8 ไม่สนใจ

1914 Words
ช่วงเย็นของวัน แสงสีส้มทองของพระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ จางลงเหนือขอบทะเลป่าตอง คลื่นซัดสาดเบา ๆ เข้าฝั่ง ผสมกับเสียงดนตรีแจ๊ซแผ่ว ๆ จากบาร์ริมหาดของโรงแรม ของขวัญอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว สวมเดรสสีครีมบางเบา ผมเปียกชุ่มยังคงหยดน้ำลงไหล่ เธอเดินลงมานั่งที่เคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน มองออกไปยังทะเลที่กำลังเปลี่ยนสี ไอแพดวางอยู่ตรงหน้า เธอก้มหน้าพิมพ์ตัวเลขเคลียร์บัญชีจ่ายของสาขาเชียงใหม่ สาขากรุงเทพ และสาขาภูเก็ตที่เพิ่งเปิดใหม่ นิ้วเรียวเคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่สายตาเหม่อลอยเป็นระยะ “Excuse me, miss. Can I buy you a drink?” ชายต่างชาติผิวแทนในเสื้อฮาวายยิ้มกว้าง เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ ของขวัญยกมือปฎิเสธเบา ๆ “No, thank you.” แล้วก้มหน้าต่อ ไม่ถึงสิบนาที อีกคนเดินเข้ามา “Hey, you look familiar. Are you a model?” ชายยุโรปผมบลอนด์ยิ้มหวาน เธอถอนหายใจ “No, just working.” แล้วยกไอแพดขึ้นบังหน้า แต่แล้ว เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ของขวัญเหรอ” ของขวัญชะงัก นิ้วหยุดนิ่งบนหน้าจอ เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ “จริงด้วย นี่เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย ยัยขวัญ” อันดา หรือ อัญธิดา พี่สาวต่างแม่ ยืนอยู่ตรงนั้น ชุดเดรสสีแดงสด ผมสั้นดัดลอน แว่นกันแดดยังค้างอยู่บนศีรษะ สีหน้าดูแปลกใจไม่ต่างจากของขวัญ “ขวัญมาทำงานน่ะค่ะ” ของขวัญรีบตอบ ปิดไอแพดลงทันที พยายามทำเสียงปกติ “เธอมาคนเดียวเหรอ” อันดาถาม สายตาสแกนไปรอบ ๆ ราวกับกำลังหาใครสักคน ก่อนที่เจ้าขา เพื่อนสาวคนสนิทของอันดา จะเดินตามมา ชุดจั๊มพ์สูทสีดำ รองเท้าส้นสูง “น้องมันโตแล้วนะอัน ทำหน้าแปลกใจอะไรขนาดนั้น” แล้วเจ้าขาก็หันมาพูดกับของขวัญ “พอดีเลย ถ้าขวัญไม่ติดอะไร วันนี้สัก 3 ทุ่ม เจอกันที่คลับตรงข้ามโรงแรมนะ เพราะว่ายัยเอยกำลังจะมาจอยด้วย” ของขวัญตาโต “ยัยเอยมาที่นี่เหรอคะ” “ใช่จ้ะ รายนั้นมาภูเก็ตตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วนะ นี่ไม่ได้คุยกันเลยเหรอ” ของขวัญยิ้มแห้ง “ใช่ค่ะ พี่ขาก็รู้ว่ายัยเอยติสจะตาย ติดต่อก็ยาก” เจ้าขายิ้มกว้าง “งั้นวันนี้ 3 ทุ่มก็มานะ ไม่งั้นพี่ก็บอกไม่ได้ว่าจะได้เจอยัยเด็กแสบคนนี้อีกตอนไหน” พูดจบ ทั้งสองก็โบกมือ เดินออกไปทางชายหาด ทิ้งของขวัญไว้นั่งนิ่งครู่หนึ่ง เธอมองไอแพดที่ยังค้างหน้าจอตัวเลข แล้วปิดลง ขึ้นลิฟต์กลับห้อง ทิ้งตัวลงบนเตียง มองเพดานสีครีม แล้วลุกขึ้น เปิดตู้เสื้อผ้าที่คุณเปรมให้คนจัดไว้ให้ เดรสสีดำตัวสั้น รองเท้าส้นสูงสีเงิน เธอหยิบออกมา วางลงบนเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำร้อน กระจกเริ่มหมอก เธอมองตัวเอง รอยแดงที่คอเริ่มจางลง เธอหยิบคอนซีลเลอร์ ลงรองพื้นหนา ๆ ไฟในคลับสีม่วงอมแดงกระพริบตามจังหวะเบสหนัก ๆ ที่ดังกระหึ่มจนพื้นสั่น ของขวัญเดินฝ่าฝูงคนที่เต้นระริก กลิ่นน้ำหอมผสมเหงื่อและแอลกอฮอล์คลุ้งไปทั่ว เธอสวมเดรสสีดำตัวสั้น ผมลอนคลาย ๆ ปิดบังรอยแดงที่คอ รองเท้าส้นสูงสีเงินสะท้อนแสงไฟ โต๊ะ VIP มุมขวาสุด เจ้าขาโบกมือลั่น “นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว! ยัยเอยออกไปรับเพื่อนหน้าคลับ เดี๋ยวก็มา ขวัญมานั่งตรงนี้สิ ตรงนี้ที่ยัยเอย นั่งนี่ๆ ข้างๆ กัน” ของขวัญยิ้มฝืน ๆ เดินไปนั่งลงตรงที่เจ้าขาชี้ โต๊ะกลมมีผู้หญิงอีกสี่คนนั่งอยู่แล้ว สองคนเป็นรุ่นพี่สมัยเรียน อีกสองคนไม่รู้จัก แต่ทุกคนยกแก้วทักทายเธออย่างร่าเริง “ค็อกเทลมาแล้ว ฉันสั่งไว้ให้” อันดายื่นแก้วสีฟ้ามาให้ ของขวัญรับมา จิบเบา ๆ ความหวานตัดเปรี้ยวจี๊ดที่ลิ้น ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลงนิดหน่อย ดนตรีเปลี่ยนเป็นเพลงแดนซ์ เธอโยกตัวตามจังหวะ พยายามปล่อยตัวให้เข้ากับกลุ่มเพื่อน อย่างน้อยคืนนี้ เธออยากลืมทุกอย่าง แล้วเสียงแหลม ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง “อ้าวยัยขวัญ! นี่เซอร์ไพรส์ที่พี่ฉันบอกคือเธอเองเหรอเนี่ย!” เจ้าเอย ในเดรสสีชมพูร้อนแรง ผมยาวสลวย เดินพุ่งเข้ามากอดของขวัญแน่น ของขวัญกอดตอบ ยิ้มจริงครั้งแรกของคืนนี้ “คิดถึงจะตายอยู่แล้ว!” เจ้าเอยตะโกนแข่งกับเพลง แต่สายตาของขวัญกลับเลื่อนไปมองคนที่ตามหลังเจ้าเอยมา สามคน หัวใจเธอตกไปที่ตาตุ่ม ข้าง ๆ เจ้าเอยคือ คุณปลื้ม ในเชิ้ตสีเทาเข้ม ตามมาด้วย คุณเปรม ที่มองเธอไม่วางตา สายตาเย็นเยียบแต่ร้อนแรง และคนสุดท้าย ธีรัช เดินมานั่งลงตรงข้ามเธอทันที “ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่” ธีรัชพูดเสียงเบา แต่ชัดเจน “วันนี้ทั้งวันฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย” ของขวัญกลืนน้ำลาย “พอดีมือถือแบตหมดน่ะ ขอโทษทีนะ” เธอพยายามยิ้ม มือกำแก้วแน่น สายตาเธอเลื่อนไปมองคนที่นั่งข้างธีรัชอีกที คุณเปรมนั่งลงช้า ๆ ขาไขว่ห้าง มือถือแก้ววิสกี้ สายตาจ้องเธอไม่กะพริบ แม้จะยกแก้วขึ้นจิบ แต่ดวงตาไม่เคยถอนจากใบหน้าเธอเลย “รู้แค่ว่าคุณเปรมมาภูเก็ต แต่ไม่รู้เลยว่าคุณปลื้มกับธีรัชก็มาด้วย” เจ้าขาพูดขึ้น ตอนนี้ฐานะเธอคือพี่สะใภ้ของธีรัชโดยสมบูรณ์ “เราพึ่งบินมาช่วงบ่ายวันนี้น่ะครับพี่สะใภ้” ธีรัชหันไปตอบเจ้าขา แล้วหันกลับมามองของขวัญ เจ้าเอยไม่รู้เรื่องอะไรเลย ดึงแขนของขวัญลุกขึ้น “มาเต้นกัน! เพลงนี้เพราะจะตาย!”ของขวัญลุกตามเพื่อน แต่รู้สึกถึงสายตาคุณเปรมที่ตามหลังมาเหมือนเงา บนฟลอร์เต้นรำ ไฟสโตรบกระพริบ เธอโยกตัวตามจังหวะ เจ้าเอยกอดคอเธอเต้นด้วย แต่ทุกครั้งที่หันไป เธอเห็น คุณเปรม ยืนพิงเสา มองเธออยู่ไกล ๆ ไม่ยิ้ม ไม่ขยับ ไม่พูด เสียงเพลงในคลับเริ่มช้าลง เปลี่ยนจากจังหวะเร้าใจเป็นบัลลาดจังหวะกลาง ๆ ไฟสีม่วงอมแดงยังส่องสะท้อนโต๊ะกระจกที่เรียงรายทั่วฟลอร์ คุณเปรมเดินกลับมานั่งที่โต๊ะหลังจากเฝ้ามองของขวัญอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่พูด ไม่ส่งสัญญาณอะไร นอกจากรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากเหมือนคนรู้ทัน “ของขวัญเต้นเก่งขึ้นนะ” เจ้าขาพูดขึ้น พลางเอนตัวเข้าใกล้คุณเปรมจนไหล่เกือบแตะ ริมฝีปากสีแดงเข้มแตะขอบแก้วไวน์อย่างช้า ๆ “แต่ก่อนจำได้ว่าเธอไม่ค่อยออกงานกลางคืนเลย” คุณเปรมหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำเหมือนที่เคยกระซิบข้างหูแฟนเก่าแบบเคยชินอย่างเธอ “อาจเพราะมีคนคอยพาไปแต่ที่เงียบ ๆ มั้ง” เจ้าขาหัวเราะเบา ๆ มือยกขึ้นแตะแขนเขาอย่างลืมตัว นิ้วโป้งวนเป็นวงกลมเล็ก ๆ ที่ข้อศอก “พูดแบบนี้ ยังเหมือนเดิมเลยนะ นายเนี่ย” เขาเอนตัวเข้าหาเธอทันที มือใหญ่ลากช้า ๆ จากข้อมือเจ้าขาขึ้นไปถึงข้อศอก แล้วหยุดตรงนั้น นิ้วโป้งกดเบา ๆ ตรงจุดที่เคยเป็นรอยจูบของเขาเมื่อหลายปีก่อน “คุณยังชอบไวน์ขาวเหมือนเดิมหรือเปล่า” เขาถามพลางโบกมือเรียกพนักงาน “ขอ Château Minuty Rosé หนึ่ง ขาวหนึ่งขวด” “จำได้ด้วย” เจ้าขายิ้มบาง ตาเป็นประกาย “ปกติไม่มีใครจำรสนิยมไวน์ฉันได้หรอกนะ” “บางอย่างจำแล้วลืมไม่ได้หรอก” เขาตอบพร้อมสบตาเธอตรง ๆ มือยังคงลูบแขนเธอเบา ๆ อย่างไม่สนใจสายตาของใคร เสียงหัวเราะของเจ้าขาเบาแต่หวาน เธอเอนตัวเข้าใกล้ข้างหูเขา “พูดแบบนี้เดี๋ยวเด็กเขาหึงนะ” ของขวัญที่เพิ่งเดินกลับมาจากฟลอร์ได้ยินชัดทุกคำ เธอหยุดเท้าไว้กลางระยะระหว่างฟลอร์กับโต๊ะ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนจะทะลุอก นิ้วมือสั่นเล็กน้อย เธอสูดหายใจลึก