เมื่อโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา

2694 Words
พริมานอนคิดอะไรเงียบ ๆ ในระหว่างที่มารดาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ในห้องพักญาติที่แบ่งสัดส่วนช่วยอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจนเธอตกใจ พริมาหยิบมาดูมันเป็นเบอร์ที่เธอไม่เห็นมานาน นานเท่ากับปกปราชญ์ไปเมืองนอกก็ว่าได้ หญิงสาวกดรับเมื่อคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหลบหน้าอดีตสามี “สวัสดีค่ะ” “แนนตื่นแล้วเหรอ นี่โอมเองนะเมื่อเย็นโอมไปหาแนนมาที่โรงพยาบาล” เขารีบพูดรัวเร็วเมื่อรู้ว่าเธอยอมรับสาย “ค่ะ คุณกลับมาแล้วเหรอคะ” “มาเมื่อวาน พอมาถึงผมก็ไปหาแนนที่ร้านแต่ไม่เจอเลยไปที่บ้าน เจอน้องขนมถึงรู้ว่าแนนป่วย” “อ้อ...ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยมฉัน” ปกปราชญ์นิ่วหน้ากับสรรพนามแทนตัวที่เปลี่ยนไปของพริมา แต่เขาก็คิดว่าเธออาจจะป่วย อาจจะไม่สบายตัว “งั้นแนนนอนนะ ฝันดีครับพรุ่งนี้ผมจะรีบไปแต่เช้า” “ไม่ต้องมาหรอกค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว แค่มาวันนี้ก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ สวัสดีนะคะ” พริมาตัดสายไปนานแล้วแต่ปกปราชญ์ยังนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ เธอยังคงสุภาพและพูดดีกับเขาเหมือนที่เคยแต่มีอะไรบางอย่างที่บอกเขาว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว 'จะสามปีหรือพรุ่งนี้หรือว่า...ชาติหน้า บางทีเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรที่มาถึงก่อนกัน' คำพูดของพริมาในวันสุดท้ายที่พบกันเมื่อสามปีก่อนดังวนเวียนในหัว สามปีผ่านไปแล้ว วันพรุ่งนี้ยังมาไม่ถึงและเขาจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรไป “แนน ผมขอโทษที่เคยว่าแนนเห็นแก่ตัว ขอโทษที่เคยพูดว่าแนนไม่ได้รักผมจนอยากเห็นผมก้าวหน้า” เขาพูดกับตัวเอง ถึงวันนี้เขารู้แล้วว่าเพราะพริมารักเขามาก เธอจึงขอหย่ากับเขาและไม่บอกว่าตัวเองกำลังป่วยเพื่อให้เขาได้ไปทำตามฝัน เธอคงรู้ว่าหากบอกเขา เขาต้องยอมสละโอกาสก้าวหน้าทางการงาน เขาต่างหากที่ไม่ได้รักเธอมากพอที่จะยืนข้างกันในวันที่เธอต้องการเขา เช้าวันต่อมาปกปราชญ์ไปถึงโรงพยาบาลแต่เช้า ชายหนุ่มอาสาจะพาพริมากลับบ้านเองและให้มารดาของเธอไปพักผ่อนก่อน “ผมจะดูแลเรื่องรับยากับคุยกับคุณหมอแล้วพาแนนกลับบ้านให้เองครับแม่ แม่กลับไปพักเลยก็ได้สีหน้าดูเพลีย ๆ แล้วนะครับไม่ต้องเป็นห่วง” เพราะว่าวันนี้สร้อยสนน้องสาวต้องไปทำงานต่างจังหวัดแต่เช้า ทางบ้านจึงไม่เหลือใครเลยทำให้ชายหนุ่มอาสาดูแลพริมาแทนหญิงวัยกลางคนที่ดูแลคนป่วยมาตั้งแต่วานนี้แบบเต็มวัน “ถ้าปวดท้องจนทนไม่ไหวคนไข้มาพบหมอก่อนเวลานัดได้ตลอดเวลาเลยนะครับ” นายแพทย์เจ้าของไข้เข้ามาดูอาการพริมาอีกครั้งและลงความเห็นให้เธอออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านได้ “แล้วไม่มีวิธีรักษาแบบให้หายขาดนอกจากการกินยาแก้ปวดไปเรื่อย ๆ เหรอครับหมอ” ปกปราชญ์ซักถาม “ก็มีสองวิธีครับ ถ้าเนื้องอกโตมากขึ้นหรือความปวดมันรบกวนการใช้ชีวิตก็ผ่าตัดได้ หรืออีกอย่างถ้าคนไข้ตั้งครรภ์ตอนคลอดเจ้าก้อนเนื้อนี่จะหายไปด้วย” “ถ้ามีลูกเนื้องอกนี่ก็จะหายไปด้วยเหรอครับหมอ” ปกปราชญ์ขมวดคิ้ว เขาจำได้ว่าก่อนเขาไปญี่ปุ่นเมื่อสามปีก่อน พริมาเคยพูดเรื่องลูกอยู่สักพักหนึ่ง แต่เมื่อเขาบอกว่ายังไม่อยากมีขอให้เธอคุมกำเนิดไปก่อนเธอก็เงียบไป “แนนรู้ตัวว่าป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่” หลังจากที่คุณหมอออกไปแล้วและทั้งสองรอเจ้าหน้าที่จัดการเอกสาร ชายหนุ่มจึงถามเธอเรื่องนี้ “ก่อนคุณไปญี่ปุ่นสองเดือน” พริมาตอบตามตรง ในวันนี้เธอไม่มีความจริงอะไรที่จะต้องเก็บไว้เพื่อไม่ให้กระทบกับเขาอีกแล้ว “แล้วทำไมตอนนั้นแนนไม่บอกผมตรง ๆ ว่าป่วย นี่ด้วยใช่ไหมที่แนนเคยบอกว่าอยากมีลูก” เพราะพริมาเองเคยพูดตอนก่อนแต่งงานว่าอยากอยู่กันสองคนก่อนหลาย ๆ ปีค่อยปล่อยมีลูก เขาเองก็เห็นดีด้วยเพราะอยากให้การมีลูกสักคนเกิดขึ้นในตอนที่ครอบครัวพร้อมจริง ๆ “ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงคุณ ถ้าฉันบอกแล้วคุณไม่ไปฉันก็กลัวว่าสักวันหนึ่งคุณจะเอาเรื่องนี้มาว่า ว่าเพราะฉันทำให้คุณไม่ก้าวหน้า หรือว่าถ้าบอกแต่คุณยังเลือกที่จะไปใจฉันคงไม่เหลือให้เจ็บอีก จะทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น” ปกปราชญ์หันหลังให้พริมาเขากระพริบตาถี่ ๆ ไม่ให้ร้องไห้ต่อหน้าหญิงสาว เธอเลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับเขาเสมอ แล้วอะไรมันทำให้เขามองไม่ออก ต่างคนต่างเงียบไปหลายนาที พริมาจึงเข้าไปทำธุระในห้องน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อกลับบ้าน เมื่อเธอเปิดประตูห้องน้ำออกมาเจอ ปกปราชญ์ยืนรออยู่ หญิงสาวถอยหนีขยับขาอย่างตกใจเมื่อเขาทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้า “ผม... ขอโทษ แนนยกโทษให้ผมได้ไหม เราเริ่มกันใหม่ได้ไหม ผมจะไม่พลาดแบบนี้อีกแล้วต่อไปให้ผมดูแลแนนนะ” นิรมลมาเยี่ยมเพื่อนที่บ้านหลังจากทราบว่าพริมาป่วย “ทำไมแกไม่บอกฉันสักคำว่าเป็นเนื้องอกฮะแนน” หญิงสาวบ่นแต่คนป่วยรู้ดีว่าเพื่อนเป็นห่วง “ก็มันยังไม่ต้องทำอะไรนี่เลยไม่รู้จะบอกให้กังวลกันทำไม ฉันแค่ต้องอยู่กับมันอย่างมีความสุข” นิรมลค้อนพร้อมกับที่มองไปทางปกปราชญ์ที่กำลังจัดโต๊ะอาหารให้คนป่วย “แล้วนั่นผัวแกกลับมาจากญี่ปุ่นแล้วเหรอ” สีหน้าของพริมาสดชื่นน้อยลงเมื่อได้ยินคำถามของเพื่อน “โบตั๋นแกอย่าลืมสิว่าฉันหย่ากับเขาแล้ว” นิรมลเงียบก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “แล้วหมอว่าไง จะรักษาทางไหนได้บ้าง แกจะฉีดยาคุมไป เรื่อย ๆ แบบนี้ไหวเหรอ” “หมอบอกว่ามันยังโตไม่มากไม่ต้องผ่าก็ได้ ประคองไปเรื่อย ๆ ใช้ชีวิตตามปกติได้อยู่ ปวดก็กินยา ปวดมากก็ไปฉีดยา” “หรือไม่งั้นก็มีลูกซะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” นิรมลพูดถึงทางแก้อีกทาง เพราะส่วนมากแล้วกรณีผู้ป่วยเนื้องอกในมดลูกหากมีการตั้งครรภ์ เมื่อคลอดบุตรแล้วเจ้าเนื้องอกนั้นจะหายไปด้วย “ฉันจะมีได้ยังไง ตอนนี้ฉันไม่มีผัว” พริมากระแทกเสียงตอบ ขนาดตอนที่ยังมีอยู่ สามีในตอนนั้นยังไม่อยากมีลูกเลย “แนนไปทานมื้อเย็นกันจะได้กินยา คุณโบตั๋นทานข้าวด้วยกันไหมครับ” ปกปราชญ์มาส่งพริมาที่บ้านและไม่ยอมกลับ เขาอาสาดูแลคนป่วยแทนคุณพริ้มที่เหนื่อยมาหลายวัน “ไม่เป็นไรค่ะไม่รบกวนดีกว่า พอดีมีนัดตอนค่ำ ๆ ด้วยค่ะ” นิรมลตอบปกปราชญ์จากนั้นเธอหันมาหาเพื่อนสาว “ฉันไปละนะแก หายเร็ว ๆ ไม่ต้องห่วงงานนะ” หลังจากที่นิรมลกลับไปแล้ว พริมาจึงตัดสินใจคุยกับปกปราชญ์ตรง ๆ “คุณก็กลับไปได้แล้วค่ะ ฉันอยากพักผ่อน” “ถึงผมอยู่แนนก็พักได้ ผมแค่อยากดูแลแนน” ปกปราชญ์พูดเสียงอ่อน เขาเข้าใจดีหากว่าวันนี้พริมายังไม่ให้อภัย “เพื่ออะไรคะ คุณจะมาดูแลฉันทำไมในวันที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ฉันไม่ต้องการการดูแลของคุณอีกแล้ว” ปกปราชญ์แทบจะหมดแรง เขาไม่อยากเชื่อว่าพริมาจะหมดรักเขาแล้วจริง ๆ “แนนจะให้ผมทำยังไงเราถึงจะเริ่มกันใหม่ได้ ทำยังไงแนนถึงจะยกโทษให้ผม” หญิงสาวส่ายหน้าไปมา เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะกลับไปเริ่มต้นใหม่กับเขาได้อย่างไร “ฉันไม่มีอะไรจะยกโทษให้คุณ การที่เราโฟกัสคนละเรื่องไม่ได้หมายความว่าใครผิด คุณไม่ผิดเลยโอมที่คุณรักงานรักความก้าวหน้า เรื่องของเรามันก็แค่ถึงจุดที่เรารู้ว่าเราคิดไม่ตรงกัน ความต้องการของเราไม่ใช่เรื่องเดียวกันก็แยกย้ายกันไป มันไม่มีใครผิดค่ะ” เหตุผลของปกปราชญ์เธอเข้าใจดี และไม่อาจจะเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทำลายความฝันของเขา แต่เธอเองก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องทุกข์ใจอยู่ฝ่ายเดียวเช่นกัน “ไม่สิแนน เรารักกันไง เรารักกันไม่ใช่เหรอมันต้องมีทางที่เราจะปรับตัวแล้วอยู่ด้วยกันได้” “รักอย่างเดียวมันไม่พอหรอกโอม แต่เราต้องนับถือซึ่งกันและกันด้วย ที่ผ่านมาฉันพยายามที่จะปรับตัวเข้าหาคุณจนกลายเป็นคนที่คุณมองว่าฉันไม่มีสาระ ใช้ชีวิตไร้แก่นสารไปวัน ๆ ที่ชีวิตมีงานหลักคือวิ่งตามผัว จนถึงขนาดทำให้คุณต้องโกหกฉันว่าบริษัทคุณไม่ให้พาครอบครัวไปญี่ปุ่นด้วย ถ้าฉันเคยทำให้คุณรำคาญขนาดนั้นแล้ววันนี้เราจะเริ่มต้นกันใหม่เพื่ออะไร เพื่อให้ฉันกลับไปเป็นอีบ้าเหมือนเมื่อก่อนเหรอ” ปกปราชญ์ตะลึงเมื่อพริมาพูดทุกอย่างที่เขาเคยคิดเมื่อสามปีก่อน แต่วันนี้เขารู้แล้วว่าเป็นเขาเองที่คิดผิด พริมาไม่ได้ผิดอะไรเลยเธอก็แค่ทำหน้าที่ภรรยา ส่วนเขาเป็นสามีที่ละเลยเธอจนกลายเป็นความเคยชิน สามปีก่อนเขามุ่งมั่นกับงานและอ้างว่าทำเพื่อครอบครัว จนเขาลืมว่าคนทุกคนมีหลายหน้าที่ เขาเป็นคนทำงานที่ดีแต่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่แย่และเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่อง “คุณกลับไปเถอะโอม เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอกเพราะมันไม่มีอะไรดีเลย คุณอาจจะเคยรักฉันแต่ความรักนั้นมันไม่มากพอเท่ากับที่คุณรักตัวเอง ส่วนฉันในวันนี้ฉันมีความสุขกับการหันมารักตัวเองแล้ว มากที่สุดฉันให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น” ปกปราชญ์ต้องยอมถอยโดยการขอตัวกลับตามที่พริมาต้องการ แต่เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะพิสูจน์ตัวเองให้เธอได้เห็นว่าเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป วันรุ่งขึ้นชายหนุ่มกลับไปหาบิดาของตัวเองที่จังหวัดทางภาคตะวันออก ตั้งแต่เขาออกจากบ้านเมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เขาก็แทบไม่ได้กลับไปอีกเพราะไม่สนิทใจกับภรรยาใหม่ของบิดาหรือแม่เลี้ยงและลูก ๆ ของเธอ เขาจึงติดต่อบิดาทางโทรศัพท์มากกว่าการกลับไปเยี่ยมท่าน “กลับมาจากญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะลูก แล้วมาทำไมไม่บอกจะได้เตรียมของกินที่เอ็งชอบไว้ให้” คุณปกป้องเจ้าของสวนยางพารารายใหญ่ประจำตำบลทักลูกชาย “ผมกลับมาสามวันแล้วครับ ได้หยุดอยู่เลยแวะมาหาพ่อก่อน” เขามองไปรอบ ๆ ตัวบ้าน มันดูเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนที่เขาจำได้เยอะ “ตาโอมมา... ดีใจจังเป็นหนุ่มใหญ่เชียว น้าเกือบจำไม่ได้แน่ะ” อุบลมารดาเลี้ยงรีบออกมาต้อนรับ เธอดีใจมากที่ลูกเลี้ยงกลับบ้านหลังจากที่ปกปราชญ์แทบไม่กลับมาเลยตั้งแต่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ “สวัสดีครับน้าบล” ปกปราชญ์ยกมือไหว้มารดาเลี้ยง เวลาที่ผ่านมานานทำให้อคติที่เขาเคยมีกับอีกฝ่ายลดลงจนสามารถคุยกันได้แบบปกติ “โอมรอเดี๋ยวนะ น้าไปเตรียมห้องให้ คุยกับพ่อไปก่อนจ้ะ” อุบลกุลีกุจอไปดูห้องส่วนตัวของปกปราชญ์ที่เธอให้คนไปทำความสะอาดทุกเดือนแม้ว่าเจ้าของห้องจะกลับมาหรือไม่ก็ตาม ชายหนุ่มตั้งใจจะพักที่บ้านสองวัน ในคืนนั้นเขาได้คุยกับบิดาตามประสาพ่อลูก ได้เปิดใจในแบบที่ไม่เคยได้ทำและได้รู้ว่าในอดีตตนเองก็เคยคิดอะไรผิดๆ มาไม่น้อย “ผมขอโทษนะพ่อที่เอาแต่ความคิดตัวเอง ผมควรจะอยู่ดูแลพ่อดูแลครอบครัวด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่เคยทำอะไรเลย” สามปีที่ใช้ชีวิตตามลำพังที่ญี่ปุ่นทำให้ปกปราชญ์ได้รู้จักความโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง สังคมของคนทำงานที่ดูเอื้อเฟื้อและเป็นมิตรต่อกันเป็นเพียงมารยาททางสังคม เทียบไม่ได้กับสายใยในครอบครัวที่มันอบอุ่นจะละลายความอ้างว้างในใจได้แบบที่เขาไม่รู้ตัว ยิ่งเมื่อกลับมาพบว่าพริมาป่วยเขายิ่งกลัวการจากลา กลัวการสูญเสียโดยที่ยังไม่มีโอกาสทำอะไรดี ๆ เขาไม่โทษความทะเยอทะยานหรืออะไรทั้งนั้น แต่ทั้งหมดมันคือความผิดของเขาคนเดียว “จะคิดอะไรมากล่ะโอม ลูกต้องมีชีวิตของตัวเองมันก็ถูกอยู่แล้ว จะมาดูแลพ่อทำไมพ่อยังแข็งแรงอยู่” คุณปกป้องพูดยิ้ม ๆ เขาดีใจที่ได้ลูกชายคืนมา ดีใจที่มีโอกาสได้คุยกันแบบพ่อลูกอีกครั้ง “ทางนี้ยังไม่มีอะไรให้ห่วง น้องแกก็เรียนใกล้จบแล้ว เรื่องอื่นน้าบลเขาก็ช่วยดูแลได้ เราก็มีหลานให้พ่อเร็ว ๆ แล้วกัน พ่อรออุ้มหลานอยู่” อุบล มารดาเลี้ยงที่เขาเคยเข้าใจว่านางตั้งใจมาปอกลอกบิดาและยึดครองทุกอย่างที่เคยเป็นของแม่จนทำให้ปกปราชญ์เลือกหันหลังให้ครอบครัว เขาเพิ่งได้รู้ว่าที่จริงแล้วนางเป็นฝ่ายเข้ามาช่วยบิดาทำงาน ช่วยกอบกู้สถานการณ์สวนผลไม้ที่ย่ำแย่ด้วยการปลูกยางพาราเพิ่มอีกหลายร้อยไร่ ทำให้ฐานะการเงินดีขึ้นรวมถึงนำทรัพย์สินส่วนตัวมาช่วยพยุงกิจการด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพริมาหรือครอบครัวเดิม ล้วนแล้วทำให้ ปกปราชญ์กระจ่างใจว่าเขาจะไม่คิดถึงแต่ตัวเองอีกต่อไป ยิ่งเมื่อบิดาพูดถึงหลานเขาก็ยิ่งคิดถึงพริมา ไม่รู้ว่าเธอจะให้โอกาสเขาอีกได้หรือไม่ “หายดีแล้วเหรอแนน ฉันว่าแกนอนพักผ่อนต่ออีกสักวันไหม” นิรมลทักทันทีที่เห็นพริมาเข้ามาในร้าน ปัจจุบันร้านอาหารหมดสัญญาเช่าและย้ายมาอีกที่ พวกเธอจึงเปลี่ยนรูปแบบจากร้านอาหารกึ่งผับเป็นสวนอาหารแทน ทุ่มทุนในการเนรมิตสระน้ำขนาดใหญ่พร้อมซุ้มอาหารรอบสระที่มีความส่วนตัวสูง ลงทุนจ้างสถาปนิกชื่อดังมาออกแบบทำให้สวนอาหารแห่งใหม่ติดท็อปร้านอาหารแนะนำของเว็บไซต์และนิตยสารท่องเที่ยวสองปีซ้อน ซึ่งในการปรับรูปโฉมขนาดใหญ่ทำให้ต้องใช้ทุนหลายสิบล้าน ทำให้พวกเธอจำเป็นต้องมีหุ้นส่วนคนใหม่ซึ่งถือหุ้นมากถึงร้อยละสี่สิบ และพวกเธอสามคนถืออีกคนละยี่สิบเปอร์เซ็นต์ “หายดีแล้ว มันก็ปวดตามปกติ แต่ว่าพอดีวันก่อนยาฉันหมด มันเลยดูแย่” “สวัสดีครับสาว ๆ อ้าวคุณแนนผมยังไม่ได้ไปเยี่ยมเลย ออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอครับ” เสียงห้าวดังขึ้นด้านหลัง ทำให้สองสาวหันไปมองเห็นชายหนุ่มอายุสามสิบต้น ๆ ส่งยิ้มละลายใจมาให้ “คุณมาร์ค...”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD