม่หยุด เธออยู่คนเดียวในห้องที่สวยงาม แต่ใหญ่เกินไป ใหญ่จนเธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ในคุกที่ไม่มีกำแพง โทรศัพท์ที่ถูกยึดไปตั้งแต่เมื่อวานยังคงหายไป หน้าต่างถูกล็อก ประตูใช้คีย์การ์ดที่เธอไม่มี เธอถูกส่งมาอยู่ที่นี่ เพื่อไม่ให้เจอธีรัช เพื่อไม่ให้ใครเห็น เพื่อให้ทุกอย่าง “เรียบร้อย” ของขวัญกอดเข่า นั่งมองทะเลที่ส่องแสงระยิบระยับ เธอรู้ดีว่า คุณเปรมไม่ได้มาส่งเธอ เพราะเขาต้องรอรับ “แขก” และเธอไม่ใช่แขก เธอเป็นของที่ต้องถูกซ่อน ซ่อนให้มิด ซ่อนให้เนียน ซ่อนให้ไม่มีใครรู้ เรื่องระหว่างเธอกับเขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD