ร่างเล็กยังยืนนิ่งมองคนที่เพิ่งทำตัวอันตรายใส่ค่อย ๆ เดินหายไปจากสายตา คล้ายโผล่มาทำให้ว้าวุ่นกลางใจก็เท่านั้น เสียงถอนหายใจหลุดจากอกก่อนเธอจะเดินกลับขึ้นห้องของตัวเอง ข้าวของที่ซื้อมาถูกจัดเรียงเอาไว้บนชั้นและในครัว
หลังวุ่นกับการเอาของเก็บเกือบครึ่งชั่วโมง คนตัวเล็กก็เดินมานั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูแล้วเข้าแอปฯ ธนาคาร ยอดเงินในบัญชีตอนนี้จากที่คำนวณ หากประหยัดมาก ๆ จะอยู่ได้จนกระทั่งเรียนจบ
ช่วงเรียนฌานินรับทำรายงานจากเพื่อนในห้อง ทำให้ได้เงินตรงนั้นมาบ้างแต่พอปิดเทอมเธอก็ขาดรายได้ไปจะหางานทำก็ไม่รู้จะทำอะไรดี อีกทั้งตอนนี้ยังต้องหลบซ่อนจากเจ้าหนี้ของพ่อ
ติ๊ง~
- xx เพิ่มเพื่อนจาก ID ใหม่ -
คิ้วเล็กขมวดชนกันอย่างแปลกใจกับการที่มีบุคคลนิรนามเพิ่มเพื่อนเข้ามา แถมชื่อยังมีแค่ xx ไม่มีรูปโปรไฟล์ ขณะกำลังคิด ข้อความจาก xx ก็เด้งเข้ามารัว ๆ
แชต: xx
xx: -ส่งโลเคชัน-
xx: ใช่ที่นี่หรือเปล่า
xx: ฌานินคนสวยรู้แล้วใช่ไหมว่าพ่อของหนูติดหนี้เสี่ยเท่าไร
xx: หนูควรเป็นเด็กกตัญญูใช้หนี้ให้พ่อ ด้วยการมาอยู่กับเสี่ย
มือเรียวสั่นเทาทันทีหลังอ่านข้อความนั้น คำพูดของพ่อสะท้อนกลับมาในโสตประสาท ไม่ต้องเดาเลยว่าเจ้าของแชตนี้คือใคร
เสี่ยจรัน คนที่เป็นเจ้าหนี้พ่อของเธอในตอนนี้โลเคชันที่ส่งมานั้นคือที่อยู่ของเธอในตอนนี้ ราวกับถูกจับตามองตลอดเวลา ความคิดไม่ตกย้อนกลับมาอีกครั้ง ฌานินนึกไม่ออกเลยว่าจะหนีจากสถานการณ์นี้ยังไง เธอรีบบล็อกแชตที่เพิ่งเพิ่มเพื่อนเข้ามาและลบข้อความออกจากเครื่องอย่างไม่อยากเห็น ก่อนจะวางโทรศัพท์ลง ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ มองเหม่อไปตรงหน้า
บางครั้งเธอก็อยากล่วงรู้อนาคตของตัวเองว่ามันจะเป็นยังไง เรื่องหนี้สินที่พ่อก่อเอาไว้สุดท้ายแล้วจะต้องเผชิญกับจุดจบแบบไหนกันแน่
ไม่ใช่ว่าไม่กลัว เพราะกลัวเธอถึงย้ายออกจากห้องเก่า แต่เหมือนการย้ายหนีครั้งนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย แล้วจะต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงอย่างนี้ไปถึงเมื่อไร
หลายวันผ่านไป… ฌานินไม่ออกจากห้องไปไหนเลย
แชตใหม่ ๆ ยังเพิ่มเพื่อนมาแทบทุกวันและส่งคำขู่เดิม ๆ มาให้ เธอบล็อกมันทุกครั้งที่เห็นข้อความพวกนั้น จนกระทั่งตอนนี้เพื่อนสนิทก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังถูกคุกคามจากเจ้าหนี้ของพ่อ
แม้จะพยายามหลบเลี่ยงการออกไปข้างนอก แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เพราะของสำคัญอย่างผ้าอนามัยหมดเกลี้ยง ปกติเธอมักซื้อตุนเอาไว้แต่กลับลืมเช็กของสำคัญไปสนิท
ทำให้ต้องออกไปหาซื้อ ครั้งนี้ก่อนออกจากห้องเธอใส่หมวกและแมสก์ปิดบังใบหน้ามิดชิด เพื่อพรางตัวเองจากพวกเจ้าหนี้
ร้านค้าอยู่ไม่ไกลจากคอนโด หลังซื้อของสำคัญเสร็จเท้าเล็กก็รีบจ้ำเดินกลับทันที ทว่าจู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งหลัง ร่างเล็กพลันหยุดชะงัก แล้วค่อย ๆ หันกลับไปมอง ก่อนจะเห็นเข้ากับชายคนหนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงด้วยความกลัว เพราะจำได้ว่าเป็นคนที่เดินผ่านกันตอนเข้าร้านค้า แต่ตอนนี้กลับเหมือนกำลังตามเธออยู่จริง ๆ เพราะทันทีที่สายตาประสานกัน เขาก็รีบก้าวตรงมาหา ไม่รอให้อีกฝ่ายประชิดตัวร่างเล็กรีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต โชคดีที่ใกล้ถึงคอนโดแล้ว ทันทีที่เข้ามาภายใต้ตึกคอนโด เธอหยุดนิ่ง แล้วหันกลับไปมองอีกครั้ง ถึงได้เห็นว่าไม่มีใครตามมาแล้ว
ภายในห้อง
ถุงข้าวของที่ถือในมือถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะตรงหน้าโซฟา ก่อนจะนั่งลง ดึงแมสก์และหมวกออก กลางใจยังคงเต้นถี่รัวหายใจเหนื่อยหอบ ราวกับคนพวกนั้นเฝ้าจับตามองเธออยู่ตลอดเวลาเพียงแค่รอจังหวะ
นั่งไปได้พักหนึ่ง ร่างเล็กลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปหยิบเอาซองบุหรี่กับไฟแช็กติดมือออกไปข้างนอกระเบียง เธอซื้อมันมาตั้งแต่ครั้งนั้น ทว่าซองยังไม่เคยถูกแกะสูบเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้ ความคิดมากมายถาโถมทำให้ไม่รู้จะหาทางออกไหนจึงลองพึ่งมัน
ปลายบุหรี่สีขาวถูกยกขึ้นมาคาบไว้บนริมฝีปากอิ่ม
ใบหน้าหวานก้มลงเล็กน้อย นิ้วเรียวเกี่ยวเส้นผมที่หล่นปิดแก้มเก็บทัดไว้หลังหูจากนั้นก็เริ่มจุดไฟแล้วสูดกลุ่มควันเข้า
“แค่ก แค่ก~” เสียงไอดังสวนออกมาทันที ฌานินทำหน้าหยีแล้วเอามวนบุหรี่ออกจากปากเดี๋ยวนั้น ท่าทางของเธอบ่งบอกว่าไม่ชอบสิ่งที่ลองทำเลยสักนิด ก่อนจะรีบดับมัน
คนตัวเล็กเดินกลับเข้ามาในห้อง ตรงไปทางห้องน้ำเพื่อล้างปาก กลิ่นฉุนของบุหรี่คละคลุ้งตีขึ้นจากจมูก ล้างเท่าไรกลิ่นก็ยังติดจนต้องแปรงฟันใหม่อีกรอบ
หลังวุ่นกับการแปรงฟังล้างปากพักใหญ่ คนตัวเล็กเดินออกมาข้างนอกนั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แชตกลุ่มแจ้งเตือนจากเพื่อนสองคนที่กำลังคุยกันอยู่
แชตกลุ่ม
ขวัญใจ: ว่าแต่ยัยฌาเงียบมาก วันนี้ไม่อ่านข้อความหายไปไหนคะ
ฌานินอ่านคำถาม จากนั้นก็พิมพ์คำตอบส่งกลับไปให้เพื่อนในช่องแชต
ฌานิน: ไม่ได้หยิบโทรศัพท์เลย
ขวัญใจ: ออกไปข้างนอกกันไหม แกจะอยู่ห้องจนถึงมหาวิทยาลัยเปิดเทอมไม่ได้นะ
ปอร์เช่: ไปอู่พี่บอลไหม วันนี้ไอ้เปอร์ชวนเช่ไป
ฌานิน ไม่ไป
Read 2
คล้ายว่าเธอจะรีบตอบกลับเกินไปจนเพื่อนทั้งสองคนงุนงง จู่ ๆ ถึงได้เงียบพร้อมกันอย่างนี้ พอเห็นว่าไม่มีใครตอบกลับมาสักทีจึงพิมพ์ซ้ำลงไปอีก
ฌานิน: ฌาอยากอยู่ห้อง สองคนไปกันเลยนะ
ปอร์เช่: พี่คลื่นไม่ไป เห็นว่าวันนี้ต้องเข้าบ้าน
ขวัญใจ: นายรู้ดีจัง แต่สามีไม่ไป ฉันก็ไม่อยากไปแล้ว
ปอร์เช่: ไอ้เปอร์บอก
ขณะดวงตากำลังไล่อ่านข้อความ เมื่อเห็นชื่อเขาคนนั้น จู่ ๆ ถ้อยคำที่ขวัญใจเคยพูดก็ฉายกลับเข้ามาในห้วงความคิดวูบหนึ่ง
‘ถ้าใครได้เป็นเด็กเลี้ยงเขาคงโชคดีเนอะ ทั้งหล่อทั้งรวยแบบนั้น ใครจะกล้ามายุ่งกับเด็กพี่คลื่น’ และทันใดนั้น ประโยคของเพื่อนก็ถูกแทรกด้วยคำพูดทิ้งท้ายของเขาตอนอยู่สนาม ‘ถ้าอยากให้ช่วย ก็ปลดบล็อก’ คำถามมากมายผุดขึ้นในใจว่าเขาช่วยเธอได้จริง ๆ หรือแค่พูดลอย ๆ กันแน่
“คิดบ้าอะไรอยู่ฌานิน”
เสียงหวานดังแผ่วออกจากริมฝีปากก่อนความคิดฟุ้งซ่านทั้งหลายจะถูกเธอสลัดทิ้ง ฌานินหยิกมือตัวเองเบา ๆ เป็นการ
ทำโทษที่เผลอคิดอะไรไม่เข้าท่าแบบนั้นในหัว ทว่าต่อให้ขับไล่เท่าไร ความคิดเดิมก็เอาแต่ไหลย้อนกลับเข้ามาราวกับถูกอะไรสักอย่างฉุดดึงให้เธอไม่สามารถสลัดมันออกไปได้ใบหน้าหวานก้มลงมองโทรศัพท์ในมือ เห็นว่าตอนนี้เพื่อน
ทั้งสองคนเลิกพิมพ์คุยกันแล้ว ทั้งที่พยายามไม่คิดถึง แต่นิ้วเรียวกลับแตะเข้าไปยังรายการบล็อก จับจ้องชื่อที่ถูกปิดกั้นเอาไว้ ก่อนสายตาจะค่อย ๆ เลื่อนไปหยุดนิ่งตรงคำว่า ปลดบล็อก
เปลือกตาสีอ่อนปิดลงแน่น พร้อมถอนหายใจออกมาแรง ๆ อีกครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นฌานินกดออกจากรายการบล็อก แล้วแตะเข้าไปยังแชตแยกของขวัญใจ เธอเก็บความสับสนและสิ่งที่อัดอั้นกลางอกเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
แชต: ขวัญใจ
ฌานิน: ขวัญ ฌามีอะไรจะบอก
ขวัญใจ: ถ้าเปลี่ยนใจจะไปอู่ ไม่ไปแล้วนะ อดเจอพี่คลื่น
ฌานิน: เปล่า จะบอกเรื่องพ่อ
ขวัญใจ: พ่อแกทำอะไรอีก เล่ามาด่วนเลยฌา
ฌานินนั่งนิ่งงันเกือบสองนาที หัวใจสั่นรัวกับความคิด
ตีกันวุ่น ก่อนปลายนิ้วเรียวจะค่อย ๆ แตะแป้นพิมพ์ เลือกตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้เพื่อนสนิทรับรู้ ตัวอักษรถูกส่งเข้าไปในช่องแชตทีละประโยค ทั้งเรื่องหนี้สินที่พ่อก่อจนเสี่ยจรันตามตัว แชตที่บล็อกหนีเกือบทุกวันและเรื่องคนแปลกหน้าที่เหมือนคอยดักซุ่มอยู่แถวคอนโดของเธอ
ขวัญใจ: นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย ทำไมคนที่ไม่ผิดอะไรเลยถึงต้องได้รับผล แล้วพ่อแกติดต่อมาอีกไหม
พอเล่าจบ ขวัญใจก็พิมพ์กลับมา ประโยคนั้นชวนให้น้ำใสเอ่อรื้นบนขอบตา เพราะเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่ตอนนี้กลับต้องมารับผลจากการกระทำของพ่อ
ฌานิน: โทรมา แต่ฌาไม่รับสายแล้ว
ขวัญใจ: รอบนั้นเสี่ยสรุจ รอบนี้เสี่ยจรัน เฮ้อ!! ทำไมไม่หลุดพ้นสักทีนะ ฉันไม่รู้เลยว่าจะพาแกออกจากสถานการณ์ตอนนี้ได้ยังไง
ฌานิน: ไม่เป็นไร ฌาแค่อยากเล่า มันอึดอัดน่ะ
ขวัญใจ: แกจะเอายังไง จะปล่อยให้เป็นแบบนี้เหรอ
ฌานิน: บางทีฌาก็คิด จะไปอยู่กับเสี่ยเขาเลยดีไหม
ให้ทุกอย่างมันจบ
ที่ผ่านมามีหลายเรื่องราวที่เธอคิดในหัว และสิ่งที่พิมพ์บอกเพื่อนก็เคยคิดเหมือนกัน มันเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความอึดอัด จิตตกทุกครั้งเวลาเห็นแจ้งเตือนจากเสี่ยคนนั้น
ขวัญใจ: ไม่เอาแบบนี้สิ ถ้าจะมีเสี่ยเลี้ยง แกหาหนุ่ม ๆ รวย ๆ ไม่ดีกว่าหรือไง
ขวัญใจ: ถ้าพี่คลื่นเลี้ยงเด็กนะ ฉันว่ามีเปอร์เซ็นต์สูงมาก เขาดูสนใจแกตั้งแต่แรก
ดวงตาคู่สวยสั่นไหวความลังเลแทรกเข้ามาในหัว เธอเคยคิดว่าการเล่าให้เพื่อนฟังคือความอับอาย แต่ตอนนี้ เวลานี้ ความคิดนั้นกำลังเปลี่ยนไปนิ้วเรียวสั่นน้อย ๆ กดพิมพ์บนแป้นในจอมือถืออีกครั้งหลังตัดสินใจ
ฌานิน: ขวัญจำได้ไหม พี่คลื่นถามตอนเล่นเกมพูดความจริง ว่าฌาเคยนัดผู้ชายในแอปฯ หาคู่หรือเปล่า ความจริงฌาเคยนัด
ฌานิน: คนที่นัดเจอคือพี่คลื่น
ขวัญใจ: แป๊บนะ หยิบยาดมก่อน
ช่องแชตว่างเปล่าเกือบห้านาที ฌานินมองข้อความที่ตัวเองพิมพ์ลงไปในที่สุดเธอก็กล้าเล่าให้เพื่อนฟังแล้ว แต่เหมือนขวัญใจจะช็อกไปเลยเพราะจนตอนนี้ก็ยังไม่ตอบกลับ
ฌานิน: ตอนนั้นที่พ่อจะขายฌาให้เสี่ยสรุจ ฌาก็เลยเลือก
คนที่ถูกใจด้วยตัวเองผ่านแอปฯ หาคู่ แล้วนัดเจอกัน
Read
ขวัญใจ: คือแบบว่า แกกับพี่คลื่นมีอะไรกันแล้วถูกไหม
ฌานิน: อื้อ แต่ไม่ถึงขั้นทำจนเสร็จ
เป็นอีกครั้งที่ฌานินหวนกลับไปถึงเรื่องเมื่อห้าเดือนก่อน พร้อมพิมพ์เล่าลงในช่องแชตให้เพื่อนอ่าน หลังบอกทุกอย่างแล้ว ไม่นานขวัญใจก็ตอบกลับมายาวเหยียด
ขวัญใจ: แกจั่วได้ตัวแรร์เลยเหรอฌา โอ้มายก๊อด!! นี่แหละ หนทางที่จะหนีไปให้พ้นจากพ่อกับเสี่ยโรคจิตตัณหากลับนั่น
ขวัญใจ: ถ้าจะเลือกต้องเลือกคนอยู่สูงที่สุดของห่วงโซ่ เสี่ยพวกนั้นก็แค่ลูกกระจ๊อกในสายตาคนรวยระดับเขา
หัวใจดวงน้อยพลันเต้นแรง ความคิดที่พยายามสลัดทิ้งไปแล้วผุดขึ้นอีกครั้ง เพราะคำพูดกระตุ้นของเพื่อนในเมื่อเขาคือคนที่เธอถูกใจตั้งแต่แรก แล้วทำไมต้องลังเล หากเขาต้องการ เธอก็แค่ยื่นข้อแลกเปลี่ยนออกไปให้ เท่านั้นก็ดูจะยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย
… ใช่หรือเปล่า
ความคิดในหัวดูเหมือนกล้าดี ทว่าความจริงตรงหน้า ฌานินกำลังกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซึมออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ขวัญใจ: เฮ้อ! แต่ฉันก็ไม่อยากให้แกไปเป็นของเล่นคนรวยเลย ไม่เอาความคิดนี้ล้มเลิก ๆ มันไม่เข้าท่าเลยสักนิด
ฌานิน: ถ้าฌาถาม ขวัญคิดว่าเขาจะว่ายังไง
ขวัญใจ: เรื่องอะไร?
วูบหนึ่งที่กลางอกสั่นไหว ฌานินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ละทิ้งความลังเลก่อนจะพิมพ์บอกสิ่งที่เพิ่งตัดสินใจได้หมาด ๆ ลงไปในช่องแชต
ฌานิน: ถ้าฌาอยากเป็นเด็กเลี้ยงของพี่คลื่น คนที่ไม่เคยผูกมัดกับใครเลยอย่างเขาจะสนใจหรือเปล่า
ขวัญใจ: ไม่เอา ๆ แกอย่าเก็บคำพูดของฉันไปคิดสิฌา สติ!! ตั้งสติ
ฌานิน: ฌาไม่อยากอยู่แบบนี้ ไม่รู้ว่าจะถูกคนพวกนั้นจับตัวไปเมื่อไร
ฌานิน: ความจริง ถ้าได้อยู่กับคนที่ตั้งใจเลือกตั้งแต่แรก มันคงจะมีความสุขมากกว่า