พันธกานต์ไม่ได้ข้อมูลอะไรจากคุณจรุงจิต เขายอมกลับมาและสั่งนักสืบให้สืบต่อว่าลูกสาวของเขาไปอยู่ที่ไหน
'อลินของพ่อ พ่ออยากเห็นหนูจังว่าหนูหน้าตาแบบไหน' ฉับพลันใบหน้าของเด็กหญิงอลินอีกคนหลานของอิงควัตโผล่เข้ามาในความคิด แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไปเสีย
ไม่มีทางที่อลินคนนั้นจะเป็นคนเดียวกับคนที่เขาตามหา ขึ้นชื่อว่าเป็นคนในตระกูลฉัตรมณีไม่มีทางที่จะมาจากบ้านเด็กกำพร้า
แต่ถ้าใช่ล่ะ... เขาถามตัวเองก่อนจะคิดต่อว่าในโลกนี้คนชื่อซ้ำกันมีมากมาย เขาคงหมกมุ่นกับเรื่องนี้มากเกินไป
“คุณพัทครับ เรื่องที่ให้สืบผมได้รับรายงานแล้ว” คนของเขารีบเดินมาบอก
“ลูกฉันอยู่ที่ไหนตอนนี้” พันธกานต์ถามกลับทันที
“เอ่อ... ผมว่านายดูเองดีกว่าครับ” คนสนิทส่งไฟล์ภาพมาให้เจ้านายทางไลน์
พันธกานต์เปิดดูทันที หัวใจเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นหน้าเด็กหญิงอลินที่เขาตามหา ที่แท้เขาพบเธอตั้งแต่วันแรกที่มาเมืองไทย อลินคนที่กล่าวคำต้อนรับและส่งดอกไม้ให้เขาคือลูกสาวเขาเอง
“คุณอรวลี ลูกพี่ลูกน้องของคุณอิงเป็นคนขอรับอุปการะคุณหนูอลินเมื่อปีก่อนครับนาย เธอทำเอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยมีทนายเป็นคนจัดการให้”
“อรวลีเหรอ แล้วผู้หญิงคนนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน” พันธกานต์ตั้งสติได้ ญาติของอิงควัตน่าจะคุยกันได้ง่ายกว่าเป็นคนอื่น
“คุณอรวลีเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารของที่นี่ครับ ปกติเธอมาทำงานทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เธอดูแลคุณหนูอลินด้วยตัวเองทุกเรื่องรวมถึงไปรับไปส่งจากโรงเรียน และที่สำคัญที่สุดเธอไม่ได้แต่งงานครับ”
“ไม่ได้แต่งงานแล้วไง” ชายหนุ่มย้อนถาม
“ก็ตามกฎหมายจริง ๆ การขอรับบุตรบุญธรรมมักจะต้องเป็นคนที่แต่งงานแล้วถึงจะถือว่าเหมาะสมกับการเป็นครอบครัวใหม่ให้เด็ก แต่คุณอรวลีเธอน่าจะพร้อมมากถึงทำเรื่องนี้ผ่านทั้งที่มีสถานะโสด ทีนี้ถ้าเราจะสู้กันตามกฎหมายคุณพัทในฐานะพ่อแท้ ๆ ย่อมได้เปรียบกว่าแม่บุญธรรมที่ไม่มีอะไรเกี่ยวพันทางสายเลือดเลย ผมว่าถ้าจะต้องฟ้องร้องกันทางเรามีโอกาสสูงที่จะชนะครับ”
พันธกานต์โบกมือทันที หากเขามีเรื่องกับอรวลีเขาอาจจะมีปัญหากับอิงควัตด้วย และผู้หญิงที่รับอุปการะเด็กกำพร้าหากเธอดูแลอลินดีแบบที่สืบมา เธอน่าจะจิตใจดีพอสมควร
“ฟ้องร้องขอให้เป็นทางสุดท้าย เราควรเจรจาก่อนพรุ่งนี้นัดไอ้อิงให้ด้วย”
สายวันต่อมาพันธกานต์ขึ้นไปพบอิงควัตที่ห้องทำงาน เจ้าของห้องค่อนข้างแปลกใจที่เลขาของอีกฝ่ายขอนัดให้เจ้านาย แต่ชายหนุ่มก็ให้พบได้เพราะความอยากรู้
“ความจริงนายรอฉันลงไปก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไร คุยบนนี้สะดวกกว่า” พันธกานต์ปฏิเสธ ที่เขาอยากขึ้นมาเองในส่วนสำนักงาน เพราะอาจจะได้พบผู้หญิงที่อุปการะเด็กหญิงอลินอยู่
“งั้นว่ามาเลยครับคุณชาย” อิงควัตเลื่อนแฟ้มงานไปอีกทาง ทำท่าตั้งใจฟังเต็มที่
“ฉันเป็นหม่อมหลวงไม่ต้องใช้คำว่าคุณชาย คำนั้นมันใช้กับหม่อมราชวงศ์” พันธกานต์กล่าวแก้และเริ่มเข้าเรื่องเลย
“ฉันตามหานินีอยู่ คนที่เคยคบกันที่อังกฤษเมื่อหลายปีก่อน นายจำนินีได้ไหม”
อิงควัตพยักหน้า เขาจำชื่อเธอได้เพราะพันธกานต์ไม่ได้คบสาวมากนัก แต่ตัวเขาไม่ได้สนิทกับพนิตสินีเป็นการส่วนตัว
“นินีกลับมาไทยเมื่อหกปีก่อน และตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอเสียไปแล้วเพราะมะเร็งเม็ดเลือด”
อิงควัตนั่งตัวตรงเมื่อได้ยิน
“เฮ้ย... ทำไมไวนักล่ะอายุยังน้อย ๆ อยู่เลย” แต่เขาฉุกใจคิดว่าเมื่อนินีเสียชีวิตไปแล้ว พันธกานต์ยังจะตามหาใครอีก
“แต่นินีมีลูกสาวที่ฉันสงสัยว่าเป็นลูกฉัน ตอนนี้ฉันสืบรู้มาว่าก่อนตายนินีพาลูกไปอยู่ในสถานสงเคราะห์เมื่อสองปีก่อน” พันธกานต์พูดต่อ เขาจ้องหน้าอิงควัตที่กำลังตั้งใจฟังจนแทบลืมหายใจ
“เมื่อวานฉันตั้งใจจะไปหาลูกที่นั่น แต่เขาบอกว่ามีคนรับอุปการะลูกฉันออกมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว”
“เดี๋ยวนะ ปีที่แล้วเหรอ” อิงควัตเริ่มคิดตาม
“ใช่ ลูกสาวฉันชื่ออลินและคนที่รับลูกฉันไปเลี้ยงชื่ออรวลี นายรู้จักไหมอิง”
พันธกานต์จ้องหน้าคู่สนทนาเขม็ง ในขณะที่อิงควัตเริ่มเหงื่อซึม ไอ้ทฤษฎีโลกกลมทำไมมันต้องพิสูจน์ให้เห็นในตอนนี้ด้วยวะ แล้วอรวลีจะยอมหรือหากเพื่อนเขาอยากได้ลูกคืน อิงควัตนึกอยากมีประตูไปไหนก็ได้แล้ววาร์ปเขาออกไปอีกมิติหนึ่งเดี๋ยวนี้เลย
อรวลีไปรับอลินกลับจากโรงเรียนเธอพาลูกมาเล่นที่ทำงานเธอตามปกติเพื่อรอเวลาเธอเลิกงาน หญิงสาวแวะที่แผนกเบเกอรี่ เธอถามเด็กหญิงว่าอยากได้อะไรขึ้นไปทานข้างบน
“อลินหนูจะเอาขนมอะไรคะ อลิน”
เธอหันมาเมื่อไม่มีเสียงตอบจากลูก และได้คำตอบเมื่ออลินวิ่งไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินตรงมาหา
“ลุงอับดุล สวัสดีค่ะ”
เสียงอลินทักทายเขาเหมือนรู้จักกันทำให้คนเป็นแม่มองแล้วขมวดคิ้วสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน เธอสาวเท้าตามลูกไปเร็ว ๆ เมื่อชายคนนั้นย่อตัวอุ้มร่างเด็กหญิงขึ้นและอลินก็ยอมให้อุ้มเสียด้วย
“คุณทำอะไรน่ะ เที่ยวมาอุ้มลูกคนอื่นเขาแบบนี้ได้ยังไง” อรวลีโวยวาย
“สวัสดีค่ะอลิน ลุงอับดุลอยากเจอหนูตั้งสองวันแล้ว คิดถึงจังเลย” พันธกานต์จงใจไม่สนใจอรวลี เขาทำเป็นไม่ได้ยินเหมือนเธอไม่มีตัวตน คุยกับเด็กหญิงราวกับอยู่กันแค่สองคน
“นี่คุณปล่อยลูกฉันลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” อรวลีไม่กล้ากระชากเด็กหญิงมาหาตนเพราะกลัวลูกเจ็บ ได้แต่พูดเสียงดังขึ้นอีกนิด
“แม่ขา คุณลุงอับดุลไงคะ” อลินหันมาหามารดา เธอขยับตัวยุกยิกพันธกานต์จึงปล่อยเธอลงยืนกับพื้น
“ลุงอับดุลไหนคะ”