“ก็ลุง...” อลินเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกแต่ลุงอับดุลเป็นฝ่ายพูดแทน
“ผมพันธกานต์ เป็นแขกของที่นี่ผมเจออลินตอนที่มาต้อนรับผม”
“อ่อ... หม่อมหลวงพันธกานต์เพื่อนพี่อิง ขอโทษค่ะที่ฉันเสียมารยาท” หญิงสาวเปลี่ยนท่าทีเมื่อทราบว่าเขาเป็นแขกคนสำคัญ แม้ในใจจะยังไม่พอใจที่เขามาอุ้มลูกเธอโดยที่ไม่ขออนุญาต เธอจูงลูกสาวกลับไปทางแผนกเบเกอรี่
“ขอตัวนะคะ อลินลาคุณลุงสิคะลูก”
“บ๊ายบายค่าคุณลุงอับดุล หนูจะได้เจอลุงอีกไหมคะ”
เด็กหญิงโบกมือบ๊ายบายแบบเด็ก ๆ เธอมองพันธกานต์ตาแป๋ว ดวงหน้าที่ชายหนุ่มเคยรู้สึกว่าคุ้นอย่างประหลาด เขานึกออกแล้วว่าเป็นเพราะอลินเหมือนพนิตสินีมาก
“ต้องได้เจอสิครับ เราจะได้เจอกันไปอีกนานเลยน้องอลิน” เขายืดตัวตรงหลังจากที่ก้มลงคุยกับเด็กหญิง ชายหนุ่มจ้องอรวลีจนเธอเริ่มรู้สึกระแวง
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณอรวลี”
หญิงสาวพาลูกกลับขึ้นมาบนห้องทำงานแล้ว เธอมองเด็กหญิงที่กำลังระบายสีในสมุดการบ้านอย่างตั้งใจอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องเมื่อครู่ที่หน้าแผนกเบเกอรี่
ม.ล.พันธกานต์ เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอชื่ออรวลี และทำไมเขาจึงพูดกับอลินว่าจะได้เจอกันไปอีกนาน เธอคิดไปถึงเรื่องที่คุณแม่จรุงจิตโทรมาแจ้งว่ามีคนต้องการพบอลินและอ้างว่าเป็นพ่อของเด็กหญิง มือไวเท่าความคิดเธอหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกทันที
'สวัสดีค่ะคุณแม่ ลี่เองนะคะ ลี่ขอรบกวนถามคุณแม่ว่าคนที่มาถามหาอลินเขาได้บอกชื่อไว้ไหมคะ'
'สวัสดีจ้ะลิลลี่ เขาให้นามบัตรแม่ไว้เดี๋ยวนะแม่หาก่อน' เสียงผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์ ทำอะไรกุกกักชั่วครู่และคำตอบที่ท่านบอกมาทำให้อรวลีนิ่งขึงไปทันที
'เขาชื่อ ม.ล.พันธกานต์ ภัคสิรินจ้ะ มีเบอร์โทรด้วยหนูลี่จะเอาด้วยไหมจ๊ะ'
หญิงสาวทำโทรศัพท์หลุดจากมือ เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่อ้างว่าเป็นพ่อจะเป็นราชนิกูลแถมเป็นเพื่อนของอิงควัต อรวลีรู้ดีว่าครอบครัวเขามีอิทธิพลทั้งทางด้านธุรกิจและการเงิน แล้วเธอจะปกป้องลูกไปได้นานแค่ไหนกัน
“อะไรนะครับ ไหนพี่อัญพูดอีกทีซิ” อิงควัตรับสายจากอัญญาที่พูดรัวเร็วจนเขาฟังไม่ทัน
“บัญชีรายงานมาว่าเมื่อกี้เพื่อนเธอ คุณพันธกานต์เขาจ่ายค่าที่พักล่วงหน้าเรามาหนึ่งล้าน ขอการบริการทุกอย่างที่ดีที่สุดที่เราจะให้ได้ และกำหนดชื่อพนักงานที่จะประสานงานเรื่องห้องพักของเขา ขอให้เป็นยายลิลลี่คนเดียวเท่านั้น เขาบอกว่าต้องติดต่อยายลี่ได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง นี่เธอไปคุยกับเขาให้หน่อยได้ไหมลี่ไม่เหมาะกับงานนี้หรอก”
เสียงอัญญาโวยวายมาจนเขาต้องวางโทรศัพท์ไว้ห่างตัว นึกโมโหไอ้คุณชายขึ้นมาทันที อยากถามมันว่าทำแบบนี้ให้มันมาขอเหมาโรงแรมเขาไปเลยดีไหม
อรวลีโกรธมากเมื่อรู้เรื่องนี้จากเลขา เรื่องการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าระดับบุคคลสำคัญเธอเข้าใจดี แต่คราวนี้เธอเชื่อว่าพันธกานต์ต้องการแกล้งเธอล้วน ๆ
หญิงสาวขอเข้าพบอิงควัตที่พอเห็นหน้าเธอปุ๊บก็รู้ทันทีว่าญาติสาวกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน
“พี่อิงคะ” เธอพูดได้แค่นั้นแล้วต้องชะงักเมื่ออิงควัตยกมือขึ้นห้าม
“หยุด... รออีกสองนาทีลี่ค่อยพูด”
คราวนี้อรวลีชะงัก ทำไมต้องรอสองนาที? แต่เธอได้คำตอบเมื่อมีอีกคนเข้ามาในห้องของอิงควัต
พันธกานต์เดินเข้ามาด้วยท่าทางสดชื่น
“สวัสดีครับ ดีมากเลยที่พบคุณลิลลี่ที่นี่”
“เราไม่น่าจะสนิทสนมกันถึงขั้นเรียกชื่อเล่นกันได้นะคะ คุณพันธกานต์”
เธอตอบเจตนาอยากทำลายความมั่นใจในตัวเองที่ดูสูงลิ่วของเขา
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ใช่คนถือตัว” พันธกานต์ตอบไปอีกทาง ทำให้หญิงสาวกำมือแน่น
“พัท ฉันว่า...” อิงควัตหาจังหวะแทรก แต่เขาต้องหุบปากฉับเมื่อพันธกานต์หันมาพูดกับเขา
“นายเงียบไปก่อนก็ได้ เรื่องนี้ฉันพูดเอง”
'แต่นี่มันห้องทำงานของเขาไม่ใช่เหรอวะ' ท่านรองประธานมีคำถามในใจทันที แต่อีกใจเขาก็นึกว่าดีเหมือนกัน ดูสองคนนี้ทะเลาะกันน่าจะสนุก
“ดิฉันขอบคุณมากที่คุณชำระค่าบริการล่วงหน้ามาหนึ่งล้านบาทสำหรับการเข้าพักที่นี่ แต่เรื่องที่คุณขอมาเรื่องผู้ประสานงานของทางโรงแรม ดิฉันขอเสนอให้เป็นเซลมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการดูแลลูกค้ามาทำหน้าที่ไม่ดีกว่าเหรอคะ”
อรวลีในฐานะผู้จัดการฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กรพูดเป็นงานเป็นการ แต่พันธกานต์กลับยิ้มเหมือนอารมณ์ดีมาก
“ผมว่าผมก็เลือกคนที่ถูกกับงานแล้วนะครับ คุณดูแลด้านภาพลักษณ์และการสื่อสาร ดังนั้นคุณต้องคุยกับผมได้รู้เรื่องกว่าพนักงานระดับปฏิบัติการแน่ ๆ”
“แต่ว่าดิฉันมีงานต้องทำ คงคอยรับโทรศัพท์คุณตลอดเวลาไม่ได้” น้ำเสียงของอรวลีห้วนขึ้นทุกที
“แต่ผมต้องการคุยกับคนที่มีอำนาจตัดสินใจทันที ผมไม่คุยกับลูกน้องของคุณ” พันธกานต์ยืนยัน สีหน้าเขายังคงรื่นรมย์อยู่ไม่เปลี่ยนขณะที่อิงควัตมองสองคนสลับไปมา
“คุณต้องการอะไร” อรวลีหายใจเข้าลึกก่อนจะตัดสินใจถามเขาตรง ๆ
“ผมต้องการลูกสาวผมคืน อลิน” พันธกานต์เลิกยิ้ม
“อลินเป็นลูกดิฉัน คุณคงจะเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ”
“ผมไม่ได้เข้าใจผิด ถ้าคุณไม่เชื่อเราพาอลินไปตรวจด้วยกันก็ได้”
“อยู่ดี ๆ คุณจะมาเที่ยวอ้างว่าใครต่อใครเป็นลูกคุณแล้วให้ตรวจดะไม่ได้หรอกนะคุณพันธกานต์” เธอตอบโต้
“ผมไม่ได้เที่ยวอ้างใครต่อใคร ผมหมายถึงอลินคนเดียวความจริงคือผมไม่รู้ว่าแม่เขาท้อง ไม่งั้นผมจะปล่อยให้อลินเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ได้ยังไง” พันธกานต์อธิบาย
“นั่นเป็นสิ่งที่คุณคิดไปเอง แต่ฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น อลินเป็นลูกฉันคนเดียว”
“งั้นก็แล้วแต่คุณเลย อยากอยู่ใกล้ผมนาน ๆ ก็ไม่บอก” พันธกานต์ลุกขึ้นยืน เขาปัดเสื้อผ้าไปมาขยับให้เข้าที่ด้วยท่าทางกวนประสาทในสายตาอรวลีอย่างยิ่ง
“คืนนี้ผมจะโทรไปหาเรื่องอาหารที่อยากกินในวันพรุ่งนี้ ช่วยรับสายผมด้วยนะลิลลี่”
พันธกานต์หันหลังกลับเดินไปเกือบถึงประตู อรวลีโมโหคว้าที่ทับกระดาษที่ทำด้วยหินอ่อนทำท่าจะขว้างใส่เขาจากด้านหลังแต่อิงควัตคว้ามือเธอไว้ทัน
“อย่าลิลลี่” ชายหนุ่มแกะแท่นหินอ่อนออกจากมือญาติผู้น้องอย่างใจหายใจคว่ำ เสียงเขาดังจนพันธกานต์หันมามอง
“ไม่มีอะไร นายรีบออกไปได้แล้ว” ก่อนที่จะหัวแตกแล้วนอกจากจะได้ผู้ประสานงานที่พักแล้วอาจจะได้มีพยาบาลพิเศษเพิ่มอีกคนด้วย เจ้าของห้องคิดในใจ
ลูกค้าระดับบุคคลสำคัญพิเศษเกรดเอเอเอ มองแท่นหินอ่อนในมืออิงควัตกับมองข้อมือเล็กที่เพื่อนจับไว้ก็พอเดาออกว่าเมื่อครู่อรวลีจะทำอะไร
“ถ้าผมบาดเจ็บหรือเป็นอะไรไปในระหว่างที่เข้าพักที่นี่ เกรงว่าลิลลี่จะลำบากมากขึ้นนะฮะ เพราะจากที่จะต้องเป็นคนดูแลผมเรื่องที่พักแล้วอาจจะต้องรบกวนมาเป็นพยาบาลพิเศษให้ผมด้วย ยังไงก็... ระวังหน่อยนะ”