หนึ่งเดือนครึ่งได้ผ่านไปนับตั้งแต่ข่าวฉาวของ อันดา ปะทุขึ้นบนหน้าสื่อ แม้ความร้อนแรงของกระแสจะเบาลงเนื่องจากมีข่าวอื่น ๆ ขึ้นมาแทน แต่เรื่องอื้อฉาวนี้ก็ยังคงเป็นรอยด่างพร้อยที่กัดกินชื่อเสียงของ ตระกูลวิรงคพิทักษ์ อยู่
ผลกระทบนั้นชัดเจน ลูกค้าบางกลุ่มที่สนับสนุนอันดาด้วยความสงสารได้บอยคอตสินค้าของกลุ่มวิรงคพิทักษ์ โดยเฉพาะร้านอาหารและเบเกอรี่ของของขวัญ ขณะที่แฟนคลับของตระกูลที่ยึดถือระเบียบก็ออกโรงปกป้อง จึงเกิดการโจมตีกันไปมาระหว่างสองฝ่ายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่มีใครออกมาพูดอะไร ทั้งคุณเปรมและของขวัญต่างเงียบหายไปจากสาธารณะ ซึ่งยิ่งทำให้ผู้คนคาดเดาไปต่าง ๆ นานา
ในวันนี้หลังมื้ออาหารเช้าที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด คุณหญิงวรรณา ได้ประกาศคำสั่งสุดท้ายอย่างชัดเจน
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกหกถึงเจ็ดเดือนก่อนงานเปิดตัวโครงการหมื่นล้านของคุณโปรดเสร็จ คุณเปรม กับ คุณปลื้ม ต้องเข้าพิธีแต่งงานพร้อมกัน! หน้าที่ของพวกหลานคือหาคู่ดูตัวมาแต่งงานให้ได้! ถ้าจนใกล้ถึงวันแต่งยังไม่มี ย่าไม่กลัวที่จะจับคลุมถุงชนให้แต่งกับคนที่ย่าเตรียมไว้พร้อมสำหรับเข้าพิธีแต่งงานไปเลย!” คำประกาศนี้สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับสองหนุ่มโสด
ธีรัช เดินเข้ามาขอคุยกับ คุณเปรม ที่กำลังนั่งทำหน้าเครียดอยู่ข้างคุณปลื้ม “คุณเปรม ผมขอคุยกับพี่หน่อยสิครับ”
คุณเปรมเดินตามธีรัชออกไปคุยที่ระเบียงชมวิวของคฤหาสน์หลัก อากาศยามเช้าสบาย แต่บรรยากาศระหว่างสองพี่น้องกลับร้อนระอุ
“ตั้งแต่วันที่ข่าวออกจนวันนี้ ผมก็รอพี่อยู่นะว่าพี่จะนัดคุยกับผมเมื่อไหร่” ธีรัชเปิดประเด็นอย่างเจ็บแสบ “หรือว่าพี่ไม่เห็นหัวน้องชายคนนี้แล้วงั้นเหรอ”
คุณเปรมนิ่งไป เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดในน้ำเสียงของน้องชาย “ความจริงก็ตามข่าวนั่นแหละ” คุณเปรมเลือกที่จะตอบกลับอย่างมีชั้นเชิง “ที่ไม่ได้นัดคุยกับนายเพราะฉันเองก็รอนายพร้อมแล้วมาขอคุยเองเหมือนกัน”
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธีรัช “เรื่องระหว่างพี่กับขวัญ เรามีความสัมพันธ์แบบนั้นจริง รู้แบบนี้แล้วนายคิดยังไงล่ะ”
ธีรัชหน้าเจื่อนลงทันที แม้หลายครั้งเขาจะมีเอะใจเรื่องของสองคนนี้บ้างตั้งแต่ช่วงสมัยที่คุณย่าส่งทั้งสองไปเรียนที่ฝรั่งเศสด้วยกันแล้วก็ตาม แต่เขาก็ใจดีสู้เสือมองข้ามมันไปมาตลอด แต่สุดท้ายความกังวลของเขาก็กลายเป็นจริง
“แต่ผมไม่ถอยแล้วก็ไม่ปล่อยเธอไปหรอกนะครับ” ธีรัชตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่หนักแน่น “ผมสามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้ ขอแค่ได้แต่งงานกับขวัญก็พอ ผมรักเธอ รักมาก รักมานานแล้ว รักเธอมาตลอด รักเธอคนเดียว พี่เปรมเองก็คงรู้ เพราะทุกคนในบ้านเราต่างก็รู้ดี เพราะผมเองก็ไม่เคยปิดบังเรื่องความรู้สึกที่ตัวเองมีให้ของขวัญตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยเปลี่ยน”
คำพูดของธีรัชทำให้ใจคุณเปรมเจ็บแปลบ เขารู้สึกว่าน้องชายคนนี้ช่างกล้าหาญต่อตัวเองและต่อคนที่ตัวเองรักมาก ‘ฉันเองก็อยากเป็นอย่างธีรัชให้ได้เหมือนกัน ที่คิดอะไร รู้สึกยังไงพูดออกมาแบบนั้น...’
