ย่างเข้าสู่เดือนที่สามนับตั้งแต่ อันนา หวัง ก้าวขาออกจากประตูเครื่องบินส่วนตัว ณ สนามบินนานาชาติฮ่องกง แสงแดดยามเช้าเหนืออ่าววิคตอเรียไม่ได้นำมาซึ่งความอบอุ่น แต่สาดกระทบกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์บนยอดเขาวิคตอเรียพีคให้ดูเย็นเยียบและคมกริบราวกับใบมีด
อันนา หวัง ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทผ้าไหมสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ผมดำขลับถูกรวบตึงเป็นหางม้าสูง เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนและขี้อ้อน บัดนี้กลับฉายแววเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยวราวกับผู้บัญชาการทหารที่กำลังตรวจสอบแผนที่
ร่องรอยของ ของขวัญ หญิงสาวผู้ทำขนมหวานในชุดผ้าฝ้ายและกลิ่นวานิลลา ได้ถูกกำจัดออกไปอย่างสมบูรณ์ ไม่มีเครื่องสำอางอื่นใดนอกจากลิปสติกสีแดงก่ำและอายไลเนอร์ที่ถูกกรีดให้คมกริบ ดวงตาที่เคยหลบซ่อนความรู้สึก ตอนนี้กลับจ้องมองทุกคนด้วยความมั่นใจและน่าเกรงขาม เธอคือ อันนา หวัง ทายาทที่ถูกซ่อนไว้ของตระกูล หวัง แห่งฮ่องกง ผู้ที่กำลังนั่งบัญชาการอาณาจักรที่ถูกสร้างจากเงาและธุรกิจสีเทา
สองเดือนกว่าที่ผ่านมา ชีวิตของเธอไม่ได้มีเวลาให้คิดถึงเรื่องรักใคร่ส่วนตัวแม้แต่วินาทีเดียว ภารกิจหลักคือการเข้าควบคุมและรักษาเสถียรภาพของอาณาจักรสีเทาที่ถูกทิ้งไว้จากรุ่นคุณตา ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับ สงครามฮุบอำนาจภายใน ที่ริเริ่มโดย เจย์ หวัง ลูกพี่ลูกน้องต่างมารดาของสายตระกูล
ในเดือนแรก อันนา หวัง ใช้ความสามารถด้านการบริหารจัดการที่เคยฝึกฝนกับธุรกิจเบเกอรี่ และความรู้ทางการเงินที่เธอแอบศึกษามาตลอดหลายปี ควบคู่ไปกับความช่วยเหลือจาก ลุงหมิง หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยและผู้ภักดีต่อคุณตาอย่างสูงสุด เธอจัดการประชุมผู้บริหารระดับสูงอย่างรุนแรงและเด็ดขาด เธอไม่ได้เจรจาด้วยการประนีประนอม แต่ด้วย ตัวเลขที่แม่นยำ และ คำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เธอกวาดล้างผู้บริหารที่มีรอยด่างพร้อยเรื่องการทุจริตออกไปจากบริษัทโฮลดิ้งที่ดูแลธุรกิจให้เช่าตึกและอาคารพาณิชย์ในย่านเซ็นทรัล และเข้าควบคุมเส้นทางการเงินของธุรกิจปล่อยเงินกู้ทันที เธอพบว่าธุรกิจเหล่านี้มีความซับซ้อนและสกปรกกว่าที่คิดมากนัก แต่ความเย็นชาที่เธอสั่งสมมาตลอดการถูกกดขี่ในเชียงใหม่ กลายเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้เธอสามารถสั่งการลูกน้องให้จัดการเรื่องการทวงหนี้จากนักธุรกิจใหญ่ด้วยความเด็ดขาดที่แม้แต่ผู้ชายที่นี่ก็ยังต้องยอมจำนน
ความสำเร็จที่เห็นได้ชัดที่สุดของเธอคือการเข้าควบคุม ‘The Velvet Cage’ ซึ่งเป็นคลับหรูและเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินที่สำคัญที่สุดของตระกูล เธอเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารทั้งหมด เพิ่มมาตรการการคัดกรองลูกค้า VIP ที่เข้มงวดขึ้นอย่างมาก และใช้ความรู้ความเข้าใจเรื่องแบรนด์และความหรูหราที่เธอซึมซับมาจากสังคมชนชั้นสูงในเมืองไทย มายกระดับภาพลักษณ์ของคลับให้ดู ‘แพง’ และ ‘อันตราย’ มากขึ้น
“ฉันไม่สนใจว่าพวกมันจะใช้เส้นสายไหน” อันนาสั่งการด้วยภาษาจีนกวางตุ้งที่ชัดเจนขณะนั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมในตึกสูง “ถ้าลูกค้าผิดนัดชำระเกินสองงวด ทรัพย์สินต้องถูกยึดตามข้อตกลงอย่างเป็นธรรม และถ้ามีการต่อต้าน ให้ The Red Dragon (หน่วยรักษาความปลอดภัยที่มีชื่อเสียงในโลกใต้ดิน) เข้าไปจัดการ”
ภายใต้การบริหารของเธอ อาณาจักรธุรกิจสีเทาแห่งนี้กลับมาแข็งแกร่งและดุดันยิ่งกว่าเดิม เธอกำจัดสายงานและผู้มีอิทธิพลของ เจย์ หวัง ออกไปจากธุรกิจหลักทั้งหมด โดยใช้วิธีการทางกฎหมายที่รัดกุมควบคู่ไปกับอำนาจมืดอย่างไม่ลังเล
“คุณหนู คุณจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วมาก” ลุงหมิงกล่าวด้วยความชื่นชมอย่างสูงสุด
เธอไม่ได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “แต่คนอย่าง เจย์ เขาจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่”
เธอรู้ว่าการกลายเป็น อันนา หวัง มีราคาที่ต้องจ่าย คือการฆ่าความรู้สึกอ่อนไหวของ ของขวัญ ออกไปจนสิ้น เธอต้องฆ่าความรู้สึกส่วนตัวออกไปจนหมด เพื่อให้กลายเป็น อันนา หวัง ที่ไร้จุดอ่อน เธอได้กลายเป็น มาเฟียสาว ที่เฉียบขาดและดุดัน ไม่ใช่แค่ในนาม แต่ในทุกการกระทำ และเธอพร้อมที่จะใช้บัลลังก์มังกรนี้ เป็นป้อมปราการสุดท้ายในการต่อสู้กับทุกคนที่เคยดูถูกเธอ
ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายที่สุดคืนหนึ่ง อันนานั่งลงที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือถือแก้ววิสกี้ราคาแพงที่ไม่ได้แตะต้อง เธอมองออกไปนอกกระจก เห็นแสงสีของมหานครที่สว่างไสว
“ความเมตตาคือความอ่อนแอ ความรักคือความสูญเสีย” เธอท่องคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจ เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นมังกร เพื่อไม่ให้กลายเป็นกระต่ายที่น่าสงสารอีกต่อไป และเธอก็พร้อมที่จะใช้บัลลังก์มังกรนี้ เพื่อทวงคืนทุกอย่างที่เธอสมควรได้รับ
ส่วนธุรกิจของเธอที่ไทย ทุกเช้า เธอจะเริ่มวันด้วยการประชุมทางวิดีโอคอลกับผู้จัดการใหญ่ของแต่ละสาขา เพื่อรับทราบปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากข่าวลือและจัดการแก้ไขตามสถานการณ์ที่เจอในแต่ละวัน แม้จะยุ่งสายตัวแทบขาด แต่เธอก็รู้สึกดี เพราะจะได้ไม่มีเวลาเหลือมากพอให้คิดฟุ้งซ่านถึงชีวิตที่ทิ้งมา
และยังดีที่หลังจากเธอมาถึงฮ่องกงได้ประมาณหนึ่งเดือนกว่า จิรัฏฐา นรากุล (เจ้าเอย) เพื่อนสาวคนสนิทที่รักอิสระ ได้บังเอิญบินมาเล่นคาสิโนที่นี่และนัดเจอเธอโดยบังเอิญ
เจ้าเอยไม่ใช่พวกติดการพนัน แต่เธอเป็นพวกที่ชอบใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ อยากทำอะไรที่ไม่เคยทำอย่างลองอะไรที่ไม่เคยลอง เธอก็จะทำมันอย่างสุดโต่ง พอเบื่อก็จะเลิกไป เป็นแบบนี้และเปลี่ยนสิ่งที่อยากทำไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้เธอแทบจะเป็นอีกคนที่มีสกิลหลายอย่างติดตัว
ของขวัญขอร้องให้เจ้าเอยอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนแทนที่จะให้เจ้าเอยนอนโรงแรมที่จองไว้ เจ้าเอยจึงย้ายมาพักที่เพนต์เฮาส์ของเธอ และได้อยู่ด้วยกันมาเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทำให้ความรู้สึกเหงาของของขวัญลดลงไปมาก เพราะรู้สึกว่ายังมีเพื่อนที่รู้ใจอยู่ด้วยกันที่นี่
เธอเองก็ตอบไม่ได้ว่าต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน ระหว่างรอจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางเป็นระบบมากพอที่เธอจะสามารถบินไป ๆ มา ๆ ระหว่างเชียงใหม่กับฮ่องกงได้นาน ๆ ครั้ง
“ยัยเอยนี่แกจะเมาทุกวันเลยเหรอ” ของขวัญบ่นเรื่องเดิมซ้ำ ๆ กับเพื่อนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ทั้งคู่พักอยู่เพนต์เฮาส์ด้วยกัน
“ชีวิตคนเราก็มีแค่นี้ ใช้ให้มีความสุขดีกว่า! วันนี้ฉันอารมณ์ดีเพราะมือขึ้นสุด ๆ ได้มาตั้งเยอะ ดูสิ!” เจ้าเอยอวดเงินที่มีอยู่เต็มกระเป๋าหลังไปเล่นการพนันมาได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความร่าเริงอย่างไม่มีพิษภัย
อันนา หวัง มองเพื่อนสาวที่พึ่งจะสลบอยู่บนโซฟาอย่างไม่สนใจอะไร “แกเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกไม่เกินจริง จริง ๆ นะเจ้าเอย”
ของขวัญรู้สึกแบบนั้นมาตลอดที่ว่า เจ้าเอย เป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุด เพราะเพื่อนของเธอสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกได้อย่างตรงไปตรงมา และใช้ชีวิตตามที่ต้องการได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากจะมีเจ้าเอยอยู่ข้างกายแล้ว อันนา หวัง ก็ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับ ธีรัช ไว้เหมือนเดิมให้ได้ เธอคุยกับธีรัชทุกวัน เธอคุยกับเขาทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน แม้จะรู้ว่าความรู้สึกของเธอต่อเขายังคงเป็นแค่เพื่อนสนิทอยู่ก็ตาม แต่การที่ธีรัชเชื่อในคำโกหกของเธอ และช่วยปิดบังไม่บอกใคร และไม่แสดงพิรุธอะไรให้เขาจับได้ เธอถึงได้อยู่อย่างปลอดภัยจากคนของเขา
แต่บางทีเธอก็แอบอดคิดไม่ได้ว่าที่เขาคนนั้นเงียบหรือเป็นเพราะเขาตั้งใจเอง ที่จะไม่ตามหาเธอและปล่อยเธอไปจริง ๆ
แม้จะเป็นสิ่งที่เธอต้องการและสมควรได้รับ แต่มนุษย์ก็ยังต้องการการยืนยัน ลึก ๆ ก็คงอยากให้เขาแคร์เธอ อยากให้เขาตามเธอบ้าง ไม่ได้มีแค่เธอที่คอยเดินตามเขาอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนทุกครั้ง
อันนา หวัง เดินไปที่กระจกมองออกไปเห็นวิวอ่าวที่สว่างไสว เธอกลายเป็นมังกรแล้ว แต่เธอไม่ต้องการที่จะอยู่บนบัลลังก์นี้อย่างโดดเดี่ยว เธอพร้อมแล้วที่จะใช้บัลลังก์มังกรนี้ เป็นป้อมปราการสุดท้ายในการต่อสู้กับทุกคนที่เคยดูถูกเธอ