CHAPTER 9 | รับผิดชอบ

1653 Words
"พะแพงใจเย็นๆ" พยายามใช้น้ำเสียงหนักแน่นเรียกเธอที่กำลังสติแตกให้หยุดกรีดร้องโวยวาย หากห้องอื่นๆ ได้ยินเสียงคนตัวเล็กเข้า อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเข้ามาทำมิดีมิร้ายเธอเอาได้ คิดได้ดังนั้นก็รีบดันร่างบอบบางเข้าไปในห้องของเธอพร้อมกับปิดประตูลง ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยคราบน้ำตาไหลอาบจนเส้นผมเปียกชุ่ม เธอหลับตาปี๋ร้องไห้ฮือๆ เหมือนเด็กตื่นนอนแล้วหาพ่อแม่ไม่เจอจนเขาอดขำไม่ได้ "พะแพง พะแพง ตั้งสติหน่อย" เขย่าไหล่มนและตบแก้มเนียนเบาๆ ให้เส้นประสาทร่างกายเธอรับรู้สัมผัสจากคนอื่น เสียงร้องไห้จากที่ดังลั่นก็ค่อยเบาลง ตากลมโตค่อยลืมขึ้นมามองเหตุการณ์รอบตัวทีละข้าง และเมื่อเห็นว่าตนเองกำลังขยุ้มชายเสื้อยืดของเขาอยู่ก็รีบปล่อย และเปลี่ยนมาปาดน้ำตาตนเองแทน "กรี๊ดอะไร? แมลง?" คำถามจากคนตัวสูงทำให้นักศึกษาสาวนึกขึ้นมาได้ พะแพงส่ายหน้าหวือจนแก้มกลมๆ สั่น ขยับตัวกลับเข้ามาหาเขาอย่างคนต้องการเกราะกำบัง ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องราวให้เขาฟัง "พะ แพงเจอผี ฮึก...ฮืออออ ผีหลอกแพง T[]T" เบะปากจะร้องไห้อีกครั้งแต่น้ำตามันไม่ไหลแล้ว จึงได้แต่ยืนสะอื้นเบาๆ "ผี?" ทวนคำพูดนั้นและลอบหัวเราะ "ไหนขอดูผีหน่อย เกิดมายี่สิบห้าปียังไม่เคยเห็นผีเลย" ถือวิสาสะเดินเข้าไปยังห้องนั่งเล่น ทำทีแสร้งชะเง้อชะแง้มองหาผี ก่อนที่จะส่ายหน้ากับคำพูดไร้สาระแล้วหย่อนกายนั่งไขว่ห้างบนโซฟา "เจอผีอะไรมาเล่าซิ เผื่อจะเอาไปเล่าในรายการผีหาเงินบ้าง" คนตัวเล็กเดินตามมานั่งโซฟาตัวเดียวกันอย่างรวดเร็ว การถูกทิ้งให้ยืนอยู่บริเวณประตูเป็นความเสี่ยง "แพง...อ๊ะ!" คนกำลังจะเล่าเรื่องผีชะงักเมื่อถูกจับข้อมือและกดนิ้วโป้งตนแตะบริเวณข้อมือด้านในใต้นิ้วโป้งของหญิงสาว เธอพอรู้ว่ามันคือการวัดชีพจร "เล่าดิ๊" "พะ แพงเจอผีประตู..." แค่ชื่อผีก็ทำเอาเขากลั้นขำไม่อยู่ พัตเตอร์ใช้มือข้างที่ว่างปิดปากตนเองเบาๆ และพยักหน้าให้เพื่อนน้องสาวเล่าต่อ "มันก๊อกๆๆ แล้วพอเปิดก็ไม่เจอใคร ละ แล้วทีนี้แพงก็เอาตาส่องตาแมวอยู่มันก็ก๊อกๆๆ ต่อหน้าแพงเลย!" เรื่องของเธอน่ากลัวมาก คนตัวเล็กมั่นใจ เมื่อกี้เธอเกือบเป็นลมล้มพับอยู่หน้าประตู หากเขามาช้ากว่านี้อีกนาทีเดียว "อ้อออ~ ผีประตูแบบนี้นี่เอง" ใบหน้าหล่อเหลายิ้มออกมา คนตัวสูงเดินออกไปนอกระเบียง ยกฝ่ามือขึ้นมากำหลวมๆ ก่อนจะกระทำการบางอย่าง ก๊อกๆ "ผีประตูของเธอมันเคาะสองทีแบบนี้ใช่ไหม?" ถามกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วะหัวเราะ คนนั่งเสียขวัญอยู่ที่โซฟาชะงัก ประติดประต่อเรื่องราวและสีหน้าของเขาก็เข้าใจกระจ่าง "พี่แกล้งแพงเหรอ!!?" "แกล้ง? ไม่ได้แกล้ง" ปฏิเสธเสียงสูงพร้อมกลับมานั่งที่โซฟาอีกตัวและยื่นถุงกระดาษมาตรงหน้า "แค่จะเรียกให้มาเอามือถือ" เขาเพียงแค่ใช้ไม้กวาดด้ามยาวเอื้อมมาเคาะกระจกระเบียงเรียกเธอ ไม่คิดว่าพะแพงจะทึกทักเป็นตุเป็นตะว่าผีหลอก ดีเท่าไหร่เธอไม่ช็อกจนตายคาห้อง หญิงสาวรับถุงจากมืออีกฝ่ายมาเปิดดูทั้งที่ใบหน้ายังเบะคว่ำบึ้งตึง พบว่ามันคือโทรศัพท์มือถือสีเดียวรุ่นเดียวกับที่เขาเพิ่งทำมันพังวันนี้ "ซื้อมาคืนเหรอคะ?" "แล้วก็อย่าแอบถ่ายรูปคนอื่นก่อนได้รับอนุญาตอีก ไม่งั้นคราวหน้าจะเป็นเธอที่ติดกำแพง" เมินเฉยกับคำถามที่รู้อยู่เต็มอก แต่สายตาที่ส่งออกมาบ่งบอกว่าไม่ได้ล้อเล่นแทน หมดธุระแล้วจะอยู่ต่อทำไม เขาลุกขึ้นและกำลังจะเดินกลับห้อง แต่ดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่จบ ตอนนี้เธอกลัวจนขี้ขึ้นสมอง หวาดระแวงไปหมดทุกอย่าง "เดี๋ยวค่ะ!" "-_-" หันมามองแต่ไม่ได้พูด "ตอนที่เคาะ พี่เคาะกี่ครั้ง" "สอง" มั้ง เขาเองก็จำไม่ได้ ใครมันจะไปจำเรื่องหยุมหยิมพรรค์นั้น "แพงได้ยินสาม!" โพล่งออกมาด้วยความตกใจ จนคนที่ตอบส่งๆ แสดงอาการเหนื่อยหน่าย "เออ งั้นก็สาม" "พี่โกหกอะ T_T" ดันไม่เชื่อและทำท่าจะร้องไห้ขึ้นมาอีกแล้ว พัตเตอร์ถอนหายใจและเดินย้อนกลับมาเท้าสะเอวคุย เพื่อนน้องสาวตรงหน้าดูขี้กลัวจนเขารู้สึกแย่ที่กลายเป็นสาเหตุทำให้เธอร้องไห้ขึ้นมา "ก็จำไม่ได้ เธอได้ยินกี่ครั้งฉันก็เคาะเท่านั้นแหละ ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ทำงาน" "พี่นอนเป็นเพื่อนแพงหน่อยสิ T^T" คราวนี้คนถูกชวนหันขวับ เป็นผู้หญิงแบบไหนมาชวนผู้ชายนอนด้วยวะ "ไม่" "งั้นแพงไปนอนห้องพี่ได้ไหม แพงนอนหน้าทีวีก็ได้" กระเถิบตัวเข้ามานั่งใกล้จุดที่เขายืนอยู่ จนคุณหมอหนุ่มต้องถอยออกมา "ไม่ กลัวก็โทรเรียกแฟนเธอมาเฝ้า" ชายหนุ่มคาดหวังให้คนตัวเล็กตกใจที่เขาล่วงรู้ความลับ กลับกลายเป็นว่าพะแพงเอียงคอมองมาด้วยความสงสัย "แพงไม่มีแฟนค่ะ -_-" ริมฝีปากหยักลอบหัวเราะ ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อกับคำแก้ตัวนั้น เขาเห็นไอ้หัวเกรียนนั่นเต็มสองตาและมั่นใจในความจำตนเองเมื่อครั้งที่พริมโรสเคยเล่าว่าเพื่อนเธอทั้งสองคนไม่มีพี่น้องที่ไหน เลิกสนใจยัยเด็กมารยาสาไถย เดินกลับห้องตนเองทันที •❣•┈┈┈•❣• คุณหมอหนุ่มตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกอีกแล้ว เวลาตีหนึ่งเหมือนเดิม และคุ้นชินกับมันไปเสียแล้ว พอเสร็จธุระและกำลังจะกลับขึ้นเตียงไปนอนก็เห็นแสงไฟจากระเบียงห้องข้างๆ สาดเข้ามา ยังไม่นอน? แม้จะรำคาญและไม่อยากข้องแวะด้วย แต่สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากเขา ก๊อกๆๆ เคาะประตูหน้าห้องและยืนนิ่ง แต่นึกได้ว่าคนข้างในอาจจะช็อกน้ำลายฟูมปากอีกก็เปล่งเสียงเรียกชื่อเธอออกมาด้วย ก๊อกๆๆ "พะแพง" แกร๊ก~ ประตูห้องพักถูกเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่ยืนเอามือเกาะขอบประตูมองมาที่เขาด้วยดวงตาสะลึมสะลือ อ้าปากหาววอดๆ ด้วย "ง่วงทำไมไม่นอน" ได้ยินเสียงจากทีวีก็รับรู้ว่าเป็นตามคาดจริง "พรุ่งนี้ถ้าหลับเวลางาน ฉันจะออกใบเตือน" "แพงไม่กล้านอนค่ะ เลยจะดูซีรีส์รอให้มันเช้า" ตอบเสร็จก็ยกมือปิดปากหาวอีกครั้ง ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอต้องกลัวขนาดนั้น "หลบไป ฉันจะนอนที่โซฟาให้ -_-" พะแพงถอยหลังกรูดให้ รีบกุลีกุจอไปเก็บถุงขนมขบเคี้ยวออกจากโต๊ะกระจกหน้าโซฟา เดินหายเข้าไปในครัวชั่วครู่ก็เดินออกมาและเข้าไปในห้องนอนตนเองต่อ มือเล็กๆ อุ้มผ้าห่มสีชมพูนุ่มฟูกับหมอนสีเดียวออกมาวางบนโซฟา "พี่พัตเตอร์อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ" ดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี เพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ "ไม่ ไปนอนได้แล้ว" ใบหน้าจิ้มลิ้มพยักหน้ารับ เดินเข้าไปในห้องนอนตนเองแต่กลับไม่ปิดประตู อะไรจะกลัวขนาดนั้น เธอกลัวผีมากกว่าคนแปลกหน้าอย่างเขาอย่างนั้นหรือ? ช่างแม่ง ง่วงจะตายอยู่แล้ว ปิดไฟล้มตัวนอนบนโซฟาแคบอย่างจำใจ ไม่สบายตัวเลยสำหรับคนที่สูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรอย่างเขา เกยศีรษะบนพนักพิงและพาดน่องกับอีกด้าน ความง่วงทำให้หลับง่ายกว่าที่คิด หนังตาเริ่มหนัก ภาพเริ่มตัดเป็นช่วงๆ กำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา "พี่พัตเตอร์คะ" !! เสียงเรียกของยัยตัวแสบทำเขาสะดุ้งตื่น ยกตัวขึ้นมานั่งมองหาต้นเสียงก็ได้ยินมันดังมาจากในห้อง "พี่พัตเตอร์" "เรียกทำไม! นอนดิ!! -_-*" "พี่เงียบอะ แพงไม่สบายใจ" ให้ตาย... นอนหลับไม่ให้เงียบ จะให้เขาร้องเพลงช้างตอนหลับหรือไง? "นอนเงียบๆ" ออกคำสั่งและล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ กับเสียงที่ดังเบาๆ จากตัวเครื่อง ทำให้จะคล้อยหลับอีกครั้ง "พี่ยังอยู่ไหมคะ?" "พะแพง..." เรียกชื่อเน้นเสียงหนักข่มอารมณ์ อีกนิดเขาจะเปิดไฟด่าเธอแล้วจริงๆ "พี่เข้ามานอนข้างในไหมคะ" คนหัวรัอนชะงักกับคำชวนไม่ใช้หัวคิดนั่น อ่อย? ไม่มีทาง... "ในห้องมีโซฟาเบด พี่พัตเตอร์น่าจะนอนสะดวกกว่า แพงก็จะได้หันมาเห็นพี่ตลอด จะได้ไม่ต้องเรียกบ่อยๆ" เสียงเจื้อยแจ้วยังคงดังออกมาจากห้องนอน ขอถอนหายใจรอบที่สี่ล้าน! คว้าหมอนกับผ้าห่มได้ก็เดินเข้าไปในห้องเดียวกันและเปิดประตูเอาไว้ อาศัยแสงสลัวจากไฟหัวเตียงเดินไปล้มตัวลงนอนที่โซฟาเบดผ้ากำมะหยี่สีเข้ม "ถ้าได้ยินเสียงเธออีกครั้งเดียว ฉันจะกลับห้อง" (-_-) (_ _) (-_-) (_ _) (-_-) พยักหน้าหงึกหงัก ทำท่ารูดซิปปาก และล้มตัวลงนอนบ้าง โดยหันหน้ามาจดๆ จ้องๆ เขาอยู่อย่างนั้น ในเมื่อห้ามเธอไม่ได้ก็ต้องจัดการตนเอง เปลี่ยนเป็นท่านอนตะแคงหันหลังให้เจ้าของห้อง หลับตานอนและหวังให้ผ่านคืนนี้ไปเสียที •❣•୨୧┈┈┈୨୧•❣•
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD