"พะแพงใจเย็นๆ" พยายามใช้น้ำเสียงหนักแน่นเรียกเธอที่กำลังสติแตกให้หยุดกรีดร้องโวยวาย
หากห้องอื่นๆ ได้ยินเสียงคนตัวเล็กเข้า อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเข้ามาทำมิดีมิร้ายเธอเอาได้
คิดได้ดังนั้นก็รีบดันร่างบอบบางเข้าไปในห้องของเธอพร้อมกับปิดประตูลง
ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยคราบน้ำตาไหลอาบจนเส้นผมเปียกชุ่ม เธอหลับตาปี๋ร้องไห้ฮือๆ เหมือนเด็กตื่นนอนแล้วหาพ่อแม่ไม่เจอจนเขาอดขำไม่ได้
"พะแพง พะแพง ตั้งสติหน่อย" เขย่าไหล่มนและตบแก้มเนียนเบาๆ ให้เส้นประสาทร่างกายเธอรับรู้สัมผัสจากคนอื่น
เสียงร้องไห้จากที่ดังลั่นก็ค่อยเบาลง ตากลมโตค่อยลืมขึ้นมามองเหตุการณ์รอบตัวทีละข้าง และเมื่อเห็นว่าตนเองกำลังขยุ้มชายเสื้อยืดของเขาอยู่ก็รีบปล่อย และเปลี่ยนมาปาดน้ำตาตนเองแทน
"กรี๊ดอะไร? แมลง?"
คำถามจากคนตัวสูงทำให้นักศึกษาสาวนึกขึ้นมาได้ พะแพงส่ายหน้าหวือจนแก้มกลมๆ สั่น ขยับตัวกลับเข้ามาหาเขาอย่างคนต้องการเกราะกำบัง ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องราวให้เขาฟัง
"พะ แพงเจอผี ฮึก...ฮืออออ ผีหลอกแพง T[]T"
เบะปากจะร้องไห้อีกครั้งแต่น้ำตามันไม่ไหลแล้ว จึงได้แต่ยืนสะอื้นเบาๆ
"ผี?" ทวนคำพูดนั้นและลอบหัวเราะ "ไหนขอดูผีหน่อย เกิดมายี่สิบห้าปียังไม่เคยเห็นผีเลย"
ถือวิสาสะเดินเข้าไปยังห้องนั่งเล่น ทำทีแสร้งชะเง้อชะแง้มองหาผี ก่อนที่จะส่ายหน้ากับคำพูดไร้สาระแล้วหย่อนกายนั่งไขว่ห้างบนโซฟา
"เจอผีอะไรมาเล่าซิ เผื่อจะเอาไปเล่าในรายการผีหาเงินบ้าง"
คนตัวเล็กเดินตามมานั่งโซฟาตัวเดียวกันอย่างรวดเร็ว การถูกทิ้งให้ยืนอยู่บริเวณประตูเป็นความเสี่ยง
"แพง...อ๊ะ!"
คนกำลังจะเล่าเรื่องผีชะงักเมื่อถูกจับข้อมือและกดนิ้วโป้งตนแตะบริเวณข้อมือด้านในใต้นิ้วโป้งของหญิงสาว
เธอพอรู้ว่ามันคือการวัดชีพจร
"เล่าดิ๊"
"พะ แพงเจอผีประตู..."
แค่ชื่อผีก็ทำเอาเขากลั้นขำไม่อยู่ พัตเตอร์ใช้มือข้างที่ว่างปิดปากตนเองเบาๆ และพยักหน้าให้เพื่อนน้องสาวเล่าต่อ
"มันก๊อกๆๆ แล้วพอเปิดก็ไม่เจอใคร ละ แล้วทีนี้แพงก็เอาตาส่องตาแมวอยู่มันก็ก๊อกๆๆ ต่อหน้าแพงเลย!"
เรื่องของเธอน่ากลัวมาก คนตัวเล็กมั่นใจ
เมื่อกี้เธอเกือบเป็นลมล้มพับอยู่หน้าประตู หากเขามาช้ากว่านี้อีกนาทีเดียว
"อ้อออ~ ผีประตูแบบนี้นี่เอง" ใบหน้าหล่อเหลายิ้มออกมา
คนตัวสูงเดินออกไปนอกระเบียง ยกฝ่ามือขึ้นมากำหลวมๆ ก่อนจะกระทำการบางอย่าง
ก๊อกๆ
"ผีประตูของเธอมันเคาะสองทีแบบนี้ใช่ไหม?" ถามกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วะหัวเราะ
คนนั่งเสียขวัญอยู่ที่โซฟาชะงัก ประติดประต่อเรื่องราวและสีหน้าของเขาก็เข้าใจกระจ่าง
"พี่แกล้งแพงเหรอ!!?"
"แกล้ง? ไม่ได้แกล้ง" ปฏิเสธเสียงสูงพร้อมกลับมานั่งที่โซฟาอีกตัวและยื่นถุงกระดาษมาตรงหน้า "แค่จะเรียกให้มาเอามือถือ"
เขาเพียงแค่ใช้ไม้กวาดด้ามยาวเอื้อมมาเคาะกระจกระเบียงเรียกเธอ ไม่คิดว่าพะแพงจะทึกทักเป็นตุเป็นตะว่าผีหลอก
ดีเท่าไหร่เธอไม่ช็อกจนตายคาห้อง
หญิงสาวรับถุงจากมืออีกฝ่ายมาเปิดดูทั้งที่ใบหน้ายังเบะคว่ำบึ้งตึง พบว่ามันคือโทรศัพท์มือถือสีเดียวรุ่นเดียวกับที่เขาเพิ่งทำมันพังวันนี้
"ซื้อมาคืนเหรอคะ?"
"แล้วก็อย่าแอบถ่ายรูปคนอื่นก่อนได้รับอนุญาตอีก ไม่งั้นคราวหน้าจะเป็นเธอที่ติดกำแพง" เมินเฉยกับคำถามที่รู้อยู่เต็มอก แต่สายตาที่ส่งออกมาบ่งบอกว่าไม่ได้ล้อเล่นแทน
หมดธุระแล้วจะอยู่ต่อทำไม เขาลุกขึ้นและกำลังจะเดินกลับห้อง แต่ดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่จบ
ตอนนี้เธอกลัวจนขี้ขึ้นสมอง หวาดระแวงไปหมดทุกอย่าง
"เดี๋ยวค่ะ!"
"-_-" หันมามองแต่ไม่ได้พูด
"ตอนที่เคาะ พี่เคาะกี่ครั้ง"
"สอง" มั้ง
เขาเองก็จำไม่ได้ ใครมันจะไปจำเรื่องหยุมหยิมพรรค์นั้น
"แพงได้ยินสาม!" โพล่งออกมาด้วยความตกใจ
จนคนที่ตอบส่งๆ แสดงอาการเหนื่อยหน่าย
"เออ งั้นก็สาม"
"พี่โกหกอะ T_T"
ดันไม่เชื่อและทำท่าจะร้องไห้ขึ้นมาอีกแล้ว
พัตเตอร์ถอนหายใจและเดินย้อนกลับมาเท้าสะเอวคุย เพื่อนน้องสาวตรงหน้าดูขี้กลัวจนเขารู้สึกแย่ที่กลายเป็นสาเหตุทำให้เธอร้องไห้ขึ้นมา
"ก็จำไม่ได้ เธอได้ยินกี่ครั้งฉันก็เคาะเท่านั้นแหละ ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ทำงาน"
"พี่นอนเป็นเพื่อนแพงหน่อยสิ T^T"
คราวนี้คนถูกชวนหันขวับ เป็นผู้หญิงแบบไหนมาชวนผู้ชายนอนด้วยวะ
"ไม่"
"งั้นแพงไปนอนห้องพี่ได้ไหม แพงนอนหน้าทีวีก็ได้" กระเถิบตัวเข้ามานั่งใกล้จุดที่เขายืนอยู่ จนคุณหมอหนุ่มต้องถอยออกมา
"ไม่ กลัวก็โทรเรียกแฟนเธอมาเฝ้า"
ชายหนุ่มคาดหวังให้คนตัวเล็กตกใจที่เขาล่วงรู้ความลับ กลับกลายเป็นว่าพะแพงเอียงคอมองมาด้วยความสงสัย
"แพงไม่มีแฟนค่ะ -_-"
ริมฝีปากหยักลอบหัวเราะ ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อกับคำแก้ตัวนั้น เขาเห็นไอ้หัวเกรียนนั่นเต็มสองตาและมั่นใจในความจำตนเองเมื่อครั้งที่พริมโรสเคยเล่าว่าเพื่อนเธอทั้งสองคนไม่มีพี่น้องที่ไหน
เลิกสนใจยัยเด็กมารยาสาไถย เดินกลับห้องตนเองทันที
•❣•┈┈┈•❣•
คุณหมอหนุ่มตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกอีกแล้ว เวลาตีหนึ่งเหมือนเดิม และคุ้นชินกับมันไปเสียแล้ว พอเสร็จธุระและกำลังจะกลับขึ้นเตียงไปนอนก็เห็นแสงไฟจากระเบียงห้องข้างๆ สาดเข้ามา
ยังไม่นอน?
แม้จะรำคาญและไม่อยากข้องแวะด้วย แต่สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากเขา
ก๊อกๆๆ
เคาะประตูหน้าห้องและยืนนิ่ง แต่นึกได้ว่าคนข้างในอาจจะช็อกน้ำลายฟูมปากอีกก็เปล่งเสียงเรียกชื่อเธอออกมาด้วย
ก๊อกๆๆ
"พะแพง"
แกร๊ก~
ประตูห้องพักถูกเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่ยืนเอามือเกาะขอบประตูมองมาที่เขาด้วยดวงตาสะลึมสะลือ อ้าปากหาววอดๆ ด้วย
"ง่วงทำไมไม่นอน" ได้ยินเสียงจากทีวีก็รับรู้ว่าเป็นตามคาดจริง "พรุ่งนี้ถ้าหลับเวลางาน ฉันจะออกใบเตือน"
"แพงไม่กล้านอนค่ะ เลยจะดูซีรีส์รอให้มันเช้า" ตอบเสร็จก็ยกมือปิดปากหาวอีกครั้ง
ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอต้องกลัวขนาดนั้น
"หลบไป ฉันจะนอนที่โซฟาให้ -_-"
พะแพงถอยหลังกรูดให้ รีบกุลีกุจอไปเก็บถุงขนมขบเคี้ยวออกจากโต๊ะกระจกหน้าโซฟา เดินหายเข้าไปในครัวชั่วครู่ก็เดินออกมาและเข้าไปในห้องนอนตนเองต่อ
มือเล็กๆ อุ้มผ้าห่มสีชมพูนุ่มฟูกับหมอนสีเดียวออกมาวางบนโซฟา
"พี่พัตเตอร์อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ" ดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี เพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ
"ไม่ ไปนอนได้แล้ว"
ใบหน้าจิ้มลิ้มพยักหน้ารับ เดินเข้าไปในห้องนอนตนเองแต่กลับไม่ปิดประตู
อะไรจะกลัวขนาดนั้น
เธอกลัวผีมากกว่าคนแปลกหน้าอย่างเขาอย่างนั้นหรือ?
ช่างแม่ง ง่วงจะตายอยู่แล้ว
ปิดไฟล้มตัวนอนบนโซฟาแคบอย่างจำใจ ไม่สบายตัวเลยสำหรับคนที่สูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรอย่างเขา เกยศีรษะบนพนักพิงและพาดน่องกับอีกด้าน
ความง่วงทำให้หลับง่ายกว่าที่คิด หนังตาเริ่มหนัก ภาพเริ่มตัดเป็นช่วงๆ กำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา
"พี่พัตเตอร์คะ"
!!
เสียงเรียกของยัยตัวแสบทำเขาสะดุ้งตื่น ยกตัวขึ้นมานั่งมองหาต้นเสียงก็ได้ยินมันดังมาจากในห้อง
"พี่พัตเตอร์"
"เรียกทำไม! นอนดิ!! -_-*"
"พี่เงียบอะ แพงไม่สบายใจ"
ให้ตาย...
นอนหลับไม่ให้เงียบ จะให้เขาร้องเพลงช้างตอนหลับหรือไง?
"นอนเงียบๆ" ออกคำสั่งและล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ กับเสียงที่ดังเบาๆ จากตัวเครื่อง ทำให้จะคล้อยหลับอีกครั้ง
"พี่ยังอยู่ไหมคะ?"
"พะแพง..." เรียกชื่อเน้นเสียงหนักข่มอารมณ์
อีกนิดเขาจะเปิดไฟด่าเธอแล้วจริงๆ
"พี่เข้ามานอนข้างในไหมคะ"
คนหัวรัอนชะงักกับคำชวนไม่ใช้หัวคิดนั่น
อ่อย?
ไม่มีทาง...
"ในห้องมีโซฟาเบด พี่พัตเตอร์น่าจะนอนสะดวกกว่า แพงก็จะได้หันมาเห็นพี่ตลอด จะได้ไม่ต้องเรียกบ่อยๆ"
เสียงเจื้อยแจ้วยังคงดังออกมาจากห้องนอน
ขอถอนหายใจรอบที่สี่ล้าน!
คว้าหมอนกับผ้าห่มได้ก็เดินเข้าไปในห้องเดียวกันและเปิดประตูเอาไว้ อาศัยแสงสลัวจากไฟหัวเตียงเดินไปล้มตัวลงนอนที่โซฟาเบดผ้ากำมะหยี่สีเข้ม
"ถ้าได้ยินเสียงเธออีกครั้งเดียว ฉันจะกลับห้อง"
(-_-) (_ _) (-_-) (_ _) (-_-)
พยักหน้าหงึกหงัก ทำท่ารูดซิปปาก และล้มตัวลงนอนบ้าง โดยหันหน้ามาจดๆ จ้องๆ เขาอยู่อย่างนั้น ในเมื่อห้ามเธอไม่ได้ก็ต้องจัดการตนเอง
เปลี่ยนเป็นท่านอนตะแคงหันหลังให้เจ้าของห้อง หลับตานอนและหวังให้ผ่านคืนนี้ไปเสียที
•❣•୨୧┈┈┈୨୧•❣•