เดินกลับมานั่งที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม แสร้งทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร “สนุกไหม” คุณปลื้มถามพลางยิ้มอ่อน เขาพยายามเบี่ยงบรรยากาศ แต่สายตาของของขวัญกลับไม่ละจากภาพตรงหน้า มือของคุณเปรมที่กำลังเปิดไวน์ให้เจ้าขาอย่างนุ่มนวล รินช้า ๆ จนหยดสุดท้ายลงแก้วทรงสูง แล้วเลื่อนแก้วให้ตรงหน้าเธอ “ลองดูสิ ยังหอมเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเอาใจแต่เย็นยะเยือก มือยังคงลูบแขนเจ้าขา เจ้าขาจิบไวน์ช้า ๆ หลับตา “หอมจริง ๆ คุณยังจำได้ทุกอย่างเลยนะ” “ผมแค่จำสิ่งที่ควรจำ” เขาตอบ มือเลื่อนขึ้นไปเอาผมทัดหูเจ้าขา อย่างไม่สนใจว่าใครจะมอง ของขวัญกลืนน้ำลายลงคอ เสียงเพลงในคลับเหมือนเบาลงทุกที ทุกภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนภาพซ้ำ ผู้หญิงที่เคยอยู่ตรงนั้น ก่อนเธอ ก่อนเขาจะ “เลือก” เธอมาแทนที่ใครอีกคน และตอนนี้ เขาก็แสดงให้เห็นชัดว่า การถูกแทนที่เป็นเรื่องง่ายแค่ไหนสำหรับเขา เจ้าขายกมือแตะแก้มคุณเปรมเบา ๆ ขณะหัวเราะกับเรื่องเล็ก ๆ ที่คนอื่นฟังไม่ทัน คุณปลื้มมองนิ่ง ๆ ส่วนธีรัชนั่งเงียบไม่พูด เขามองของขวัญที่พยายามยิ้ม แต่ริมฝีปากเธอสั่นเล็กน้อย “ขวัญไม่ดื่มหน่อยเหรอ” เจ้าขาหันมา “ไวน์ดีนะ อันนี้คุณเปรมสั่งเองเลยด้วย” ของขวัญยิ้มบาง “ขวัญไม่ค่อยดื่มค่ะ ปวดหัวง่าย” “อ๋อ…” เจ้าขายิ้มบาง มีประกายบางอย่างในแววตา “แต่ตอนก่อน ฉันจำได้ว่าเธอชอบดื่มนะ โดยเฉพาะเวลามีใครบางคนรินให้” ของขวัญชะงัก สายตาสบกับเจ้าขาในวินาทีนั้น รอยยิ้มของทั้งคู่ต่างนิ่ง แต่เย็นเฉียบในแบบของตัวเอง หนึ่งคนรู้ทุกอย่าง อีกคนพยายามไม่ให้ใครรู้ คุณเปรมยกแก้วขึ้น ดื่มรวดเดียวหมด แล้วเอ่ยเบา ๆ พอได้ยินกันแค่โต๊ะ “อดีตมันก็เหมือนไวน์แหละ ยิ่งนานก็ยิ่งแรง” เจ้าขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ “แต่อย่าลืมนะ ว่าบางแก้วมันไม่ใช่ของคุณอีกแล้ว” เขาไม่ตอบ แต่หันไปหาคนอื่นบนโต๊ะ ยกแก้วขึ้นชนกับอันดา “อันดา ยังชอบม็อกเทลเหมือนเดิมไหม” แล้วหันไปหาเจ้าเอย “เอย น้ำแข็งหมดหรือยัง เดี๋ยวเรียกเพิ่ม” เขาดูแลทุกคนบนโต๊ะ ยกเว้นเธอ ไม่เหลียวมา ไม่แม้แต่หันมามอง ไม่ถามว่าเธอดื่มอะไร ไม่สนใจว่าที่นั่งของเธอหนาวไปหรือไม่ ของขวัญนั่งนิ่ง มือกำแก้วน้ำแน่นจนข้อนิ้วขาว เธอไม่ใช่คนบนโต๊ะนี้แล้ว เธอเป็นแค่คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างนอก เป็นอย่างงั้นไปสำหรับเขาตอนนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD