ธามก้าวขึ้นเรือนพักของไลลาในค่ำวันนั้น หยุดคุยกับแดนที่นั่งหน้าบ้านราวห้านาที ก่อนที่แดนจะลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินยิ้มมาหาเธอที่นั่งอ่านหนังสือในบ้าน
“คุณพริกผมกลับก่อนนะครับ พี่ธามมาแล้วเดี๋ยวพี่เขาอยู่ต่อเอง”
“คะ” ไลลาหน้าเหลอหลา ธามจะอยู่ต่อ..หมายความว่าอะไรแล้วเขาจะอยู่ถึงตอนไหน
“เดี๋ยวนะคะ ปกติพวกคุณเลิกงานกี่โมง”
คำถามของเธอทำให้แดนหัวเราะน้อยๆ
“บอดี้การ์ดไม่มีคำว่าเลิกงานครับ ต้องอยู่ด้วยตลอดกับคนที่เราดูแล เหตุร้ายไม่เลือกเวลานะครับคุณพริก เดี๋ยวพี่ธามเขาจะนอนห้องข้างๆ คุณ ไม่ต้องกังวลนะถ้ามีอะไรคุณพริกร้องดังๆ ได้เลย พี่เขาหูไวมาก”
คำว่านอนห้องข้างๆ ต่างหากที่น่ากังวลยิ่งกว่า แต่ดูเหมือนเธอจะค้านไม่ได้เพราะคำว่าเหตุร้ายไม่เลือกเวลาที่แดนพูดเมื่อครู่
คนที่ถูกพูดถึงเข้ามาในห้อง ธามมองไปรอบๆ ห้องตามนิสัยของเขา และพูดขึ้นว่า
“คุณพริกทำตัวตามสบายได้เลย ถือซะว่าผมไม่ได้อยู่ด้วยก็ได้ ผมขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่” เขาก้าวยาวๆ ไปที่ห้องนอนเล็กข้างห้องเธอ เปิดประตูและหายเข้าไปในนั้น ไลลาอ้าปากค้าง เธอหันมามองแดน ชายหนุ่มยิ้มให้แล้วพูดปลอบใจ
“พี่ธามเขาอาจจะดูแปลกๆ ไปสักหน่อยนะครับ เขาสามารถนั่งเฉยๆ ได้ทั้งวันไม่พูดอะไรเลยก็คือเรื่องปกติ แต่ถ้าพูดกันเรื่องงาน ฝีมือเขาดีที่สุดอยู่แล้ว ผมขอตัวนะครับคุณพริก พรุ่งนี้พบกัน”
แดนเดินออกจากเรือนพัก เขาปิดประตูกดล็อกลูกบิดให้เรียบร้อย หญิงสาวมองแล้วถอนใจพลางถามตัวเองว่าเธอต้องอยู่แบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่
สิบห้านาทีต่อมาธามออกมาจากห้อง เขาเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มเดินมานั่งตรงข้ามเธอ
“ปกติคุณพริกมีปัญหากับใครไหมครับ”
“ไม่มีค่ะ” เธอส่ายหน้า
ธามทำสีหน้าเคร่งเครียด
“อาจจะมีใครที่คุณไปขวางทางเขาพอมีบ้างไหม”
“ไม่ทราบค่ะ โดยส่วนตัวแล้วดิฉันไม่มีปัญหากับใคร แต่ใครจะมีปัญหากับดิฉันรึเปล่าเรื่องนั้นไม่รู้จริงๆ ค่ะ”
ไลลาหน้าตึง เธอใช้ชีวิตปกติสุขมาตลอด เรื่องของธีรนัยนั้นเธอไม่เชื่อว่าผู้ชายคนนั้นจะลงมือทำร้ายเธอ เพราะถ้าทำคงทำมานานแล้ว ไม่ปล่อยเวลาล่วงเลยมานานถึงหกปี
ธามเริ่มหงุดหงิดเมื่อไลลาไม่ให้ความร่วมมือ แต่เขาพยายามไม่แสดงออก หญิงสาวเองก็เหมือนจะรู้ว่าเขาไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่พอใจเช่นกัน ทั้งที่ปกติแล้วไลลาเป็นคนใจเย็นมาตลอด แม้แต่ธีรนัยเธอยังไม่เคยรู้สึกไม่ชอบหน้าเท่าผู้ชายตรงหน้า
เธอขยับตัวจะลุก ธามจะประคองแต่เธอปฏิเสธ หญิงสาวปัดมือเขาออก
“อ้อ มาช่วยพาพี่เข้าห้องที่จ้ะ” ไลลาเรียกแม่บ้านเสียงดัง อ้อจะนอนในห้องเดียวกับเธอในช่วงนี้ที่เธอยังเดินไม่ถนัด
เด็กสาวมาทันใจเพราะคอยเงี่ยหูฟังอยู่แล้ว อ้อตัวลีบเมื่อเห็นธามอยู่ด้วยตรงนั้น เด็กสาวพยุงไลลาเข้ามาแล้วจึงถามเธอว่า
“คุณพริกจะนอนเลยเหรอคะ เพิ่งสองทุ่มเอง”
“พี่จะเล่นโทรศัพท์น่ะ อยากคุยกับเพื่อนหน่อย ถ้าอ้ออยากดูละครก็ไปเถอะ พี่อยู่คนเดียวได้”
##############
รายาเทียบรถสองคันที่ก่อเหตุชนสามีคนที่สามของพี่สาวเมื่อหนึ่งเดือนก่อน และคันที่ชนไลลาเมื่อไม่กี่วันนี้
เธอได้ภาพจากกล้องวงจรปิดในระแวกใกล้เคียงที่โมกข์ไปรวบรวมมาให้ จากภาพรวมและตำหนิของตัวรถมันมีเปอร์เซ็นว่าเป็นรถคันเดียวกันถึง 99%
หญิงสาวกำลังนึกว่าเธอเคยเห็นรถคันนั้นจากที่ไหน รายายังนึกไม่ออก แต่เธอรู้สึกว่ามันคุ้นๆ อย่างประหลาด
โมกข์เข้ามาในห้องทำงานของรายา เขามองกิริยาของทนายรุ่นน้อง นึกรู้ว่าเธอกำลังคิดหนักเกี่ยวกับภาพวงจรปิดที่เขาได้มา
“รถคันนั้นถูกเปลี่ยนสีมา เดิมมันคือรถแจ็สสีเทาทะเบียน กท รุ่นปี 2010” โมกข์พูดขึ้นมา เขาตามรอยรถคันนั้นจากป้ายทะเบียนที่รอบแรกมันไม่ได้เอาออก ภาพเบลอมากแต่ชายหนุ่มก็แกะมันออกจนได้ และใช้เส้นสายบางอย่างเช็คจนได้ข้อมูลจากฐานข้อมูลกรมขนส่งกลาง
รายาเบิกตาโต แจ็สสีเทา..ใช่แล้ว
“แจ็สสีเทาใช่ค่ะ นาวก็ว่ามันคุ้นแปลกๆ มันถูกเปลี่ยนสีนี่เอง”
“นาวรู้ใช่ไหมว่ารถนั้นเป็นรถของใคร” ชายหนุ่มถามต่อ
รายาใจหายเมื่อสิ่งที่เธอระแวงเริ่มเข้าเค้า เพราะรถคันที่เธอรู้สึกว่าคุ้นมาก เคยเป็นรถคันที่ธันย์ใช้และชายหนุ่มคนนั้นบอกว่าขายไปแล้ว
“เราต้องบอกพี่สาวนาวให้รู้ตัว ไม่ควรไว้ใจเพื่อนคนนี้” โมกข์เตือน
รายาต่อสายถึงไลลาทันที รอสายอยู่ราวสองนาทีไลลาจึงรับสาย
“ว่าไงจ๊ะนาว”
“พี่พริกทำอะไรอยู่คะ วันนี้เป็นไงบ้าง” รายาทักทาย ก่อนที่เธอจะต้องนิ่งไปเมื่อไลลาตอบกลับมา
“พี่คุยกับธันย์อยู่เขามาเยี่ยมนะ เดี๋ยวพี่โทรกลับนะนาว”
ไลลาวางสายไป รายาหันมามองโมกข์
“พี่พริกบอกว่าตอนนี้คุยกับพี่ธันย์อยู่ค่ะ” น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยกังวลว่าควรทำอย่างไร
“พี่จะโทรบอกคุณธาม เขาเป็นคนดูแลพริกที่นั่นด้วยใช่ไหม” โมกข์ถามเมื่อเธอพยักหน้าเขาจึงออกไปคุยโทรศัพท์กับธาม เขามีเบอร์ของอีกฝ่ายเพราะเคยแลกเบอร์กันไว้ ในตอนที่ไปจัดการกล้องแอบถ่ายที่คอนโดของไลลาด้วยกัน
############
ธันย์มองไปรอบๆ บ้านพักของไลลาอย่างพิจารณา เขาเห็นแดนที่นั่งอยู่นอกระเบียง การ์ดหนุ่มทำทีเหมือนอ่านหนังสือพิมพ์ไม่สนใจเขา
“บ้านสวยดีนี่พริก น่ามาอยู่ด้วยจัง” เขาพูด ไลลาหัวเราะ
“มาสิ แล้วนี่ไม่ทำงานเหรอ” เธอถามเพื่อนสนิท เลื่อนแก้วน้ำที่อ้อมาเสริฟไปตรงหน้าเขา
“ว่างเลยมาเยี่ยมแก อ่ะนี่ของเยี่ยมไข้” ธันย์ส่งตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้เพื่อนสาว
“ให้เหมือนฉันเป็นเด็กเลย” ไลลายื่นมือมารับ กอดฟัดตุ๊กตาอย่างชอบใจ เธอชอบเท็ดดี้แบร์และธันย์ก็รู้ใจเธอเสมอ
“แล้วขาแกเป็นไงบ้าง” เพื่อนชายถามต่อ
“ก็ดีนะ ไม่ปวดมาก ถ้าไม่ลงน้ำหนักไม่เดินเยอะก็ไม่มีปัญหา” ไลลาตอบ ถ้าตัดเรื่องคนบางคนออกไปที่นี่เป็นสถานที่พักฟื้นที่ดีมากจริงๆ ทั้งจากการดูแลของเจ้าของสถานที่และสภาพแวดล้อม
“อืมม ก็ดีแล้ว แต่ถ้ามีปัญหาอะไรแกบอกฉันได้เลยนะ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ
“อ้าวจะกลับแล้วเหรอ ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนล่ะ” ไลลาถาม ทำให้ธันย์ยิ้มให้
“มีธุระตอนเย็นที่กรุงเทพฯ น่ะเดี๋ยวรถติดจะไปไม่ทัน ยังไงก็ดูแลตัวเองนะพริก อย่าลืมถ้าแกมีอะไรโทรหาฉันได้เลย” ธันย์ย้ำ เขาปรายตามองตุ๊กตาที่เธอถืออยู่ก่อนจะขอตัวกลับ