บ้านใหม่

1483 Words
รับประทานอาหารแล้วอังกูรพาหวานหวานกับณิชชาออกไปข้างนอก โดยที่แม้ว่าหญิงสาวจะไม่ได้อยากไปแต่ก็ขัดไม่ได้ เมื่อเขาบอกว่าจะพาไปรับน้องวินที่โรงเรียนเรียนพิเศษแล้วเลยไปดูบ้านใหม่ ท่าทางดีอกดีใจของลูกที่จะได้ไปไหนมาไหนกับพ่อทำให้หญิงสาวอดทนเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ “สวัสดีฮะพ่อ แม่ หวานหวานด้วย” เด็กชายรติวัชร์เปิดประตู้รถด้านหลังขึ้นนั่งหลังจากที่สวัสดีบิดามารดาและทักทายน้องสาวฝาแฝดแล้ว หวานหวานจึงยุกยิกเดินข้ามจากเบาะหน้าจะนั่งกับคู่แฝด “ณิชมานั่งหน้าดีกว่าครับ ข้างหลังให้เด็กๆ นั่งด้วยกัน” ณิชชาถอนใจ ไม่อยากโต้เถียงกับเขาต่อหน้าลูกจึงทำตามเงียบๆ โดยที่ไม่ได้ตอบอะไร แต่อาการถอนใจแรงก็ทำให้อังกูรรู้ว่าเธอไม่พอใจ หรือว่าเธออาจจะยังโกรธเรื่องที่เขาพูดไม่ดีตอนก่อนกินข้าวก็ได้ “เรื่องโรงเรียนลูก ผมว่าถามลูกก่อนก็ได้ว่าอยากย้ายไหม ลูกว่ายังไงเราก็ค่อยว่ากันมันยังมีเวลากว่าจะปิดเทอม” ณิชชาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเป็นคำพูด หญิงสาวหันหน้ามองไปทางนอกตัวรถสนทนาโต้ตอบกับเด็กๆ บ้างเวลาคู่แฝดมีคำถามอะไร อังกูรเห็นอาการนั้นก็ถอนใจแต่เขาไม่ได้พูดอะไรอีกจนไปถึงหมู่บ้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยเพราะราคาบ้านแต่ละหลังนั้นเริ่มต้นที่แปดหลักขึ้นไป เมื่อไปถึงมีเซลของโครงการมารออยู่แล้ว บ้านที่ชายหนุ่มเลือกไว้มีพื้นที่หนึ่งร้อยตารางวาหรือหนึ่งงาน มีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านสี่ห้องนอนหกห้องน้ำและมีสระว่ายน้ำขนาดเล็กส่วนตัว ออกแบบตกแต่งแบบโมเดิร์นมีสวนกลางบ้านและม่านน้ำตก “บ้านหลังนี้ตกแต่งพร้อมอยู่นะคะ สระว่ายน้ำมีบริการทำความสะอาดและดูแลให้ฟรีตลอดระยะเวลาสองปีแรกค่ะ” เซลอธิบายส่วนต่างๆ ในบ้านและแจ้งโปรโมชั่นให้กับลูกค้าวีไอพี ส่วนเด็กๆ ก็ดูส่วนนั้นส่วนนี้กันอย่างสนุกสนาน “โอ้โห มีสระว่ายน้ำด้วยค่ะแม่” “หู... สวยจังครับพ่อ” “เราจะย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอคะแม่” เด็กแฝดสองคนมองบ้านใหม่อย่างตื่นเต้นพลางมองพ่อและแม่อย่างรอคำตอบ อังกูรเองก็มองปฏิกิริยาของณิชชาว่าเธอจะว่าอย่างไร “ลูกชอบที่นี่ แล้วณิชล่ะว่ายังไงโอเคไหม” “มันน่าจะใหญ่ไปนะคะคุณต้น” บ้านแบบนี้เธอเห็นจากในโบรชัวร์ของโครงการราคาไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้าน หากเธอยอมรับบ้านหลังนี้จากอังกูรในสายตาคนอื่นเธอคงกลายเป็นเมียเล็กเมียเก็บของเสี่ยที่ไหนสักคนแน่นอน “งั้นไปดูอีกหลังก็ได้ค่ะ ถ้าคุณผู้หญิงยังไม่ตัดสินใจ” เซลเสนอผายมือให้และเดินนำไปยังบ้านอีกหลังที่อยู่เยื้องๆ กัน พวกเขาไปดูบ้านอีกหลังและในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาอังกูรก็ตกลงใจทำเรื่องซื้อบ้านหลังแรกที่ไปดูเพราะว่าเด็กๆ อยากได้สระว่ายน้ำนั่นเอง “จะมีห้องของวินด้วยใช่ไหมฮะพ่อ” เด็กชายถาม “มีสิลูก” อังกูรตอบ ขณะนั้นยงธนัทมาถึงพอดีพร้อมกับเอกสารในมือ “ลุงย้งสวัสดีค่ะ” หวานหวานยกมือไหว้ยงธนัทอย่างคุ้นเคย อังกูรปรายตามองอย่างไม่พอใจ เขายังไม่ได้ชำระความเรื่องที่มันช่วยณิชชาปิดบังเรื่องการมีอยู่ของหวานหวานเลย “สวัสดีฮะอาย้ง อามาทำไมฮะ” วินเรียกชายหนุ่มว่าอาตามศักดิ์ที่ยงธนัทเป็นรุ่นน้องของพ่อ สองพี่น้องจึงใช้สรรพนามเรียกเขาไม่เหมือนกัน “สวัสดีครับเด็กๆ เฮียต้นแล้วก็คุณณิชด้วย” เขาทักทายทุกคนจากนั้นจึงตอบคำถามของน้องวิน “อามาทำเรื่องซื้อบ้านให้แม่น้องวินไง ตกลงใส่ชื่อคุณณิชนะเฮีย” ท้ายประโยคเขาหันไปถามคุณพ่อของเด็กแฝดที่พยักหน้าทันที “คุณณิชส่งเอกสารให้ผมด้วยนะครับ เดี๋ยวเย็นๆ ผมตามไปรับที่บ้านก็ได้ ออกจากนี่เฮียจะไปไหนอีกหรือเปล่า” ยงธนัทนัดแนะกับณิชชาก่อนจะหันมาสอบถามเจ้านายโดยตรงของตัวเอง “นายไม่ต้องไปก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเอาเอกสารณิชที่ห้องทำงานฉันก็ได้ วันนี้เตรียมเอกสารอื่นให้เรียบร้อย” “งั้นเดี๋ยวผมทำเรื่องออกเช็คเงินสดให้นะเฮีย จะจ่ายในนามส่วนตัวเนอะ” ยงธนัทเตรียมรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องใช้ในการซื้อขาย “เอ่อ... ณิชว่าใส่ชื่อลูกดีกว่าค่ะคุณต้น” ณิชชาเพิ่งหาจังหวะแย้งสองหนุ่มได้ เธอไม่อยากรับอะไรจากเขาให้ถูกทวงบุญคุณให้อีกแล้ว เหตุการณ์ในห้องครัวตอนสายๆ ของวันนี้ยังคงชัดเจนในความรู้สึก และเธออยากให้เขารู้ว่าเงินของเขามันไม่ได้สำคัญเหนือทุกสิ่ง “ลูกมีสองคนจะใส่ชื่อแกให้ยุ่งยากทำไม อีกอย่างบ้านนี้ผมจะให้เป็นสิทธิ์ของณิช” อังกูรทำหน้าไม่เห็นด้วย “ก็ใส่ไปทั้งสองคน มันคงไม่ได้ยุ่งยากจนทำไม่ได้หรอกค่ะ” ณิชชายังไม่คล้อยตาม อังกูรถอนใจ เขาลุกขึ้นยืน “ผมว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน เรามาคุยกันทางนี้ดีกว่า” ชายหนุ่มดึงมือณิชชาให้ลุกจากเก้าอี้เดินตามออกไปจากตรงนั้นและบอกขอเวลาส่วนตัวกับทุกคน “ผมขอเวลานอกสักครู่ ย้งฝากดูเด็กๆ ด้วย” อังกูรจับข้อมือบางไว้แน่นพาหญิงสาวออกมาอีกห้องข้างๆ กัน เขากดล็อกหลังจากที่ดันตัวเธอให้ผ่านเข้าประตูไปได้แล้ว “คุณจะทำอะไรน่ะ” ณิชชาถอยกรูดเมื่อเขาเดินตรงเข้าหา ตั้งแต่วันที่เธอบอกว่าเขาตั้งครรภ์เมื่อเก้าปีก่อนจนถึงปัจจุบัน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่เขามาจับมือถือแขนใกล้ชิดขนาดนี้ “ผมไม่ชอบให้ณิชดื้อ” เขาพูดทื่อๆ ตามติดไม่ลดละ ณิชชาถอยจนไปจนมุมที่ผนังห้องที่ถูกบุผนังอย่างดีเพราะว่ามันเป็นห้องโฮมเธียร์เตอร์ของบ้าน ฝ่ามือข้างหนึ่งเขายันกับผนังข้างเอว แขนอีกข้างวางทาบลงไปข้างศีรษะจนเธอขยับไปไหนไม่ได้ เกร็งทั้งตัว “ณิชไม่เคยดื้อ คุณอย่ามากล่าวหากันแบบนี้” หญิงสาวตกใจจนกลายเป็นความโกรธ ความในใจที่เก็บมานานจึงถูกพูดออกไป “คุณบอกให้ณิชทำอะไร อยู่แบบไหนณิชก็ทำตามนั้นมาตลอดตั้งแต่ณิชท้อง คุณให้ณิชอยู่ในที่ของตัวเองณิชก็อยู่ คุณสั่งให้ณิชไปเรียนณิชก็ไป คุณแย่งลูกไปจากณิชทั้งๆ ที่ตอนท้องคุณเองก็ไม่เคยมาดูมาแลณิชก็ยอมเพราะเห็นแก่อนาคตของลูก คุณจะเอายังไงอีก” ณิชชายกมือขึ้นป้ายน้ำตาลวกๆ การที่เธอต้องอยู่ตามลำพังต้องอยู่กับความเงียบเหงาในช่วงที่ตั้งครรภ์ และต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้องพักตามที่เขาสั่งและคนสั่งก็ไม่เคยมาดูแลแม้แต่ครั้งเดียว จะได้ไปไหนมาไหนก็แค่ช่วงที่หมอนัดเป็นความทรมานใจที่เธอไม่เคยลืม “เรื่องณิชแอบพาหวานหวานไปอยู่ด้วยจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ ถ้าคุณทำหน้าที่พ่อให้ดีกว่านี้ตั้งแต่ตอนที่แกอยู่ในท้อง หรือถ้าคุณคิดว่าแค่การให้เงินหรือการใช้เงินฟาดหัวใคร นั่นก็คือการทำหน้าที่ที่สมบูรณ์แบบแล้วณิชก็จะบอกว่าไม่ใช่” เธอฉวยจังหวะในตอนที่อังกูรนิ่งอึ้งผลักอกกว้างออกห่างจนเขาเซ ณิชชามุดตัวลอดออกจากวงแขนเขาไปได้แค่สองก้าวก็ถูกรวบตัวไปกอดจากด้านหลัง “ผมขอโทษ” ณิชชาตัวแข็ง เธอดึงท่อนแขนที่รัดเอวไว้แน่นออกแต่ไม่มีผลอะไร เหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง “ปล่อยค่ะ” “ผมขอโทษทุกเรื่องเลย เรื่องเมื่อเช้าด้วยผมไม่ได้หมายความแบบนั้นไม่ได้จะว่าณิช ขอโทษเรื่องเก่าๆ ด้วยได้ไหม”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD