คืนนั้นไลลากลับมาจากผับในตอนห้าทุ่ม เธออาบน้ำเข้านอนแต่ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ เธอพลิกตัวไปมาจนเกือบค่อนรุ่งจึงหลับไป และเธอก็ฝันอีก ฝันเห็นภาพเดิมว่าไฟไหม้ร้าน และรามิลยืนอยู่ในนั้น เธอพยายามวิ่งเข้าไปช่วยแต่คนด้านนอกก็ดึงเธอไว้ เธอมองไฟที่ลุกท่วมตัวเขาด้วยใจที่แตกสลาย จนรู้สึกตัวตื่นและพบว่าตัวเองกำลังร้องไห้จริงๆ
เธอแข็งใจลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเข้าร้าน หญิงสาวคิดว่ารามิลอาจจะต้องการให้เธอคืนที่ให้ครอบครัวของเขาจริงๆ ตามที่เธอบอกเขาที่หน้ารูปที่โกศว่าขอให้มาบอกอีกครั้ง และเธอก็ฝันเห็นเขาจริงๆ
วันนี้ร้านมีคนไม่มาก เธอจึงไม่ต้องออกมาต้อนรับลูกค้าเอง หญิงสาวใช้เวลาในการหาทำเลใหม่ในการเปิดร้าน เธอไม่อยากย้ายไปไกลนักเพราะเห็นใจพนักงานที่มีบ้านพักในระแวกนี้ด้วย กับอีกทางเลือกหนึ่งคือเลิกกิจการไปเลยขายทุกอย่างในร้านแล้วย้ายออก จ่ายเงินชดเชยให้พนักงานแล้วถือโอกาสพักใจสักพัก
“พี่พริกคะมีแขกค่ะ” พนักงานในร้านมาเรียกเธอ ทำให้ไลลาเงยหน้ามอง
“ใครเหรอ”
“เขาบอกว่าเป็นทนายค่ะ มาจากกรุงเทพฯ”
เธอวางโทรศัพท์ลงและออกไปพบแขกที่ว่า
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่มที่ท่าทางอายุมากกว่าเธอไม่มากนัก
“เด็กบอกว่าคุณต้องการพบดิฉันเหรอคะ” เธอไม่อ้อมค้อม
“สวัสดีครับ ผมภูริชเป็นตัวแทนของเจ้านายมาขอเจรจาซื้อที่ดินผืนนี้ครับ หากคุณไลลาสนใจจะขายรับรองว่าจะได้ราคาอย่างงามเลยครับ” ภูริชไม่อ้อมค้อมเช่นกัน เขามุ่งตรงประเด็นทันที
เธอลุกขึ้นยืนโดยที่ไม่รอฟังประโยคต่อมา และตัดบทว่า
“ดิฉันคงไม่ขายหรอกค่ะ ขอตัวนะคะ” หากแต่ทนายหนุ่มได้รีบพูดขึ้นมา
“ผมอยากให้คุณไลลารับฟังข้อเสนอของทางเราก่อนนะครับ เจ้านายของผมเพิ่งกลับมาจากตะวันออกกลาง มีแผนที่จะพัฒนาที่ดินในย่านนี้ ยินดีจ่ายในสิ่งที่ทางคุณเรียกร้องอย่างดีที่สุดเลยครับ”
“ขอโทษนะคะคุณทนาย ดิฉันไม่ขายเพราะดิฉันไม่มีสิทธิ์ขายค่ะ ต่อให้นายของคุณเสนอมาเท่าไหร่ดิฉันก็ขายให้ไม่ได้ กรุณาไปแจ้งเจ้านายของคุณตามนี้นะคะ สวัสดีค่ะดิฉันขอตัว”
ที่ตรงนี้ไม่ใช่ของเธอ เจ้าของที่ตามมาหลอกหลอนเธอทั้งในฝัน ทั้งในชีวิตจริงเธอจะขายได้อย่างไร หญิงสาวเดินตรงกลับเข้าไปในห้องทำงาน โทรศัพท์หาน้องสาว
“ว่าไงคะพี่สาว” รายารับสาย วันนี้เธออารมณ์ดีเพราะเพิ่งชนะคดีในศาลมา
“พี่อยากให้นาวทำเรื่องโอนที่ให้คุณธีรนัย เร็วที่สุดได้ไหม” เธอบอกตามตรง
“หา...อะไรนะพี่ ที่ร้านพี่น่ะเหรอ” รายาเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเป็นงานเป็นการทันที
“ใช่ พี่ฝันเห็นพี่ริทอีกแล้ว ไฟไหม้อีกแล้ว พี่ไม่ไหวน่ะนาว ถ้าพวกเขาอยากได้พี่ก็จะให้” ถ้ารามิลไปสู่สุคติภพไม่ได้เพราะยังห่วงที่ตรงนี้ เธอก็จะคืนเขาไปให้หมด
“โธ่พี่ ที่ตรงนั้นพื้นที่ 1 ไร่ในย่านทำเลทอง ตาแก่นั่นเอาไปขายสบายเลย” รายาพูดและเธอแน่ใจว่าเธอมองธีรนัยไม่ผิด
“ก็ไม่เป็นไรช่างเขา พี่คืนให้เขาพี่จบ เขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา นาวติดต่อเขาแล้วกันพี่เบื่อเต็มที่แล้ว”
“แล้วของในร้านล่ะพี่ จะให้แจ้งฝ่ายนั้นว่าพี่จะจัดการเรื่องร้านให้เสร็จภายในเวลากี่วัน” ความเป็นทนายมืออาชีพกลับมา เมื่อพี่สาวต้องการรายาก็จะจัดการให้ตามนั้น
“บอกเขาว่า พี่ขอเวลาสิบห้าวัน” ไลลาประเมินเบื้องต้นน่าจะเรียบร้อยภายในเจ็ดวัน ของในร้านถ้าเลหลังขายถูกๆ น่าจะหมดภายในวันเดียวด้วยซ้ำ
“ได้ค่ะ แต่ค่าธรรมเนียมโอนทั้งหมดนาวจะให้ทางนั้นจ่ายนะคะ ในเมื่อจะได้ที่ฟรีๆ เขาก็ควรได้จ่ายบ้าง”
“ผมไปพบคุณไลลามาแล้วนะครับคุณธาม แต่เธอบอกทันทีเลยว่าไม่ขาย” ภูริชรายงานทางโทรศัพท์
“บอกเธอรึเปล่าว่าผมเสนอราคาให้ไม่อั้น” ธามถามกลับ
“บอกครับ แต่เธอบอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์ขายที่ผืนนั้น” คำรายงานต่อมาทำให้ธามขมวดคิ้วสงสัย ที่ผืนนั้นถูกซื้อในชื่อของไลลาถูกต้องตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน เป็นหนึ่งในสินสอดที่เขาให้เธอ แล้วทำไมเธอจึงพูดว่าไม่มีสิทธิ์ขาย
“ติดจำนองหรือว่าอะไรรึเปล่า” ชายหนุ่มถามต่อ
“ไม่ทราบครับ เธอไม่ได้บอก” ภูริชตอบกลับมา
“งั้นกดดันไปทางคุณธีรนัย ฝ่ายนั้นเคยบอกว่าจะเจรจาให้เจ้าของขายให้ได้ใช่ไหม” ธามสั่งขั้นต่อไป
“ใช่ครับ งั้นผมจะไปเร่งทางคุณธีรนัยต่อเลยนะ”
ชายหนุ่มกดตัดสายเมื่อคุยจบ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไลลาจึงไม่ยอมขายทั้งที่เขาให้ราคาดีมาก หรือว่าเธอไม่ร้อนเงินเพราะเพิ่งได้มรดกมาจากสามีคนล่าสุดที่เสียชีวิตไป
สองวันต่อมาธามเดินทางไปที่โรงฝึกที่สระบุรี อิทธิยกบ้านพักหลังเล็กให้เขาหนึ่งหลังใช้เป็นที่พัก และมีมุมจัดโต๊ะทำงานไว้ด้วยในบริเวณโถงกลาง
บ้านพักนี้อยู่ริมบ่อน้ำขนาดใหญ่ เป็นบ้านน็อคดาวน์ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง มีครัวเล็กและระเบียง ต่อหลังคาหน้าบ้านสำหรับจอดรถได้ ชายหนุ่มชอบที่นี่พอสมควรเพราะนอกเวลาฝึกค่อนข้างสงบ อิทธิเองก็ยุ่งกับงานในสวนที่มากขึ้นจนแทบไม่มีเวลามาคุยบ่อยนัก
นุติเพื่อนนายทหารรุ่นเดียวกันที่ตอนนี้เลื่อนขั้นเป็นนาวาโทเป็นหนึ่งในครูฝึกมาตั้งวงดื่มกับเขาในเย็นนั้น
“มึงไม่คิดจะกลับไปหาเมียมึงเหรอวะธาม” นุติรู้จักไลลาดี เขาเป็นหนึ่งในหมู่เพื่อนในพิธีลอดซุ้มกระบี่ในงานแต่งงานของรามิลและไลลาเมื่อหกปีก่อน
ธามไม่ตอบอะไร ในขณะที่นุติที่เริ่มเมาได้ที่ก็พูดไปเรื่อยๆ
“เมียมึงลำบากจะตายตอนมึงตายน่ะ กูก็นึกว่าจบภารกิจแล้วมึงจะรีบไปหาเขา เสือกไปยูเออีต่ออีกห้าปี”
“ลำบากยังไงวะ กูตายเขาก็ได้เงินไปตั้งเยอะ” ธามแย้ง
“ไอ้ห่า มึงเอามาจากไหนว่าเมียมึงได้เงิน โน่นลุงมึงไปรอคุณพริกเอาเช็คเข้าธนาคารแล้วโอนให้แกวันนั้นเลย ทั้งก้อนเลย” นุติพูดในสิ่งที่เขาเห็น ธนาคารที่ออกเช็คก็ตั้งอยู่ในหน่วยงานของเขาเอง รวมถึงคนรักของเขาเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ทำธุรกรรมให้ไลลา เขาจึงรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“มึงเมาแล้วมั่วล่ะ” ธามส่ายหน้าไปมา
“มึงสิเมา มึงฟังกูมึงลืมเหรอว่าเมียกูเป็นจนท.ธนาคาร วันนั้นคุณพริกไปรับเช็คที่การเงินเอาเข้าธนาคาร แล้วเขียนใบโอนต่อให้ลุงของมึงน่ะ ชื่ออะไรนะนัยๆ ทั้งหมดเลย สามล้านสองแสนแปดหมื่น เนี่ยโทรไปถามอิ๋วเลยก็ได้ แต่โทรตอนนี้ไม่ได้นะเดี๋ยวเมียกูรู้ว่ากูกินเหล้า”
ประโยคท้ายๆ ธามไม่ได้ฟังเพราะมัวแต่ตกใจกับคำบอกเล่าของเพื่อน แล้วไหนลูกน้องเขาบอกว่าไลลาเอาเงินไปเองคนเดียวและใช้ฟุ่มเฟือยกับสามีใหม่จนหมดภายในเวลาไม่ถึงปี
“แต่แมวป่าบอกกูว่าพริกแต่งงานใหม่ตั้งแต่กูตายแค่ไม่กี่เดือน แล้วเอาเงินไปใช้กับผัวใหม่จนหมด” ธามพูดถึงลูกน้องในกลุ่ม เธอเป็นอดีตสายสืบหญิงที่มีฝีมือดีมาก และเขาไว้ใจที่สุดคนหนึ่ง เป็นหนึ่งในทีมที่บินไปทำงานด้วยกันที่ยูเออี
“แมวป่าเหรอใครวะ อ้อนึกออกแล้วยายชไมรดา” นุติพูดกับตัวเองแล้วพยักหน้าเออออ
“มึงดูไม่ออกเหรอว่ายายนั่นรักมึง ยายนี่อิจฉาคุณพริกมาตั้งนานแล้ว” เรื่องที่เพื่อนร่วมทีมมีจิตสเน่หาต่อหัวหน้าทีมเป็นสิ่งที่ใครๆ ต่างก็รู้ดี แต่ทุกคนมองว่าเธอแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้เด็ดขาด เธอจึงยังทำงานกับธามมาได้ตลอดเวลา และอยู่กับเขาในทุกช่วงของชีวิตที่หายไป
“กูไม่รู้ว่าแมวป่าบอกอะไรมึง แต่กูจะบอกเรื่องที่กูรู้ให้ คุณพริกไม่ได้เงินของมึงสักบาท เขาได้แค่ปีกซีลของมึงอันเดียวที่ลุงมึงบอกไม่เอา ส่วนเรื่องแต่งงานใหม่คุณพริกแต่งจริง แต่หลังจากมึงตายไปสามปี เมียกูยังไปงานแต่งเลยแต่ยังไม่ทันส่งตัวเจ้าบ่าวตายห่าซะก่อน แล้วก็มาแต่งอีกทีเมื่อสองเดือนก่อนมั้ง” นุติพักยกแก้วขึ้นจิบ
“แต่ที่เด็ดสุดมึงรู้รึเปล่าว่าเมียมึงแท้งหลังจากที่มึงตายไปสองเดือน”