คุณเปรมรู้ดีว่าสำหรับพวกเขา สี่พี่น้องวิรงคพิทักษ์ ต่างถูกสอนมาไม่เหมือนธีรัช พวกเขาถูกเลี้ยงมาให้ เก็บซ่อนความต้องการส่วนตัวไว้ และต้อง ไม่ชอบอะไรเกินพอดี เพราะมันจะกลายเป็นจุดอ่อนที่คนอื่นใช้เล่นงานได้ การพูดคำว่า ‘ต้องการ’ อะไรสักอย่างสำหรับพวกเขาจึงเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะคำว่า ‘รัก’ ซึ่งเหมือนคำต้องห้ามที่พูดออกมาได้ยากที่สุดแล้ว เขาเชื่อว่าพี่น้องอีก 3 คนที่เหลือ ก็คงเป็นแบบนี้เหมือนกัน
คุณเปรมกลับมาสวมหน้ากาก ‘พี่ชายผู้เหยียดหยามอารมณ์’ ที่เขาต้องเป็นเพื่อปกป้องความลับ
“นายไม่ต้องกังวลหรอกธีร์ นายเป็นน้องชายพี่นะ อะไรที่เป็นของนาย หรือที่นายอยากได้ พี่ชายก็ต้องให้อยู่แล้ว เราถูกสอนมาแบบนั้นนี่นา” คุณเปรมป้อนคำโกหกที่โหดร้ายแต่สร้างสรรค์ “พี่ไม่ได้รักของขวัญ เราเองแค่แลกเปลี่ยนความรู้สึกทางกายกันเฉย ๆ”
เขาตบไหล่น้องชายเบา ๆ “ถ้านายมองข้ามได้ ก็หวังว่านายจะยอมรับมันแล้วมองข้ามมันไป เพราะในอนาคตพอพี่แต่งงาน ภรรยาของพี่ก็คงต้องทำแบบนั้นเหมือนกัน” เป็นการสะท้อนความคิดของคนในชนชั้นสูงที่มองว่าความซื่อสัตย์ทางกายเป็นเรื่องรอง
“ยังไงก็ต้องขอโทษนายด้วยไอ้น้องชาย ไม่ได้คิดว่าสุดท้ายมันจะเป็นแบบนี้ นายสบายใจได้เลย ตอนนี้พี่กับขวัญเราไม่ได้ติดต่ออะไรกันแล้ว มันจบแล้ว”
คุณเปรมพูดพลางตบไหล่น้องชายเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ธีรัชที่หน้าเครียดก็ยิ้มได้ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวแต่ก็โล่งใจที่ความรักของเขายังมีหวัง
“ขอบคุณครับพี่เปรม” ธีรัชพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจ “ผมไม่คิดว่าพี่จะกล้าพูดความจริงกับผมขนาดนี้ ผมเชื่อพี่ครับ และผมจะรักขวัญให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำให้เธอได้”
ธีรัชโผเข้ากอดคุณเปรมอย่างแน่นหนา เป็นกอดที่แสดงความเข้าใจและให้อภัย ซึ่งทำให้คุณเปรมรู้สึกเหมือนถูกแทงด้วยมีดที่คมกริบที่สุด
คุณเปรม เดินกลับเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัวด้วยใบหน้าที่สงบลงอย่างผิดปกติ เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้าง คุณปลื้ม ที่กำลังนั่งกุมขมับอย่างคนแบกโลกทั้งใบไว้
“สรุปต้องถอยให้น้องชายเหรอ” คุณปลื้มถามขึ้นทันที
คุณเปรมที่นั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พวกเขาหมั้นหมายกันแล้ว ฉันจะทำอะไรได้เล่า ก็ต้องปล่อยไปสิ”
คำตอบของเขาดูเป็นเหตุผลที่ถูกต้องตามควร แต่ในใจคุณเปรมกลับไม่ชอบใจเท่าไหร่
ไม่นานนัก คุณปราบ กับ คุณโปรด ก็เดินมาร่วมวงสนทนาพร้อมแก้วไวน์ในมือ ทั้งคู่ต่างมีบุตรแล้ว และได้ย้ายออกจากคฤหาสน์หลักไปอยู่บ้านพักส่วนตัวกับภรรยา แต่ก็ยังแวะเวียนมาที่นี่เสมอ
“อะไรสองหนุ่มโสด” คุณปราบเดินมาพร้อมแก้วไวน์ในมือ สายตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายในชีวิตสมรสแต่ก็รักครอบครัว “เวลาไม่กี่เดือนต่อจากนี้ พวกนายควรรีบใช้มันให้คุ้มนะ ก่อนที่จะได้เจอหายนะในชีวิตคู่หลังแต่งงานไปตลอดกาล”
“นั่นสิน่ากลัวสุด ๆ เลยนะชีวิตหลังแต่งงาน กว่าฉันจะผ่านมาได้ พวกนายก็เห็น” คุณโปรดพูดพร้อมยกแก้วขึ้นดื่ม
คุณปราบเสริมอย่างน้อยใจในโชคชะตา “ฉันยิ่งแล้วใหญ่ ดูสิ! ตอนนี้ลูกได้ 6 เดือนแล้ว นมแม่สักอึกยังไม่ได้กินเลยลูกชายฉัน!”
คุณปลื้มกุมขมับ “ไม่น่าเชื่อว่าพวกนายสองคนจะมีวันนี้ วันที่เป็นคนพ่อจอมขี้บ่น ในอนาคตอันใกล้นี้ฉันกับคุณเปรมต้องเป็นแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย”
คุณเปรมที่ร่าเริงและพูดมากสุดในกลุ่ม มาวันนี้กลับนั่งเงียบที่สุด จนทุกคนรู้สึกแปลกใจ
“ไหนบอกไม่รักเขา” คุณโปรดถามน้องชายที่เขาดูออกง่ายที่สุดอย่างเป็นห่วง “ดู ๆ แล้วสามเดือนมานี้ นายก็อาการหนักเอามากอยู่นะคุณเปรม”
คุณปราบที่นั่งมองมาตั้งแต่ต้น สรุปอย่างเจ็บแสบ “ดุทรงแล้วก็คงรักเขานั่นแหละแต่ปากแข็ง เป็นไงล่ะทีนี้ ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะเขาเป็นว่าที่น้องสะใภ้ไปแล้วตอนนี้ สมน้ำหน้าคนที่เป็น หมาโบ้ จริง ๆ”
คุณเปรมไม่ได้ตอบโต้คำแซวนั้นของคุณปราบ เพียงแค่จิบไวน์ในแก้วช้า ๆ
“แล้วแบบนี้นายคงแต่งกับอันดางั้นเหรอ” คุณโปรดพูดขึ้น วิเคราะห์ตามที่เห็นและสังเกต “เพราะยังไงคนนี้คุณย่าก็ดูชอบใจอยู่นะ เห็นพูดถึงบนโต๊ะอาหารบ่อย ๆ ด้วย”
คุณปราบทำหน้าเครียดแทนคุณปลื้ม “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง คู่คุณเปรมก็เคาะได้แล้ว เวรกรรมคงตกอยู่ที่คุณปลื้มแล้วล่ะ ฉันนี่มองไม่ออกเลยว่านายสนใจใครอยู่ แล้วผู้หญิงแบบไหนกันที่คนอย่างนายจะแต่งงานด้วย เพราะไม่เห็นนายจะพูดถึงใครสักคน”
คุณปลื้มยังคงทำตัวไม่รู้ร้อน “เอาน่า...เดี๋ยวก็มีเองแหละ ไม่เครียด”
คุณโปรดที่ยังคงคิดถึงเรื่องงานก้าวเข้ามาใกล้คุณเปรม “คุณเปรม พรุ่งนี้นายมีบินไปคุยงานเรื่องจะส่งไวน์ให้ไนท์คลับที่ฮ่องกงนี่นา” คุณโปรดรำลึกได้
“ใช่” คุณเปรมตอบ
“ฉันขอไปด้วยคนนะ!” คุณปลื้มพูดออดอ้อนคุณเปรมอย่างกะทันหัน “อยู่ ๆ ที่นี่มีหวังเทศกาลออกเดทของคุณย่า คุณแม่เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลยแน่ ๆ ฉันขอบินไปพักผ่อน เตรียมใจที่ฮ่องกงกับนายด้วยคนนะ” ทุกคนในวงสนทนาต่างรู้ทันว่าคุณปลื้มกำลังหาทางหนีที่ไล่
คุณโปรดกล่าวเสริม “จริงด้วย เห็นว่าถ้านายปิดดีลนี้สำเร็จนะ ไวน์จากไร่เราจะได้ขยายฐานให้ธุรกิจมืดของฮ่องกง โกยเงินมหาศาลเลยนะ เพราะยังไงสัญญาซื้อขายพวกนี้ ก็อยู่ผูกขาดเป็น 10-20 ปี จนกว่ากิจการเขาจะเจ๊งไปนู่น ยิ่งถ้าคลับ ถ้าบาร์ของพวกเขาตกลงจะให้ไวน์เราเป็นซิกเนเจอร์ของร้านแล้วนะ เราร่วมทำแคมเปญด้วยแต่ละซีซั่นนี่ ได้เงินเยอะเลย ขอให้ไปฮ่องกงรอบนี้นายปิดดีลใหญ่ที่สำเร็จ กลับมาจะได้ฉลองคิดสูตรไวน์อันใหม่ต้อนรับงานเปิดตัวโครงการของฉัน”
คุณโปรดตบไหล่น้องชายอย่างให้กำลังใจ ไม่นาน พี่เลี้ยงลูก ของคุณปราบก็อุ้ม ปกป้อง ลูกชายวัย 6 เดือนมาให้เขา
“คุณปกป้องร้องไม่หยุดเลยค่ะ” คุณปราบเลยต้องลุกเดินออกไปอุ้มลูก
ไม่นาน ไลลา ภรรยาสาวสวยของคุณโปรดก็เดินอุ้มลูกน้อยวัย 6 เดือนตามมาเหมือนกัน คุณโปรดจึงต้องลุกเดินออกไปดูแลภรรยาและลูก
เหลือเพียงสองหนุ่มโสด คุณเปรม และ คุณปลื้ม ที่นั่งอยู่หน้าเครียดในห้องรับรองส่วนตัว
อีกหนึ่งกฎของพวกเขา 4 หนุ่ม คือต้องอยู่ในคฤหาสน์หลัก ถ้ายังไม่แต่งงานก็ยังไม่สามารถย้ายออกจากที่นี่ไปบ้านพักส่วนตัวที่สร้างไว้ได้ จนกว่าจะแต่งงานมีภรรยาอย่างคุณโปรดคุณปราบที่พอแต่งงานพวกเขาก็ถึงจะได้ย้ายออกไปอยู่บ้านส่วนตัวของตัวเองกับภรรยา ส่วนที่ยังไม่ถึงคิวแต่งงานก็ต้องอยู่ในนี้ต่อไป และต้องกลับมานอนค้างที่นี่ทุกคืน ถ้าไม่ได้ไปทำงานต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด ก็ต้องกลับบ้านทุกวัน ห้ามค้างคืนที่อื่นเด็ดขาด